
ความจริง?กับคุณค่าที่หายไปในโลกของตำรวจ
ปัง! ร่างของตำรวจสายสืบทรุดลงทันทีเมื่อสิ้นเสียงปืนที่ดังขึ้น ท่ามกลางภาวะชุลมุนในค่ำคืนนั้น กระสุนปืนพุ่งเข้าใส่ตำรวจสายสืบรุ่นพี่ เสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่อย่างสมเกียรติสมศักดิ์ศรี
ความผิดพลาดในขณะติดตามจับกุมผู้จำหน่ายยาเสพติดเกิดขึ้นได้เสมอ ธรรมชาติของงานสืบและปราบปรามนั้นเต็มไปด้วยความเสี่ยง ต้องการการตัดสินใจที่รวดเร็ว รอบคอบระมัดระวัง ความผิดพลาดอาจต้องแลกด้วยชีวิต...นั่นคือสิ่งที่ผู้ปฏิบัติงานล้วนทราบดี
“ตายในหน้าที่” คือระบบตอบแทนที่รัฐมอบให้แก่ผู้ปฏิบัติงานที่ทุ่มเท เสียสละอุทิศตนในการทำงานเพื่อรัฐ เพื่อพิทักษ์สันติราษฎร์จนตัวตาย เป็นกลไกทดแทนและชดเชยความสูญเสียของครอบครัว ด้วยเหตุนี้การตายในหน้าที่จึงเป็นวิถีทางที่บุคคลในครอบครัวและวงศ์ตระกูลควรภาคภูมิใจ
เฉกเช่นเดียวกับระบบอื่นๆ ที่เกิดขึ้นด้วยหลักคิดที่ดี แต่เมื่อนำหลักคิดสู่การปฏิบัติ ก่อเกิดการเปลี่ยนแปลง หลงลืมอุดมการณ์วิธีคิดที่เป็นรากเหง้าที่มาของระบบ ระบบที่ดีเกิดความเสียหาย เรื่องผิดกลายเป็นเรื่องถูกต้อง
“เตือนเขาว่าคิดให้ดีๆ” นายตำรวจใหญ่พูดด้วยน้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำ
“ไม่ใช่ว่าเราไม่รักลูกน้อง แต่ถ้าทำอย่างนี้คุณค่ามันเสียหมด” รุ่นพี่ในฐานะผู้บังคับบัญชากับรุ่นน้องแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความคิดเห็นเพื่อตัดสินใจเลือก...ทางที่ถูกต้อง หรือ เลือกทางที่ถูกใจ
กลางดึกในคืนหนึ่ง หลังจากนายตำรวจนั่งดื่มสุราสังสรรค์อยู่กับเพื่อนกลุ่มหนึ่ง ถึงเวลาแยกย้าย นายตำรวจขับรถด้วยอาการเมาสุรา เกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต
“อาจเป็นเพราะเราโตขึ้น ความคิดเราเปลี่ยนไป เราคิดว่ามันไม่ถูกหรอก เรากำลังทำให้ระบบมันลดคุณค่าลง ระบบของการตอบแทนความดีความชอบ ระบบของการให้เกียรติ ยกย่องผู้ที่ทำงานจนกระทั่งตัวตายมันลดคุณค่าลง ต้องตั้งคำถามว่า เราควรทำหรือไม่”
เมื่อนายตำรวจชวนให้ครุ่นคิด ไตร่ตรองและทบทวนการตัดสินใจ นายตำรวจหนุ่มรุ่นน้องเดินกลับไปทบทวน??? วันรุ่งขึ้นเขากลับมาพบผู้บังคับบัญชาพร้อมให้คำตอบที่แสดงผลการตัดสินใจ
“สงสัยต้องตายในหน้าที่”
ความจริงคือ สิ่งที่สังคม (มนุษย์) สร้างขึ้น ไม่มีอะไรเป็นสิ่งที่จริงแท้แน่นอน (not reality but social construct) ดื่มสุราขับรถเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตกลับกลายเป็นการเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ เรื่องผิดกลายเป็นเรื่องถูก เรื่องถูกกลายเป็นเรื่องผิด เรื่องที่ในยุคสมัยหนึ่งเป็นเรื่องที่เราคิดว่าถูกต้องชอบธรรม เมื่อเวลาผ่านไปเรากลับให้นิยามความหมายว่าไม่ถูกต้อง ไม่ชอบธรรม
สาระสำคัญของเรื่องเล่าสะท้อนให้เห็นวิธีคิดวิธีการมองโลกของนายตำรวจใหญ่มือปราบ ที่มองโลกด้วยกระบวนทัศน์ปรัชญาสังคมศาสตร์ที่ดิฉันได้ยินไม่บ่อยนักในโลกของตำรวจ นอกเหนือจากความชื่นชมแล้วนั้น เรื่องเล่าทำให้เกิดข้อกังขาตั้งคำถามว่า ในโลกของตำรวจนั้นยังมีผู้บังคับบัญชาที่ยอมเสี่ยงต่อการถูกตรวจสอบ หรือรองรับการร้องเรียนแทนผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยหรือ?? ในเมื่อวัฒนธรรมกระแสหลักในโลกของตำรวจคือการที่ลูกน้องดูแลนาย ไม่ใช่นายดูแลลูกน้อง
คำถามที่ตามมาคือ เพราะเหตุใดนายจึงยอมเสี่ยงทำเรื่องที่ไม่ชอบธรรมให้กลายเป็นเรื่องที่ชอบธรรม ในเมื่อคนในวงการทุกคนล้วนทราบดีว่า ระบบการทำดีกับผลตอบแทนความดีในโลกของตำรวจไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
“ต้องแยกกัน ทำดีกับความก้าวหน้าในการทำงานต้องแยกกัน”
ในขณะที่คนแย่ๆ ทำให้ระบบดีๆ เสียหายนั้น คนดีๆ ก็เสียหายเพราะระบบแย่ๆ เช่นเดียวกัน
ผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข



