
"ปชป.-ชทพ."ประสานเสียงระดมทุนพปชร.รอชัดเจนตรวจสอบ 30 วัน
"องอาจ-นิกร"ชี้ก.ม.ให้ทุกพรรคส่งข้อมูลการระดมทุน-เงินบริจาคเกิน 1 แสน รอกกต.เช็คบิล หากผู้สนับสนุนขาดคุณสมบัติต้องคืนเงิน
23 ธันวาคม 2561 ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ถ.สามเสน ดุสิต "นายองอาจ คล้ามไพบูลย์" ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และ "นายนิกร จำนง" ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.)
ได้เดินทางมาร่วมเสวนา กิจกรรมราชดำเนินเสวนา หัวข้อ " ปลดล็อกสื่อมวลชน คืนเสรีภาพประชาชน" ที่จัดขึ้นโดยสมาคมนักข่าวฯ ที่ได้เชิญตัวแทนพรรคต่างๆ เข้าร่วมเสวนาแสดงความคิดเห็น
โดยก่อนร่วมวงเสนา "นายองอาจ คล้ามไพบูลย์" ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ปชป. ให้สัมภาษณ์ประเด็นการจัดงานเลี้ยงระดมทุนของพรรคการเมือง ที่ล่าสุดพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จัดงานเลี้ยงโต๊ะจีนระดมเงินกว่า 600 ล้านบาทว่า การจัดระดมทุนพรรคก็ต้องดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย คือไม่รับการซื้อโต๊ะจากหน่วยงานราชการ และตรวจสอบคุณสมบัติบุคคล หน่วยงานที่มาชื้อโต๊ะว่าเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ เช่น เป็นชาวต่างชาติหรือไม่
โดยพรรคประชาธิปัตย์ ก็เคยจัดมาเมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้วทุกอย่างก็เป็นไปตามกฎหมายตามปกติ ก็มีผู้สนับสนุนพรรค สมาชิกพรรคที่มีฐานะพอที่จะให้การสนับสนุนพรรคได้ ก็จะมาร่วมกันสนับสนุนพรรคเมื่อมีการระดมทุน หรือสมาชิกที่มีฐานะก็ร่วมบริจาคสนับสนุนพรรคเกือบทุกๆ เดือนหรือในวาระโอกาส และยังกรณีที่ผู้เสียภาษีใช้สิทธิ์ให้เงินบริจาคพรรคเวลาที่ยื่นแบบแสดงการเสียภาษีประจำปี อย่างไรก็ดีในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์เองก็มีทั้งการรับบริจาคที่มาจากการจัดงานระดมทุน , การบริจาคทั่วไป หรือจากการหักภาษีก็เป็นการดำเนินการตามกฎหมายและเป็นไปด้วยความสมัครใจ
ต่อข้อถามที่ว่า การจัดงานระดมทุนพรรคสามารถที่จะตรวจสอบลักษณะเจาะเป็นรายเก้าอี้ได้เลยหรือไม่ว่าใครเป็นผู้ซื้อบ้าง "นายองอาจ" กล่าวว่า ทางปฏิบัติก็คงไม่ได้เจาะไปถึง เพราะซื้อกันเป็นโต๊ะ ต้องไปดูผู้จัดว่าจัดอย่างไรเพราะเวลาที่คนมานั่งรับประทานอาหารเราก็ได้เช็คถึงขนาดนั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า การตรวจสอบควรเกิดขึ้นก่อน หรือหลังการจัดงานว่าใครมาร่วมงานบ้าง "นายองอาจ" กล่าวว่า ในทางปฏิบัติอันไหนตรวจก่อนได้ เราก็ตรวจ ความจริงบางทีบางคนมาสนับสนุนพรรคใกล้เวลาจัดงานก็มี สมมติว่าเราจะจัดงานวันนี้แล้วเขามาร่วมสนับสนุนเมื่อวันก่อนก็คงตรวจไม่ทัน
ผู้สื่อข่าวถามว่าสามารถจะคืนเงินระดมทุนกรณีคนที่ขาดคุณสมบัติได้หรือไม่ "นายองอาจ" กล่าวว่า แน่นอนว่าหากเขาขาดคุณสมบัติก็ต้องคืน
การระดมทุนนอกจากมีผู้ซื้อบัตรแล้ว มีการเชิญพรรคการเมืองด้วย แล้วมีกรณีเชิญส่วนราชการร่วมด้วยได้หรือไม่ "นายองอาจ" กล่าวปฏิเสธว่า ไม่มีเพราะว่ากฎหมายห้ามไม่ให้ข้าราชการมาซื้อบัตร มาสนับสนุนพรรคการเมือง และเราก็คงไม่เชิญเพราะเป็นเรื่องการขายบัตรขายโต๊ะเพื่อระดมทุนส่วนมากเราจะเชิญพรรคการเมืองเป็นหลักที่จะมาเป็นแขกผู้มีเกียรติ ส่วนราชการเราไม่เคยเชิญมาเป็นแขกผู้มีเกียรติ
ส่วนของการระดมทุน พปชร.ที่ผ่านมา มีเอกสารออกมาเหมือนจะมีชื่อส่วนราชการ พรรคประชาธิปัตย์มีข้อสังเกตเรื่องนี้ อย่างไร "นายองอาจ" ตอบว่า ควรเปิดเผยกันว่าจะมีส่วนราชการเกี่ยวข้องหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมาก็เห็นว่าหน่วยราชการออกมาปฏิเสธ และพรรคพลังประชารัฐก็ออกมาปฏิเสธเช่นกัน ดังนั้นตอนนี้ก็ต้องอยู่ที่ กกต. แล้วในการไต่สวนตรวจสอบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ซึ่งก็มีเวลาที่จะส่งข้อมูลรายชื่อผู้สนับสนุนให้ กกต. ทราบภายใน 30 วันโดยต้องเป็นเรื่องที่เปิดเผยอยู่แล้ว ทุกพรรคก็ต้องทำเช่นนี้และไม่ใช่เพียงการระดมทุน แต่รวมถึงเงินบริจาคพรรคที่จำนวนเกิน 100,000 บาทด้วย
ต่อข้อถามที่ว่า ถ้ากรณีขาดคุณสมบัติแล้วคืนเงิน เช่นนี้ถือว่าความผิดนั้นสำเร็จแล้วหรือไม่ "นายองอาจ" กล่าวเพียงว่า ต้องไปดูกฎหมาย แต่การคืนเงินอย่างน้อยก็เป็นการแสดงต่อสาธารณะให้เห็น ขณะที่ กกต. ก็ให้เวลา 30 วัน ในการยื่นข้อมูล ก็ถือว่ามีเวลาตรวจสอบ
"นายนิกร จำนง" ผอ.พรรค ชทพ. กล่าวถึงการระดมทุนพรรคการเมืองเช่นเดียวกันว่า ตามกฎหมายพรรคการเมือง เมื่อพรรคมีการจัดระดมทุนแล้ว กฎหมายกำหนดให้พรรคการเมืองทำรายงานแจ้งต่อ กกต.ภายใน 30 วัน และการชี้แจงต้องระบุอย่างละเอียดแบบรายบุคคลด้วย ซึ่งมีความแตกต่างจากกฎหมายเดิม อย่างไรก็ตามส่วนตัวคิดว่าแต่ละพรรคคงมีขั้นตอนในการตรวจสอบ ส่วนระยะเวลาในการตรวจสอบคงใช้ระยะเวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์ก็เห็นชัดเจน



