
หญิงกัมพูชาเสี่ยงคุกตะรางรับจ้างอุ้มบุญลูกค้าจีน
ค่าจ้างล่อใจจากลูกค้าชาวจีนและความจำเป็นในครอบครัว ทำให้สตรีกัมพูชาฐานะยากจน แอบรับงานเป็นแม่อุ้มบุญ แม้ผิดกฎหมาย
สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานว่า กัมพูชาออกกฎหมายห้ามอุ้มบุญเชิงพาณิชย์ มาตั้งแต่ปี 2559 แต่ยังมีคนนายหน้าคนกลางและหญิงสาวชาวกัมพูชา ยอมเสี่ยงเพื่อค่าจ้างตอบแทน เป็นแม่อุ้มบุญกับให้สามีภรรยาชาวจีน
หยิน วัย 24 ปี ได้รับการติดต่อจากคนกลางกัมพูชา เสนอค่าจ้าง 9,000 ดอลลาร์ เพื่ออุ้มท้องให้กับสามีภรรยาชาวจีนคู่หนึ่ง เ ป็นเงินที่มากพอดูสำหรับครอบครัวทำนาในจังหวัดกำปงธม ห่างจากกรุงพนมเปญ ขับรถราว 3 ชั่วโมง หยินที่ไม่ได้ใช้ชื่อจริง เปิดเผยว่า เธอลังเลในตอนแรกเพราะกลัวสายตาชาวบ้าน แต่เพราะขัดสน จึงยอม และย้ายไปอยู่ในบ้านหลังหนึ่งในกรุงพนมเปญ ร่วมกับผู้หญิงอีกหลายที่อยู่ในกระบวนการเดียวกัน
จีน ซึ่งมีสตรีกว่า 90 ล้านคน อยู่ในข่ายมีลูกคนที่สองได้ หลังรัฐบาลปักกิ่งประกาศผ่อนปรนนโยบายลูกคนเดียว แต่สามีภรรยาที่ต้องการมีลูกสืบสกุลจำนวนไม่น้อย อายุมากเกินกว่าจะมีลูกได้ และจีนก็ไม่อนุญาตรับจ้างอุ้มบุญ จึงหันไปใช้บริการเช่ามดลูกในประเทศยากจนแถบลุ่มน้ำโขงอย่างกัมพูชา ที่ขาดการกำกับดูแลเข้มงวด
ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า สามีภรรยาชาวจีนพร้อมจ่ายระหว่าง 4 หมื่น ถึง 1 แสนดอลลาร์ เพื่อมีลูกสักคน ขณะแม่อุ้มบุญ จะได้ค่าตอบแทน 1 หมื่น – 1.5 หมื่นดอลลาร์
มาเรียม คุคุนนาชวิลลี ผู้อำนวยการเครือข่าย นิวไลฟ์ โกลบอล ที่เคยมีสำนักงานให้บริการอุ้มบุญในกัมพูชาก่อนมีกฎหมายห้าม กล่าวว่า ปัจจุบัน ยังมีเอเจนซีจีนหรือรายอื่นๆกว่า 100 รายดำเนินงานอยู่ เธอจึงเห็นว่ากัมพูชาต้องการระเบียบควบคุมเข้มงวด แต่ไม่ใช่การห้ามเด็ดขาด ที่จะเป็นการส่งอุตสาหกรรมนี้มุดไปอยู่ใต้โต๊ะแทน
คุคุนนาชวิลลี กล่าวด้วยว่า รัฐบาลกัมพูชาและไทยที่ออกกฎหมายแบนอุ้มบุญ ทำให้ชะตากรรมแม่อุ้มบุญไปอยู่ในมือคนแปลกหน้า
นอกจากนี้ มีเสียงวิจารณ์ว่า ทางการกัมพูชามักโยนบาปให้ผู้หญิงรับอุ้มบุญ แทนที่จะเป็นผู้จัดหา เวลาที่มีการจับกุม
ในปีนี้ กัมพูชาจับกุมแม่อุ้มบุญกว่า 40 คนในกรุงพนมเปญ ต่างกรรมต่างวาระ 2 คดี และแจ้งข้อหาค้ามนุษย์
หนึ่งในสองคดีนี้ เป็นผู้หญิงตั้งท้อง 32 คน ที่ได้รับอนุญาตให้ประกันตัวทันทีที่รับปากว่าจะไม่ทอดทิ้งเด็ก
แซม เอเวอริงแฮม ผู้อำนวยการ Families Through Surrogacy ในออสเตรเลีย กล่าวว่า ผู้หญิงเหล่านี้เป็นเหยื่อนายหน้าไร้จรรยาบรรณ และหากไม่รู้หนังสือด้วยแล้ว คงไม่เข้าใจกฎหมายห้ามมาตั้งแต่แรก
เอเวอริงแฮท กล่าวว่า ผู้หญิงที่อุ้มท้องได้โดยไม่โดนตรวจจับเสียก่อน คือคนที่ไปคลอดในจีนหรือในไทย และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลในจีนอาจรับสินบนเพื่อออกสูติบัตรในนามของพ่อแม่ที่ว่าจ้างได้
ชู บุน เอง รองประธานคระกรรมการต่อต้านการค้ามนุษย์แห่งชาติ กล่าวว่า ทางการกำลังพยายามให้ความรู้ความเข้าใจ และผลที่ตามมา โดยเฉพาะกับคนงานหญิงในโรงงานเสื้อผ้า ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยง ผู้หญิงที่ถูกจับรับเป็นแม่อุ้มบุญ มักเป็นคนงานในโรงงาน อย่างไรก็ดี เธอสนับสนุนให้ใช้มาตรการเด็ดขาดกับคนที่ฝ่าฝืน แม้ผู้หญิงจะมีฐานะยากจนและพยายามหาเงินเลี้ยงดูครอบครัว เพราะนี่คือธุรกิจผิดกฎหมาย หากยังเสี่ยงทำ ก็ต้องถูกดำเนินคดี



