
รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐลาออกหลังทรัมป์สั่งถอนทหารจากซีเรีย
เจมส์ แมททิส ลาออกจากรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐแล้ว หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศสายฟ้าแลบ สั่งถอนทหารจากซีเรีย
หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ สร้างความตกตะลึงแก่พันธมิตร ด้วยการประกาศจะถอนทหารอเมริกัน 2,000 นายออกจากซีเรีย พร้อมสำทับว่าสหรัฐอเมริกาจะไม่เป็นตำรวจของตะวันออกกลางอีกต่อไป ยืนยันว่าไอเอสพ่ายแล้ว
เจมส์ แมททิส ก็ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง โดยมีเนื้อหาที่ไม่ได้ปิดบังความไม่เห็นด้วยกับกับทรัมป์ "เนื่องจากท่านมีสิทธิที่จะได้รัฐมนตรีกลาโหมที่มีทัศนคติ สอดคล้องกับความเห็นของท่านมากกว่า ผมเชื่อว่าเป็นสิทธิของผมที่จะก้าวลงจากตำแหน่งเช่นกัน"
Defense Secretary James Mattis has resigned. Heres the letter: pic.twitter.com/e2PulyXpXZ
— Elizabeth McLaughlin (@Elizabeth_McLau) December 20, 2018
แมททิส ยกย่องพันธมิตรที่ร่วมกันกวาดล้างไอเอส และปกป้องนาโต พันธมิตรทางทหารระหว่างอเมริกาเหนือกับยุโรป ที่ถูกทรัมป์ตั้งคำถามเรื่องความคุ้มค่าเสมอมา
แมททิส จะทำหน้าที่ถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อให้เวลาทรัมป์สรรหาผู้มารับตำแหน่งแทน ที่จะต้องผ่านกระบวนการรับรองของวุฒิสภา
การลาออกของแมททิส มีขึ้นขณะที่ วอล์ สตรีท เจอร์นัล รายงานว่านอกจากซีเรียแล้ว ทรัมป์ยังกำลังพิจารณาถอนทหารจากอัฟกานิสถาน ที่สหรัฐมีปฏิบัติการขนาดใหญ่กว่าซีเรียอีกด้วย
อดีตนายพลนาวิกโยธินที่มากุมบังเหียนเพนตากอน 2 ปี จัดว่าเป็นเก้าอี้ที่มีความนิ่งมากที่สุดแล้ว ในคณะรัฐมนตรีของทรัมป์ที่ปรับเปลี่ยนบ่อยครั้ง สถาบันบรูกกิง ระบุว่าคณะผู้บริหารของทรัมป์ มีสถิติเปลี่ยนตัวเจ้าหน้าที่ระดับสูงมากที่สุด ในบรรดาประธานาธิบดี 5 คนที่ผ่านมา
โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐจะโจมตีทางอากาศในซีเรียต่อไปตราบใดทหารอเมริกันยังอยู่ แต่ไม่ได้บอกว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรหลังจากนั้น
การถอนทหารของสหรัฐจะทำให้รัสเซียที่เข้าแทรกแซงสงครามกลางเมืองและสนับสนุนประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด เป็นผู้คุมสถานการณ์ในซีเรีย และประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซีย ชื่นชมทรัมป์ตัดสินใจถูกแล้ว
ก่อนแมททิสลาออก ทรัมป์ทวิตปกป้องการตัดสินใจถอนทหารจากซีเรียอีกครั้งว่า "สหรัฐจะต้องเป็นตำรวจของตะวันออกกลาง แบบไม่ได้อะไรเลย นอกจากหมดเงินหลายล้านล้านดอลลาร์กับชีวิตอันมีค่าเพื่อปกป้องผู้อื่นที่เกือบทั้งหมด ไม่ได้ซาบซึ้งกับสิ่งเราทำ เราอยากจะอยู่ที่นั่นตลอดไปหรืออย่างไร ถึงเวลาที่คนอื่นต้องสู้บ้างแล้ว" ทรัมป์ทวิต



