ข่าว

น้ำตาแม่!! ลูกสาวขอเงินคืน 1.3 ล้าน หาไม่ได้ถูกฟ้องยึดบ้าน

น้ำตาแม่!! ลูกสาวขอเงินคืน 1.3 ล้าน หาไม่ได้ถูกฟ้องยึดบ้าน

20 ธ.ค. 2561

ชัยภูมิ - แม่ขอความเป็นธรรม ถูกบังคับคดีประกาศออกจากที่ดิน-บ้านที่อยู่อาศัยมานาน หลังถูกลูกสาวจ้างทนายฟ้องเรียกเงินคืน 1.3ล้าน ทั้งที่ส่งเงินให้แม่แค่แสนกว่า


          วันที่ 20 ธันวาคม 2561 - หลังโลกออนไลน์มีการแชร์เรื่องราวของหญิงวัย 66 ปี รายหนึ่ง ที่ถูกลูกสาวของตนเองฟ้องขับไล่ออกจากบ้านและที่ดิน โดยให้สามีซึ่งเป็นทนายไปฟ้องศาล นอกจากนี้ยังมีการระบุว่า ลูกสาวได้ขู่แม่ว่าให้นำเงินจำนวน 1.3 ล้านบาทมาให้ เป็นค่าที่ดินที่แม่บุกรุกเข้าไปสร้างบ้าน ไม่เช่นนั้นจะดำเนินการทางกฏหมายทั้งจะจับแม่ติดคุกด้วย

         

น้ำตาแม่!! ลูกสาวขอเงินคืน 1.3 ล้าน หาไม่ได้ถูกฟ้องยึดบ้าน

 

          เรื่องราวดังกล่าว มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ นางบุญตา ภูคอนจิตร ได้โพสต์ข้อความระบุว่า วอนโซเชียล แม่วัย 66 ปี ร่ำไห้ เมี่อถูกลูกสาวแท้ๆ ฟ้องขับไล่คดีบุกรุกพื้นที่ ปลูกสร้างบ้านในที่ดินชึ่งแม่เป็นคนชื้อแล้วใส่ชื่อให้กับลูกใว้ในโฉนด และแม่ได้อาศัยอยู่มานานกว่า 18 ปีแล้ว โดยลูกสาวไม่เคยมาสนใจ พอรู้ว่าแม่มาปลูกบ้านจึงให้สามีที่เป็นทนายนำเรื่องฟ้องศาลขับใล่แม่บังเกิดเกล้าให้ออกจากบ้านและที่ดินดังกล่าว

 

          โดยอ้างกับศาลว่า แม่ไม่เคยเลี้ยงดู ครั้งหนึ่งกว่า 10 ปีมาแล้ว ลูกสาวเคยส่งเงินมาให้แม่รายนี้จำนวน 130,000 บาท เพื่อให้แม่เก็บไว้ใช้จ่ายดูแลตัวเอง แต่จังหวะนั้นผู้เป็นแม่เห็นว่ามีคนมาถามขายที่ดิน แม่ได้ยินก็เลยขอชื้อเอาใว้ และเงินไม่พอก็ไปขอระดมจากลูกๆ ที่มีทั้งหมด 5 คน และญาติพี่น้องมาช่วยเพิ่มเติมเพื่อหวังเก็บไว้เป็นอนาคตให้กับลูกสาวที่ฟ้องแม่รายนี้

 

น้ำตาแม่!! ลูกสาวขอเงินคืน 1.3 ล้าน หาไม่ได้ถูกฟ้องยึดบ้าน

 

          กระทั่งมีการก่อสร้างบ้านพร้อมราคาที่ดินในจุดดังกล่าวไปรวมกว่า 2 ล้านบาท ซึ่งผู้เป็นแม่ด้วยความหวังดีทั้งชื่อเจ้าของที่ดินและบ้านดังกล่าวเป็นชื่อของบุตรสาวรายนี้ ที่ปัจจุบันไปทำงานอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น และเมื่อช่วงกว่า 1 ปีที่ผ่านมา ลูกสาวรายนี้ทราบว่าแม่นำเงินที่ตนเองเคยส่งให้รวม 130,000 บาท ไปซื้อที่ดินและปลูกบ้านไว้ให้และกรรมสิทธิ์ในที่ดินบ้านดังกล่าวเป็นชื่อของตนเอง จะมาขอเงินคืนจากผู้เป็นแม่เพิ่มขึ้นอีกเป็น 1.3 ล้านบาท แล้วจึงจะให้แม่และทางลูกคนอื่นๆอีก 4 คน เข้ามาอยู่ในที่ดินตนเองได้ โดยลูกสาวรายนี้ได้ใช้อำนาจทางกฏหมายมาข่มขู่แม่ว่าหากไม่หาเงินมาให้จำนวน 1,300,000 บาท ก็จะแจ้งจับแม่ขังคุก และจะทุบบ้านทิ้งด้วย        

 

น้ำตาแม่!! ลูกสาวขอเงินคืน 1.3 ล้าน หาไม่ได้ถูกฟ้องยึดบ้าน

 

          ดังนั้น จึงได้มีการโพสต์และแชร์กันต่อในโลกโซเชียล เพื่อให้ผู้มีอำนาจเข้ามาช่วยเหลือแม่รายนี้ด้วย ซึ่งป่วยด้วยมีโรครุมเร้าหลายโรค  

 

น้ำตาแม่!! ลูกสาวขอเงินคืน 1.3 ล้าน หาไม่ได้ถูกฟ้องยึดบ้าน

 

          โดยผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่บ้านขอ นางบุญตา ภูดรจิตร อายุ 66 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 186 หมู่ที่ 9 บ้านสวนอ้อย ตำบลกวางโจน อำเภอภูเขียว จ.ชัยภูมิ เล่าให้ฟังว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเริ่มตั้งแต่เมื่อ 18 ปีที่ผ่านมา ตนมีลูกทั้งหมด 5 คน โดยมีลูกสาวคนที่ 3 ชื่อว่านางมยุรี โอกะสะ อายุ 43 ปี อาศัยบ้านเลขที่ 39/36 หมู่ที่ 2 ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จ.สมุทรปราการ ได้ไปทำงานต่างประเทศ และส่งเงินมาให้แม่เก็บไว้เพื่อใช้จ่ายดูแลตัวเอง จำนวน 130,000 บาท และบอกกับแม่ว่าหากมีคนขายที่ ให้แม่ซื้อใว้ทำกิน จนกระทั่มีคนในระแวกบ้านได้ประกาศขายที่ดินในราคาจำนวน 130,000 บาท ตนจึงนำเงินที่ลูกสาวส่งมาให้ที่เหลือบางส่วน พร้อมกับได้ขอจากลูกหลาน ญาติพี่น้องมาเพิ่มเพื่อนำไปซื้อที่ดังกล่าวจำนวน 5 ไร่ เป็นเงินรวม 130,000 บาท

 

น้ำตาแม่!! ลูกสาวขอเงินคืน 1.3 ล้าน หาไม่ได้ถูกฟ้องยึดบ้าน


          เมื่อพอตนซื้อที่ดินแล้ว ก็ได้ใส่ชื่อที่ดินเป็นของนางมยุรี โอกะสะ บุตรสาวคนดังกล่าว และผ่านไปประมาณกว่า 15 ปี ตนได้ใช้ให้ญาติพี่น้องทำนา พร้อมเก็บสะสมเงินเพิ่มมาตลอด จนพอมีเงินที่จะนำมาสร้างบ้านหลังละกว่า 2 ล้านบาท ในที่ดินดังกล่าวจนแล้วเสร็จ เมื่อสร้างเสร็จลูกสาวที่ปัจจุบันไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น กลับเกิดไม่พอใจ และอยากให้แม่หาเงินเป็นค่าที่ดินทั้งหมดที่เคยให้มารวม 130,000 บาท มาคืนแต่จะขอทบต้นดอกเพิ่มขึ้นรวมเป็น 1.3 ล้านบาท หากหาให้ไม่ได้จะจ้างให้ทนายฟ้องศาล เพื่อเรียกร้องที่ดินที่เป็นชื่อของตนคืนทั้งหมดด้วย
 

น้ำตาแม่!! ลูกสาวขอเงินคืน 1.3 ล้าน หาไม่ได้ถูกฟ้องยึดบ้าน

 

          นางบุญตา กล่าวอีกว่า อยากจะวิงวอนลูกสาวให้เห็นใจแม่บ้าง เพราะเงินที่นำไปซื้อี่ดินและสร้างบ้าน ไม่ใช่ของบุตรสาวคนเดียว ถ้าเป็นไปได้ให้มาคุยกันดีๆ เพราะได้พยายามโทรติดต่อลูกสาวที่อยู่ญี่ปุ่นก็ไม่สามารถติดต่อได้เลย หากเป็นไปได้ให้นำบ้านไปขายมาแบ่งกันตามสมควรจะดีกว่า และไม่อยากให้มาไล่รื้อไล่ทุบบ้านทิ้งจะไม่เกิดประโยชน์ ไม่อยากให้เห็นครอบครัวตัวเองมาทะเลาะกันแบบนี้ 

 

          ด้านนายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าฯชัยภูมิ กล่าวว่า ทางจังหวัดได้ตรวจสอบความเป็นมาของคดีครั้งนี้เบื้องต้น คือ นางบุญตา ภูดอนจิตร ผู้เป็นมารดา อายุ 66 ปี บ้านเลขที่ 186 ม.9 ต.กวางโจน อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ได้ปลูกสร้างบ้านในที่ดินของบุตรสาวคือ นางมยุรี โอกาสะ อายุ 43 ปี และน.ส.วาสนา เทพวงศ์ อายุ 47 ปี บ้านเลขที่ 107 ม.9 ต.กวางโจน (พี่สาวต่างบิดาของนางมยุรี) เจ้าของบ้านที่ปลูกในที่ดินของ นางมยุรี

 

น้ำตาแม่!! ลูกสาวขอเงินคืน 1.3 ล้าน หาไม่ได้ถูกฟ้องยึดบ้าน

 

          ตามข้อเท็จจริงซึ่งศาลได้มีการตัดสินไปแล้วซึ่ง น.ส.วาสนา และมารดารายนี้ ถูก นางมยุรี น้องและบุตรสาว ฟ้องร้องให้ออกจากที่ดินซึ่ง นางมยุรีได้ซื้อเก็บไว้ เพื่อให้นางบุญตาทำการเกษตรกรรมเลี้ยงชีพ ต่อมา น.ส.วาสนา พี่สาวต่างบิดาของนางมยุรีได้นำที่ดินแปลงดังกล่าวมาปลูกสร้างบ้านของตนเอง คือ บ้านเลขที่ 107 ม.9  ต.กวางโจน อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ในปัจจุบัน ทางด้านนางมยุรี ได้ฟ้องร้องและมีการตกลงชดใช้ค่าที่ดินเป็นเงินรวม 1 ล้านบาท ให้แก่ นาง.มยุรี เป็นรายปีๆละ 200,000 บาท เป็นเวลา 5 ปี แต่ น.ส.วาสนาและมารดา ที่ได้ร่วมกันเซ็นยินยอมต่อคดีที่เกิดขึ้น ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง จึงถูกฟ้องร้องและถูก สนง.บังคับคดีภูเขียว ปิดหมายขับไล่ออกจากที่ดินแปลงดังกล่าวในปัจจุบันแล้ว ซึ่งทางจังหวัดชัยภูมิ ก็อยากให้ทางบุตรและแม่ ครอบครัวญาติพี่น้องของครอบครัวนี้ควรจะหันหน้าคุยกันแก้ปัญหาในเรื่องนี้จะเป็นหนทางแก้ไขปัญหานี้ได้ดีที่สุดในขณะนี้ด้วย.


ภาพ / ข่าว - สุทธิพงศ์ เสฏฐรังสี