
ชาวนาร้องนายกฯถูกเบี้ยวเงินส่วนต่างหลังขายข้าว
ชาวนาร้องนายกฯถูกเบี้ยวเงินส่วนต่างหลังขายข้าวในโครงการประกันรายได้
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 3 พ.ย.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเเละหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมาร่วมประชุมพรรคประชาธิปัตย์ จากนั้นเวลา 15. 00 น. นายโชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.สิงห์บุรี พรรคประชาธิปัตย์ ได้นำชาวนาจากจ.สิงห์บุรี ชัยนาท และลพบุรี 2 คันรถบัส เดินทางมาร้องเรียน นายอภิสิทธิ์ที่ลานพระแม่ธรณีบีบมวยผม เนื่องจากยังไม่ได้รับเงินส่วนต่างจากการขายข้าวในโครงการประกันรายได้เกษตรกรของรัฐบาลทั้งที่ได้ไปขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้ตามโครงการแล้ว
นายอภิสิทธิ์และนายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ ได้เดินไปรับหนังสือร้องเรียนจากชาวนากลุ่มดังกล่าวด้วยตัวเอง โดยนายอภิสิทธิ์กล่าวกับตัวแทนชาวนาที่มาร้องเรียนว่า หากทุกคนไปขึ้นทะเบียนไว้และผ่านการทำประชาคมแล้วว่าทำนาจริงสามารถให้ไปทำสัญญาย้อนหลังเพื่อรับเงินส่วนต่างจากการขายข้าวได้ ส่วนเก็บเกี่ยวเมื่อไหร่รัฐบาลไม่สนใจอยู่แล้วหากทำนาจริง ผ่านการขึ้นทะเบียน มีการตรวจสอบจากประชาคมเรียบร้อยก็ให้มาทำสัญญาตามทะเบียนจากนั้นมาใช้สิทธิ์เมื่อใดก็ได้เป็นหลักที่รัฐบาลทำ ใครทำจริงให้อยู่แล้วเหมือนกับกรณีข้าวโพดที่ทำสัญญาไม่ทันแต่เมื่อตรวจสอบแล้วทำจริงตรวจสอบแล้วก็สามารถใช้สิทธิ์ได้
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หลักการการชดเชยเราจะดูว่าข้าวจำนวนเท่าไหร่ ประเภทใด คำนวนปริมาณ และจะมีอัตราราคาประกาศว่าข้าวประเภทใดในแต่ละช่วงชดเชยให้ตันเท่าไหร่ ขณะนี้ข้าวขาว 5% อยู่ที่ตันละ 1,600 บาทไปจนถึงวันที่ 15 พ.ย.พอถึงวันที่ 16 พ.ย.จะมีประกาศออกมาใหม่ว่าจะชดเชยให้เมื่อไหร่ ตอนนี้หากทุกคนทำสัญญาและจะใช้สิทธิ์จะได้ตันละ 1,600 บาท อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เรากำลังหารือกันสำหรับในปีหน้าเพราะต้องการชดเชยให้ปีละ 2 ครั้ง
ส่วนการประกาศราคากลางนั้นเรานำฐานข้อมูลจากราคาข้าวความชื้น 15% โดยคำนวนจากราคาที่ขายได้ในต่างประเทศและทอนกลับเข้ามาในประเทศ ดังนั้นรัฐบาลพร้อมซื้อที่เราประกาศเพราะรู้ว่าซื้อและขายได้ในราคานี้ ซึ่งรัฐบาลได้ไปตั้งโต๊ะซื้อแล้วที่จ.พิษณุโลกและนนทบุรี แต่ยืนยันว่าเราต้องใช้ราคาที่เรากล้าซื้อเพราะรู้ว่าขายได้ไม่มีเบี้ยว
ผู้สื่อข่าวพยายามขอสัมภาษณ์นายอภิสิทธิ์ แต่นายอภิสิทธิ์กล่าวสั้นๆว่า “ รอไว้หลังจากที่แกนนำสหภาพการรถไฟฯที่มารอพบก่อน ” และจากนั้นนายอภิสิทธิ์ได้พบกับตัวแทนสหภาพแรงงานรัฐวิสหากิจสัมพันธ์การรถไฟแห่งประเทศไทยที่มารอพบในการเจรจาที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล
จากนั้นเวลา 17.00 น. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นำคณะรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน เลขาธิการอาเซียน ปลัดกลาโหมอาเซียนและรองเลขาธิการอาเซียน เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า
จากนั้นเวลา 17.15 น.นายอภิสิทธิ์ได้เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลโดยไม่ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด



