ข่าว

ส.ว.สตรีขอโอกาสนั่งเก้าอี้ปธ.กมธ.ทหาร

ส.ว.สตรีขอโอกาสนั่งเก้าอี้ปธ.กมธ.ทหาร

03 พ.ย. 2552

ส.ว.สตรีขอโอกาสนั่งเก้าอี้ปธ.กมธ.ทหาร มั่นใจทำงานได้ไม่แพ้ทหาร ด้านปธ.วุฒิชี้ส.ว.ทุกคนมีศักยภาพเท่าเทียมกัน “เสธ.อู้” ระบุเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์

 (3พ.ย.) ที่รัฐสภา น.ส.เกศสินี แขวัฒนะ ส.ว.พระนครศรีอยุธยา ประธานคณะกรรมาธิการการทหาร วุฒิสภาคนใหม่ กล่าวถึงกรณีมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมในการลงมติเลือกประธานกรรมาธิการทหารฯ ว่า ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณกรรมาธิการทุกคนที่สนับสนุนให้ขึ้นมาเป็นประธานฯ ถือว่าทุกท่านเข้าใจในหลักประชาธิปไตยอย่างแท้จริง โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญมาตรา 30 บัญญัติให้ชายหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน ส่วนผู้ที่ไม่เห็นด้วยตนก็ต้องรับฟังความเห็น เพราะทุกท่านมีสิทธิและเสียงเท่ากัน สำหรับตนเชื่อมั่นว่าจะสามารถทำหน้าที่ได้ดี เพราะตำแหน่งประธานเป็นเพียงผู้ควบคุมการประชุม ไม่มีสิทธิสั่งให้สมาชิกทำโน่นทำนี่ ทุกคนถือว่าเท่าเทียมกันหมดและทุกอย่างขึ้นอยู่กับมติที่ประชุม ไม่อยากให้มองว่าผู้หญิงทำอะไรไม่ได้ เพราะต่างประเทศอย่างยุโรป ก็มีผู้หญิงเป็นประธานกรรมาธิการทหาร และหลายคนได้เป็นผู้นำประเทศ หลักการบริหารงานของตนจะให้เกียรติทุกคน อย่างไปดูงานกองทัพอากาศก็ต้องให้ระดับพล.อ.อ.เป็นผู้นำคณะ

 น.ส.เกศสินี กล่าวต่อว่า ส่วนคำวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้น อาจยังยึดขนบประเพณีเก่าๆ แต่หากมาสัมผัสตัวตนที่แท้จริงน่าจะเข้าใจมากขึ้น และท่านที่ยังไม่เข้าใจหากมีโอกาสได้พูดคุยกันก็คิดว่าท่านเหล่านั้นจะเข้าใจตน สำหรับปัญหาเรื่ององค์ประชุมกรรมาธิการที่ขาดหายไปนั้น หายไปเพียง 1 ตำแหน่ง ส.ว.ทั้ง 150 คน สามารถเข้ามาทดแทนกันได้หมด ซึ่งตนไม่ได้กังวล เชื่อว่าทุกท่านเข้าใจดีว่าอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการคือการติดตามตรวจสอบการบริหารงานของรัฐบาล แต่ไม่ใช่การจับผิดคิดว่าหน่วยงานต้องเป็นผู้ร้าย แต่เราสามารถท้วงติงให้ข้อเสนอแนะแก่รัฐบาลและกองทัพได้

 นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าส.ว.สามารถเป็นประธานคณะกรรมาธิการได้ทุกคณะ เพราะเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ การที่น.ส.เกศสินีได้รับเลือกถือเป็นเรื่องธรรมดา เชื่อว่าคงไม่วุ่นวายผู้หญิงก็ทำงานได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นทหาร น.ส.เกศสินีเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ คิดว่าน่าจะทำงานร่วมกันได้ แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นผู้หญิงและเป็นพลเรือน จะสามารถประสานงานกับกองทัพได้หรือไม่นั้น งานของกรรมาธิการ ไม่ได้ทำงานโดยประธานเพียงคนเดียว คณะกรรมาธิการการทหารมีผู้หลักผู้ใหญ่ที่เป็นทหารและตำรวจหลายคน คงช่วยกันได้ ส่วนกรณีที่มีกรรมาธิการทหารผู้ใหญ่ 2 คนลาออกไปนั้น ไม่มีปัญหา ส.ว.คนอื่นสามารถเข้ามาเป็นแทนได้

 เมื่อถามว่าการเปลี่ยนแปลงตัวประธานฯหลายคณะ อาจส่งผลต่อการโหวตเลือกประธานวุฒิสภาคนใหม่ที่จะมีขึ้นต้นปีหน้าได้ นายประสพสุข กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน เพราะคนเลือกประธานวุฒิสภาคือส.ว.ทั้ง 150 คน และขณะนี้ไม่มีการแบ่งเป็นส.ว.เลือกตั้ง หรือส.ว.สรรหาแล้ว และตำแหน่งประธานกรรมาธิการหรือประธานวุฒิสภา ไม่ใช่สมบัติผลัดกันชม ทุกอย่างเป็นไปตามข้อบังคับ เมื่อหมดวาระต้องมีการเปลี่ยนตัว การเปลี่ยนตัวประธานกรรมาธิการครั้งนี้เป็นไปตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา ไม่ใช่เปลี่ยนนอกฤดูกาล ไม่ใช่การเลื่อยขาเก้าอี้กัน ทุกคนรู้ว่าวาระมีเพียงปีครึ่ง

 ด้านพล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว.สรรหา กล่าวว่า คงไปวิจารณ์เรื่องตัวประธานกรรมาธิการทหารไม่ได้ เพราะเป็นกฎกติกา เมื่อสมาชิกในคณะได้ลงมติเลือกให้ใครเป็นประธานก็ต้องยอมรับ ส่วนจะทำงานได้มีประสิทธิภาพแค่ไหน คงต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ เชื่อว่าสมาชิกที่เป็นกรรมาธิการทั้งทหาร และตำรวจ จะช่วยทำงานร่วมกับประธานฯได้ ตัวน.ส.เกศสินีเองก็เคยเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในรัฐวิสาหกิจ เป็นนักเรียนต่างประเทศ มีทั้งความรู้ประสบการณ์ คงต้องให้โอกาสทำงานไปก่อน ส่วนการจะยอมรับกันหรือไม่ คงต้องดูกันยาวๆ ในสภาล่างเองคนที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการทหารก็เป็นตำรวจ ยังทำงานกันได้ ส่วนที่มีกรรมาธิการผู้ใหญ่บางคนลาออก คงมองว่าไม่เหมาะสมจึงลาออกดีกว่า

 เมื่อถามว่างานทหารเป็นงานวิชาชีพเฉพาะทาง ต้องให้คนในสายงานเป็น พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า กรรมาธิการทหารมีหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของกองทัพ และความมั่นคงของรัฐบาล มีหลายวิธีการที่จะตรวจสอบ และการชี้แจงต่อกรรมาธิการส่วนใหญ่ก็ส่งลูกน้องมาแทนทั้งนั้น คงไม่มีปัญหา และมีวาระอยู่เพียงปีครึ่ง ถึงปี 2554 ก็ต้องเลือกกันใหม่