ข่าว

ก.ต.เอกฉันท์สอบ"ปธ.แผนกคดีล้มละลาย"เพิ่ม

ก.ต.เอกฉันท์สอบ"ปธ.แผนกคดีล้มละลาย"เพิ่ม

18 ธ.ค. 2561

"ชำนาญ รวิวรรณพงษ์"ถูกสอบเพิ่ม หลังยื่นฟ้องแพ่ง "12 ก.ต."เรียก 50 ล้านอภิปรายความไม่เหมาะสมพลาดขึ้นรองปธ.ฎีกา

 

             18 ธันวาคม 2561  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า "นายชีพ จุลมนต์" ประธานศาลฎีกา ในฐานะประธานคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ได้ประชุมก.ต.ทั้งคณะรวม 15 คน ที่ ห้องประชุมศาลยุติธรรม 

 

 

 

               การประชุม ก.ต. ครั้งที่ 21/2561 นี้ มีวาระพิจารณาให้ความเห็นชอบ การสับเปลี่ยน –โยกย้ายตำแหน่งข้าราชการตุลาการ ระดับผู้พิพากษาศาลชั้นต้น และระดับหัวหน้าคณะในศาลชั้นต้น ที่จะมีผลในวันที่ 1 เม.ย.62 และยังมีวาระเห็นชอบแต่งตั้งอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (อ.ก.ต.) 3 ชั้นศาล ชั้นละ 7 คน รวม21 คน แทน อ.ก.ต. ชุดเดิมที่จะหมดวาระลงในวันที่ 24 ธ.ค.นี้

 

             โดยที่ประชุม ก.ต. มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง อ.ก.ต.ดังนี้ ในส่วนของ อ.ก.ต. ประจําชั้นศาลฎีกา ประกอบด้วย นายธีระพงศ์ จิระภาค รองประธานศาลฎีกา , นายพันธุ์เลิศ บุญเลี้ยง ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา , นายสมศักดิ์ คุณเลิศกิจ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา , นายสุพจน์ กิตติรักษนนท์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา , นายสมพงษ์ เหมวิมล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา , นายสนธิศาสตร์ เจตน์วราพงศ์  ผู้พิพากษาศาลฎีกา , นางอโนชา ชีวิตโสภณ ผู้พิพากษาศาลฎีกา

 

             สำหรับ อ.ก.ต.ประจําชั้นศาลอุทธรณ์ ได้แก่ นายชวลิต อิศรเดช ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 1 ,นางจรรยา จีระเรืองรัตนา รองประธานแผนกคดียาเสพติดในศาลอุทธรณ์ , นายเริงศักดิ์ วิริยะชัยวงศ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์คดีชำนาญพิเศษ , นายครรชิต วงศ์ไทย ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ , นายธานี สิงหนาท ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา , นายพงษ์ธร จันทร์อุดม รองประธานศาลอุทธรณ์ภาค 2 , นายเดชา คําสิทธิ เลขานุการศาลฎีกา

 

              รวมทั้งอ.ก.ต. ประจําชั้นศาลชั้นต้น ประกอบด้วย นายอมรพจน์ กุลวิจิตร รองอธิบดีผู้พิพากษาภาค 1 , นายสญชัย กีรติกฤติยานนท์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลจังหวัดมีนบุรี , นายอิทธิพล โสขุมา เลขานุการศาลอุทธรณ์ภาค 1 , นายกฤษณพล ณ ถลาง ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอาญา , นายจรัล เตชะวิจิตรา ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลแพ่ง , นายสัญญา จีระออน ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 , นายวิชัย ลีลาสวัสดิ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอาญา

 

              โดย "อ.ก.ต."นี้ จะทำหน้าที่กลั่นกรองเกี่ยวกับการเสนอบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่ง ซึ่งจะพิจารณาคุณสมบัติ ความเหมาะสมก่อนเสนอให้ ก.ต.ชุดใหญ่ 15 คน พิจารณา และการดำเนินการเกี่ยวกับตรวจสอบกลั่นกรองผลการพิจารณาสอบข้อเท็จจริงวินัยผู้พิพากษา ก่อนเสนอให้ ก.ต.ชุดใหญ่ด้วย

 

               ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นอกจากวาระดังกล่าวแล้ว ที่ประชุม ก.ต.ยังได้หยิบยกเรื่อง "นายชำนาญ รวิวรรณพงษ์" ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา อดีต ก.ต.ชั้นฎีกาที่ถูกลงชื่อถอดถอนให้พ้นจากตำแหน่งเพราะได้ยื่นฟ้อง นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์  รองประธานศาลฎีกา กับคณะผู้พิพากษาชั้นศาลฎีกา ศาลชั้นอุทธรณ์ และศาลชั้นต้น ประกอบด้วย นายธงชัย เสนามนตรี , นางนุจรินทร์ จันทร์พรายศรี , นางวาสนา หงส์เจริญ

 

               นายรังสรรค์ กุลาเลิศ , นายศิริชัย ศิริกุล , นายอนุรักษ์ สง่าอารีย์กูล , นายธนรัตน์ ทั่งทอง , นายสุวิชา สุขเกษมหทัย , นายกำพล รุ่งรัตน์ , นางผานิต นิติทัณฑ์ประภาศ , นายปรีชา ชวลิตธำรง ซึ่งทั้งหมดเป็น ก.ต. เป็นจำเลยที่ 1-12 คดีแพ่ง ความผิดเรื่องละเมิดจากการหมิ่นประมาท เรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท กรณีที่ผู้พิพากษาทั้ง 12 คนอภิปรายในที่ประชุม ก.ต. เมื่อช่วงเดือน ก.ค.61 ในการพิจารณาวาระที่มีการเสนอชื่อ "นายชำนาญ" ว่าเหมาะสมจะขึ้นดำรงตำแหน่งรองประธานศาลฎีกาคนที่ 1 หรือไม่

 

              โดย "ที่ประชุม ก.ต." ได้อภิปรายกันก่อนว่า ผู้พิพากษาที่เป็น ก.ต. และถูกฟ้องในคดีแพ่งดังกล่าว ถือว่ามีส่วนได้เสีย ที่จะดำเนินการทางวินัยและมีมติเกี่ยวกับนายชำนาญหรือไม่ ซึ่งที่ประชุม ก.ต. ลงมติเอกฉันท์ว่าก.ต.ที่ถูกฟ้องนั้นถือว่าไม่มีส่วนได้เสีย โดยบุคคลที่ถูกฟ้องยังสามารถทำหน้าที่พิจารณาวินัยนายชำนาญต่อไปได้

 

              จากนั้น "ที่ประชุม ก.ต." จึงมีมติ ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง กรณีนายชำนาญ ยื่นฟ้อง ก.ต. ซึ่งเป็นคณะกรรมการเสมือนบอร์ดบริหารของศาล มีหน้าที่สำคัญในพิจารณาแต่งตั้ง โยกย้ายและดำเนินการทางวินัยผู้พิพากษาของศาลยุติธรรม ทั้งนี้ตามอำนาจ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 มาตรา 68 เรื่องการรักษาวินัยผู้พิพากษา ที่บัญญัติไว้ว่า "เมื่อข้าราชการตุลาการในศาลใด ถูกกล่าวหาหรือมีกรณีเป็นที่สงสัยว่ากระทำผิดวินัย ให้ข้าราชการตุลาการผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในงานของศาลยุติธรรมนั้นดำเนินการให้ มีการสอบสวนข้อเท็จจริงในชั้นต้น โดยมิชักช้า ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ต. กำหนด วิธีการสอบสวนข้อเท็จจริงในชั้นต้นจะทำโดยให้ผู้ซึ่งเกี่ยวข้องชี้แจงเรื่องราวเป็น หนังสือ หรือโดยบันทึกเรื่องราวและความเห็น หรือโดยตั้งคณะบุคคลขึ้นสอบสวนข้อเท็จจริงก็ได้" 


               ผู้สื่อข่าวรายงานถึงขั้นตอนดังกล่าวด้วยว่า เมื่อที่ประชุม ก.ต. มีมติให้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว ต่อไป "ประธานศาลฎีกา" ในฐานะหัวหน้าส่วนราชการ ก็จะต้องเป็นผู้ลงนามคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ซึ่งการแต่งตั้งนั้นตามหลัก ประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงนั้นจะต้องมีความอาวุโสไม่น้อยกว่าผู้พิพากษาที่จะถูกสอบ โดยระยะเวลาการตรวจสอบเพื่อสรุปข้อเท็จจริงก็ให้เป็นตามที่คณะกรรมการฯ จะพิจารณาตามกรอบระเบียบฯ

 

              และหากผลการสอบข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติแล้ว พบว่าการกระทำดังกล่าวนั้นมีมูลความผิดทางวินัย คือการฟ้อง ก.ต. ดังกล่าวมีผลให้เกิดความเสียหายต่อ ก.ต.จริง ก็จะต้องมีการตั้งกรรมการสอบวินัยต่อไปเพื่อจะพิจารณาดูว่าเป็นการผิดวินัยร้ายแรงหรือไม่ หากเป็นวินัยร้ายแรงก็จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงขึ้นมาอีกชุด ซึ่งหากถึงขั้นตั้งคณะกรรมการสอบวินัยจนสรุปผลว่าผิดวินัย ก็อาจจะมีผลถึงให้พักราชการได้

 

              ผู้สื่อรายงานด้วยว่า สำหรับ "นายชำนาญ" ก่อนหน้านี้ ที่ประชุม ก.ต. เคยมีมติวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา ให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงชั้นต้นมาแล้ว 1 เรื่องด้วย กรณีที่คู่ความในคดีมรดกครอบครัวน้องภรรยาของนายชำนาญร้องเรียนว่าส่อจะทำการขัดต่อประมวลจริยธรรม แทรกแซงการทำหน้าที่หรือไม่ และ ก.ต.ได้รับทราบการรายงานข้อเท็จจริงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากฝ่ายผู้พิพากษาศาลชั้นต้นในศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ในช่วงการพิจารณาความเหมาะสมวาระโยกย้ายตำแหน่งข้าราชการตุลาการทั่วประเทศด้วย