ข่าว

กรอ.ถกผู้ว่าฯชัยภูมิร่วมมือภาครัฐรับมือค้าปลีก

กรอ.ถกผู้ว่าฯชัยภูมิร่วมมือภาครัฐรับมือค้าปลีก

03 พ.ย. 2552

หอการค้าชัยภูมิ นำเปิดเวที กรอ. “รอบพิเศษ” ถกร่วมผู้ว่าฯคนใหม่ สานความร่วมมือแก้ปัญหาร่วมภาครัฐและเอกชน ปูด”งง”งบแก้ปัญหาน้ำท่วมปี 53 เมืองชัยภูมิ กว่า 405 ล้านบาท ไร้ประโยชน์ถูกซอยเน้นขุดลอกคลองเรียบนับร้อยโครงการๆละ กว่า 1 ล้านบาท หนีเข้าระบบประมูลอีออค

 เมื่อวันที่ 3 พ.ย.นายอดิศร ลิ้มภักดี ประธานหอการค้าจ.ชัยภูมิ นำตัวแทนภาคเอกชน สภาอุตสาหกรรม ชมรมคลัสเตอร์สิ่งทอ ชมรมธนาคาร ผู้ประกอบการค้าทั้งจังหวัดเปิดเวทีประชุมองค์กรร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.)จ.ชัยภูมิ (รอบพิเศษ) ร่วมกับนายวันชัย สุทธิวรชัย ผู้ว่าราชการจ.ชัยภูมิ (คนใหม่ที่พึ่งมารับตำแหน่งเมื่อ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา) ณ หอประชุมใหญ่ อาคาร กรอ. อ.เมือง จ.ชัยภูมิ

 เพื่อร่วมหารือแนวทางการดำเนินงานขององค์กรร่วมภาครัฐและเอกชน จ.ชัยภูมิ ในการแก้ปัญหาเร่งด่วนทั้งในเรื่องการขาดแคลนแรงงานภายในจ.ชัยภูมิ การต่อต้านการก่อตั้งห้างค้าปลีกต่างชาติ ปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ตัวเมืองชัยภูมิ การแก้ปัญหาข้อพิพาทเรื่องราคาค่าเช่าพื้นที่ขายสินค้าในงานประจำปีเจ้าพ่อพญาแล 2553 ในช่วง 12-20 ม.ค.ที่จะถึงนี้ ร่วมทั้งแนวทางการกระตุ้นด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวในจ.ชัยภูมิ

 นายวันชัย สุทธิวรชัย ผู้ว่าราชการจ.ชัยภูมิ กล่าวถึงกรณีการขาดแคลนแรงงานในพื้นที่จะต้องเพิ่มคุณภาพสินค้าที่ให้เชื่อมกับคนท้องถิ่นให้ชัดเจนมากขึ้น รวมทั้งการเร่งเดินสายโรดโชว์เปิดตัวสินค้าไปยังต่างประเทศให้มากขึ้น

 ร่วมทั้งในเรื่องการแก้ปัญหาการรุกคืบเข้ามาเพื่อเตรียมการที่จะตั้งห้างค้าปลีกต่างชาติขนาดเล็กลงไปประจำอยู่ในทุกอำเภอ ของจ.ชัยภูมิ ใน 16 อำเภอ เรื่องนี้ต้องสร้างความเข้มแข็งของคนผู้ประกอบการค้าปลีกในพื้นที่ และในส่วนทางจังหวัดเองไปประสานให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเจ้าของพื้นที่ อบต. อำเภอ เองว่าในขณะนี้ถ้าหากมีการเตรียมยื่นเสนอขอใช้พื้นที่ตั้งห้างค้าปลีกต่างชาติเข้ามาขอให้มีการพิจารณาหยุดการอนุมัติไว้ก่อน เพื่อที่จะต้องศึกษาผลกระทบกับผู้ค้าในพื้นที่ดั่งเดิมและวิถีชีวิตชุมชนว่าเกิดผลกระทบด้วยหรือไม่

 และโดยเฉพาะเรื่องการวางแผนแก้ปัญหาน้ำท่วมจ.ชัยภูมิ ซึ่งมีการถกเถียงกันมากในที่ประชุม ซึ่งนายอดิศร ลิ้มภักดี ประธานหอการค้าจ.ชัยภูมิ กล่าวว่า ในเรื่องนี้เป็นที่น่าแปลกใจว่า มีการใช้งบประมาณเชิงเบี้ยหัวแตก ซึ่งมีการอนุมัติดำเนินการแก้ปัญหาใช้งบประมาณปี 2553 มาดำเนินการแก้ปัญหาไปแล้วกว่า 405 ล้านบาท ซึ่งมีการทักท้วงจากภาคเอกชนต่อทาง กบจ.ชัยภูมิ ไปแล้ว ว่าดูแล้วไม่เกิดประโยชน์ เพราะมีการซอยโครงการเป็นโครงการมุ่งแต่การขุดลอกคลองขนาดเล็ก ในโครงการละ 1.8 -1.9 ล้านบาท แทบทุกโครงการการ 160 โครงการ เพื่อหนีการประมูลเข้าระบบอีออคชั่น(ประมูลโครงการขนาดเล็กไม่เกิน 2 ล้านบาททางอินเตอร์เน็ต) แทนที่จะรวมงบประมาณที่ได้มาทำโครงการขนาดใหญ่และเกิดผลประโยชน์สูงสุดแก้ปัญหาน้ำท่วมเมืองชัยภูมิได้ชัดเจนกว่า ดีกว่าเสียงบขุดคลองสูญเปล่าแบบปีต่อปีๆละกว่า 1 ล้านบาท ในกว่า 100 โครงการซ้ำซากทุกปี ซึ่งที่ผ่านมาภาคราชการไม่ให้ความสำคัญภาคเอกชนเท่าที่ควร

 ด้านนายวันชัย สุทธิวรชัย ผู้ว่าราชการจ.ชัยภูมิ กล่าวว่า เรื่องนี้จังหวัดมีเวที กบจ.ให้ภาคเอกชนได้เข้าร่วมอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น และต่อไปทางจังหวัดพร้อมจะรับฟังความคิดเห็นต่อภาคเอกชนมากขึ้น และสาเหตุเรื่องนี้ต้องวอนสื่อมวชนช่วยตีแผ่(ส.ส.นักการเมือง วิ่งบีบซอยงบรับประมูลงานกินเปอร์เซ็นต์ในพื้นที่โจ่งครึ่ม) เมื่อภาคเอกชนพร้อมให้ความร่วมมือ ลงทุนมา 10 เปอร์เซ็นต์ ภาครัฐก็พร้อมจะร่วม 10 เปอร์เซ็นต์ ขอให้บอกมา ไม่ใช่ให้ผู้ว่าฯสู้คนเดียว

 ซึ่งถ้ามีการร่วมกันสามัคคีกัน ร่วมกันนำงบประมาณมาทำโครงการขนาดใหญ่ได้ก็จะเกิดผลดีกว่า ซึ่งท้องถิ่นบางส่วน ก็ไม่ได้ทอดทิ้งที่จะช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วม ที่ล่าสุดได้รับรายงานจาก เทศบาลเมืองชัยภูมิ ซึ่งหารือมาเตรียมที่จะขอกู้เงินจำนวนกว่า 300 ล้านบาท ที่จำนำมาทำโครงการแก้ปัญหาน้ำท่วมเมืองในระยะยาวใน 3 ปี ในการทำผนังกั้นน้ำจากลำปะทาวที่จะไหลผ่านเข้าเมืองตลอดทั้งสาย ตามาอีกด้วยในเร็วๆนี้

 ส่วนในกรณีปัญหาข้อพิพาทเรื่องราคาค่าเช่าพื้นที่ขายสินค้าในงานประจำปีเจ้าพ่อพญาแล ทุกปี ที่จะมีทั้งเรื่องการจำหน่ายสินค้าในงานเกินราคา เรื่องนี้ต่อไปจะต้องมีการติดป้ายราคาสินค้าที่จำหน่ายต้องชัดเจนถ้าไม่มีก็ต้องใช้กฏหมายมาดำเนินการ และหากเกิดปัญหาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบ และทางผู้ว่าราชการจ.ชัยภูมิ ตัวผมเอง จะรับไปดูแลเรื่องนี้ให้

 นอกจากนี้ทั้งในเรื่องส่งเสริมการท่องเที่ยว ต่อไปทางจังหวัดและภาคเอกชน จะต้องมีส่วนร่วมกัน ในการช่วยกันผลักดันแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ คือ มอหินขาว ให้มีศักยภาพสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้มากขึ้นตามมาในแต่ละวันช่วงหน้าหนาวนี้ มีจำนวนมากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามมาในอนาคตด้วย