
ปลัดพาณิชย์เน้นตรวจสอบเครื่องวัดความชื้นทุกโรงสี
ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ตรวจหน่วยรับซื้อข้าวของอคส. ระบุเน้นตรวจสอบเครื่องวัดความชื้นของโรงสีร่วมโครงการแทรกแซงราคาข้าวเปลือกทุกแห่งให้เป็นไปตามมาตรฐาน ขณะที่ชาวนานส่วนใหญ่ยังเครียด เหตุราคาข้าวตกต่ำ-เจอเพลี้ยกระโดดเล่นงาน
เมื่อเวลา 10.30 น . วันที่ 3 พ.ย.52 ที่โรงสีมุ่ยเฮง ต . บ้านกร่าง อ . เมือง จ . พิษณุโลก นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ พร้อมคณะ ได้มาตรวจสอบหน่วยรับซื้อข้าวของอคส . ตามโครงการแทรกแซงตลาดรับซื้อข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2552 / 2553 ซึ่งวันเป็นที่สอง ที่รัฐบาลเริ่มมาตรการแทรกแซงราคาข้าว หลังจากราคารับซื้อข้าวเปลือกในตลาดตกต่ำ โดยมีเกษตกรในพื้นที่ต . บ้านกร่าง ขนข้าวที่เพิ่งเกี่ยวเสร็จมาจำหน่ายจำนวน 3 ราย
นายยรรยง กล่าวว่า ได้ให้ความสนใจเครื่องวัดความชื้นข้าวเป็นพิเศษ เนื่องจากราคาข้าวเปลือกที่เกษตรกรจะได้รับ ขึ้นอยู่กับความชื้นเป็นหลัก โดยเน้นให้ชั่งตรวงวัด ตรวจสอบเครื่องวัดความชื้นของโรงสีที่เข้าร่วมโครงการแทรกแซงราคาข้าวเปลือกทุกโรง ให้เป็นไปตามมาตรฐาน
ส่วน ตลาดข้าวทั่วไปในแง่เกษตรกรเป็นเรื่องที่เราจะต้องดูแลมาก เพราะรัฐบาลได้มาใช้ระบบประกันรายได้ส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งคือมาตรการพยุงราคาคือรับซื้อข้าว เราให้ภาระนี้ตกอยู่ที่โรงสีมาก โรงสีจะต้องดูแลชาวนาในเรื่องราคา ที่ขึ้นอยู่กับความชื้นและน้ำหนัก ความชื้นแค่ต่างกันเปอร์เซ็นต์เดียว จะถูกหักไป 15 กิโลกรัม ประมาณ 120 บาท เพราะฉะนั้นอัตราความชื้นแต่ละเปอร์เซ็นต์มีความหมายต่อเกษตรกร จึงต้องขอความโรงสีทั่วประเทศให้ความเป็นธรรมแก่เกษตรกร เพราะต้องพึ่งพากัน โรงสีอยู่ได้เพราะชาวนา ชาวนาอยู่ได้เพราะโรงสี
นายยรรยง กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีโรงสีสมัครเข้าร่วมโครงการ 360 ราย แต่เมื่อวันที่ 2 พย . เปิดได้ 17 โรง ใน 10 จังหวัด ปรากฏว่าไม่มีใครขายข้าวเข้าโครงการเลย เหตุผลเพราะราคาข้าว ณ ขณะนี้ ไปชนกับราคาเกณฑ์อ้างอิงแล้ว เช่น ข้าวขาว 5 % ราคาอ้างอิงอยู่ที่ 8,349 บาทต่อตัน ราคาตลาดอยู่ที่ 8,000-9,000 บาท หรือข้าวหอมจังหวัด ราคาอ้างอิงอยู่ที่ 13,729 บาท ราคาตลาด 13,600 บาท เพราะฉะนั้น เมื่อวานก็ไม่มีใครขายเข้าโครงการ รัฐบาลก็ไม่ต้องเสียเงิน ประชาชนก็ไม่ต้องถูกกดราคา อีกระยะหนึ่ง ราคาข้าวอาจจะเลยราคาเกณฑ์อ้างอิง แต่รัฐบาลต้องการให้ใกล้ราคาประกัน เพราะเป็นราคาฐานที่ปรับขึ้นมาให้ชาวนาอยู่ได้
นายสำเภา มีคำ อายุ 57 ปี ชาวนา ม .4 ต . บ้านกร่าง อ . เมืองพิษณุโลกกล่าวว่า ทุกวันนี้ต้องนอนเอามือก่ายหน้าผาก เพราะเครียดมากกับปัญหาเรื่องข้าว ทั้งราคาตกต่ำ และปัญหาเพลี้ยกระโดด ตนทำนา 10 ไร่ ลงทุนไป 30,000 บาท เกี่ยวข้าวแล้วได้เพียง 3 ตัน จากปกติที่ควรจะได้ 9 ตัน เนื่องจากถูกเพลี้ยกระโดดเล่นงาน แถมยังขายได้ตันละ 6,000 กว่าบาทเท่านั้น ต่างจากปีที่แล้วมากที่ขายได้ 7,000-8,000 บาท
นายบรรจบ ถมทอง อายุ 39 ปี ชาวนา ม .3 ต . บ้านกร่าง กล่าวว่า ตนทำนา 33 ไร่ เกี่ยวข้าวแล้วได้ข้าว 18 ตัน ต่ำกว่าปกติที่ควรจะได้ประมาณ 28 ตัน เนื่องจากปัญหาเพลี้ยกระโดด ส่วนราคารับซื้อข้าวนั้น ตนเกี่ยวสด ขายได้ตันละ 6,200-6,300 บาท เมื่อรัฐบาลมาช่วยแทรกแซงข้าว ก็เห็นดีด้วย เพราะสัปดาห์ที่ผ่านมา ถูกกดราคารับซื้ออยู่ที่ตันละ 6,000 บาท ชาวนาเมื่อเกี่ยวข้าวมาแล้วก็ต้องขายทันที
อย่างไรก็ตาม สำหรับชาวนาที่นำข้าวมาขายในโครงการแทรกแซงราคาข้าวที่โรงสีมุ่ยเฮงรายหนึ่ง ที่ตรวจวัดความชื้นข้าวได้ 31 % ตามราคารับซื้อในราคาแทรกแซงนั้น จะได้ตันละ 6,501 บาท ชาวนาระบุว่า ยอมรับได้ เพราะเป็นข้าวเกี่ยวสด และความชื้นสูง



