ข่าว

"อบจ.เชียงใหม่" ประชาสัมพันธ์เชิงรุก
หวังท่องเที่ยวคึกคัก-มีสีสันตลอดทั้งปี!

"อบจ.เชียงใหม่" ประชาสัมพันธ์เชิงรุก หวังท่องเที่ยวคึกคัก-มีสีสันตลอดทั้งปี!

04 พ.ย. 2552

"การท่องเที่ยว" ถือเป็นรายได้หลักของ จ.เชียงใหม่ มาช้านานแล้ว แต่ระยะหลังการท่องเที่ยวของเชียงใหม่ซบเซาลงไปไม่น้อยจากทั้งปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองของกลุ่มสีเสื้อต่างๆ รวมทั้งภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก และไข้หวัด 2009 ที่กระหน่ำซ้ำเติมเข้าไปอีก

 นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ จึงเร่งแถลงเปิดโครงการเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวเชียงใหม่ในปีนี้ ที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ โดยมีนายอมรพันธุ์ นิมานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมเป็นประธาน

 นายก อบจ.เชียงใหม่ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของโครงการดังกล่าวว่า เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดเชิงรุก และเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยว โดยเชื่อว่าตลอดฤดูกาลท่องเที่ยวในปีนี้ จ.เชียงใหม่จะมีความคึกคักและมีสีสันตลอดทั้งปี

 สำหรับฤดูกาลท่องเที่ยวในช่วงปลายปี 2552-2553 จะมีการจัดงานเทศกาลต่างๆ ตลอดทั้งปี เริ่มที่งานประเพณียี่เป็ง (ลอยกระทง) ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม-3 พฤศจิกายน 2552 งานเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว งานเชียงใหม่เคาท์ดาวน์ 2010

 งานกุหลาบเหมันต์ 2009 งานฤดูหนาวและกาชาดเชียงใหม่ในเดือนธันวาคม 2552 งานร่มบ่อสร้างในเดือนมกราคม 2553 งานไม้แกะสลักบ้านถวาย และงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับในเดือนมีนาคม 2553

 งานศิลปวัฒนธรรมล้านนา และงานสงกรานต์เชียงใหม่เดือนเมษายน 2553 และงานประเพณีอินทขิลในเดือนพฤษภาคม 2553

 นายก อบจ.เชียงใหม่ จึงกล่าวเรียกร้องให้ชาวเชียงใหม่ร่วมแรงร่วมใจในการเป็น "เจ้าบ้านที่ดี" มีมิตรไมตรีจิต แสดงวิถีความเป็นไทยซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบ เพื่อพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสด้านการท่องเที่ยว

 ทั้งนี้จากสถิติตัวเลขนักท่องเที่ยวตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา พบว่ามีนักท่องเที่ยวลดลงต่อเนื่องปีละ 1-4%

 โดยในปี 2549 มีนักท่องเที่ยว 5.59 ล้านคน สร้างรายได้ 39,785.06 ล้านบาท ปี 2550 มีนักท่องเที่ยว 5.35 ล้านคน สร้างรายได้ 38,894.25 ล้านบาท และในปี 2551 มีนักท่องเที่ยว 5.31 ล้านคน สร้างรายได้ 38,135.33 ล้านบาท

 นายก อบจ.เชียงใหม่ เชื่อว่าสถิติตัวเลขทั้งนักท่องเที่ยวและรายได้หมุนเวียนใน จ.เชียงใหม่ จะเพิ่มขึ้นกว่า 3 ปีที่ผ่านมาแน่นอน

"วรัทยา ไชยลังกา"