
ผู้ค้าคลองเตยยื่นหนังสือถึงอภิสิทธิ์ช่วยไกล่เกลี่ย
ผบช.น. สั่งเพิ่มกำลังตำรวจคุมเข้มตลาดคลองเตย จี้ตรวจค้นอาวุธ-บุคคลต้องสงสัย-ชายฉกรรจ์ พกพาอาวุธ เรียกร้อง 2 ฝ่าย แก้ปัญ หาเร่งด่วน
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 3 พ.ย. พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น.ได้เรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องกรณีการพิพาทตลาดคลองเตยประชุมกันที่ห้องประชุม สน.ท่าเรือ โดยใช้หารือกันอย่างเคร่งเครียดนาน 2 ชั่วโมง ภายหลังการประชุมเสร็จสิ้น พล.ต.ท.วรพงษ์เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนแผนการดูแลรักษาความเรียบร้อยในพื้นที่ตลาดคลองเตยโดยให้ พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิ์,พล.ต.ต.จักรทิพย์ ชัยจินดาและพล.ต.ต.อนันต์ ศรีหิรัญ รอง ผบช.น.ลงมาควบคุมดูแลโดยแบ่งเป็นเรื่องความมั่นคง เรื่องการสืบสวนและเรื่องการดูแลพื้นที่ และให้พ.ต.อ.สมชาย พัชรอินโต รอง ผบก.น.5 รักษาการ ผกก.สน.ท่าเรือ ดูแลคดีที่เกิดขึ้นในท้องที่ไม่ต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับตลาดคลองเตย
พล.ต.ท.วรพงษ์กล่าวด้วยว่า กรณีการพิพาทตลาดคลองเตยดังกล่าวนั้นยืดเยื้อมาเป็นปีแล้ว หลังจากที่ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมาป้องกันเหตุก็ทำให้อาชญากรรมในท้องที่เพิ่มสูงขึ้น จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนแผนใหม่ ซึ่งตำรวจที่มาควบคุมดูแลก็เป็นแค่แนวกันไม่ให้สองฝ่ายปะทะกัน เนื่องจากต่างฝ่ายต่างแย่งสิทธิพื้นที่ในตลาด ซึ่งตอนนี้เรื่องกำลังอยู่ในขั้นตอนของศาลตำรวจจึงไม่สามารถทำอะไรได้ บางครั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจอาจจะอ่อนล้าบ้างเนื่องจากต้องมาปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ดังกล่าวนาน ทำให้บางครั้งเกิดเรื่องปะทะกันขึ้น
ส่วนเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและชาวบ้านถูกยิงได้รับบาดเจ็บนั้นเมื่อคืนที่ผ่านมานั้น พล.ต.ท.วรพงษ์ กล่าวว่า หลังจากได้เรียกตัวแทนทั้งสองฝ่ายมาเจรจากันก็ได้ข้อยุติว่า พื้นที่ตลาดเป็นของบริษัทลีเกิ้ลฯที่ได้รับสัมปทาน แต่ก็ยังให้ผู้ค้าเดิมนั้นขายของต่อไปได้ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือมีจำนวน 24 แผง เจ้าของแผงหรือผู้มีสิทธิ์ไม่มาแสดงตัว แต่ได้มีตัวแทนของเจ้าของแผงออกมาประท้วงต่อต้านกระทั่งมีการปิดถนน บริเวณดังกล่าวทางบริษัทได้ขนของออกนำลวดหนามมาล้อมแผงเอาไว้
พล.ต.ท.วรพงษ์กล่าวต่อว่า ก่อนเกิดเหตุมีคนตัดลวดหนามแล้วขนของมาวางไว้ที่แผงดังกล่าว ทางบริษัทลีเกิ้ลจึงแจ้งความกับว่าบุกรุก พอเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบก็ไม่ทราบว่าของดังกล่าวนั้นเป็นของใคร จึงจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 150 นาย ไปควบคุมเพื่อขนของออกนำไปเก็บรักษาที่ สน.ท่าเรือ ระหว่างนั้นก็มีเสียงนกหวีดดังขึ้นพร้อมกับไฟก็ดับลงและตามมาด้วยเสียงประทัดดัง 1 นัด และเสียงปืนดัง 2 นัดทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจโดนยิงบาดเจ็บที่แขนซ้ายและนายชนะพล รมยสมิตธ์ ถูกยิงที่แขนขวากระสุนฝังใน คาดว่าผู้ลงมือกระทำนั้นต้องการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ โดยตอนนี้ได้พุ่งเป้าไปที่กลุ่มที่ผู้เสียผลประโยชน์ หรืออาจเป็นผู้ที่สร้างสถานการณ์อยู่ระหว่างให้ฝ่ายสืบสวนตรวจสอบ
พล.ต.ท.วรพงษ์ กล่าวด้วยว่า ภายหลังเกิดเหตุตนได้สั่งการให้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการตำรวจนครบาล1 (บก.น.1) มาเสริมกำลังกับตำรวจกองบังคับการตำรวจนครบาล.5 เจ้าของพื้นที่โดยเพิ่มกำลังดูแลในแต่ละผลัดจาก 150 นายเป็น 300 นาย คุมเข้มทั้งรอบนอกและรอบในตรวจค้นอาวุธบุคคลต้องสงสัยตลอดเวลา ขณะเดียวกันได้สั่งการให้เตรียมกำลังตำรวจปราบจราจลพร้อม ณ ที่ตั้งหากเกิดเหตุรุนแรงสามารถเข้าควบคุมสถานการณ์ภายในครึ่งชั่งโมง
ผบช.น.กล่าวต่อว่า การดูแลความสงบเรียบร้อยของตำรวจนั้นเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรงปะทะกันสองฝ่ายเท่านั้น ส่วนการแก้ปัญหาในภาพรวมของสาเหตุนั้นเป็นหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้องสองฝ่ายที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนจะปล่อยให้ล่วงเลยเวลาไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว การชุมนุมยืดเยื้อมานาน ส่วนกรณีที่นายกฯออกมาคาดโทษตำรวจที่ปล่อยให้มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น ในฐา นะที่มีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยไม่ได้เกิดความท้อแท้หรือน้อยอกน้อยใจแต่อย่างใด ตำรวจต้องทำหน้าที่เต็มความสามารถอยู่แล้วไม่มีปัญหา
ด้าน พ.ต.อ.สมชาย พัชรอินโต รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 กล่าวว่า สั่งการให้เจ้าหน้าที่สายตรวจคุมเข้มตรวจค้นบุคคลเข้าออก บริเวณที่มีการชุมนุมและบริเวณโดยรอบมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มชายฉกรรจ์และบุคคลต้องสงสัยทั้งฝ่ายลีเกิ้ลฯและฝ่ายผู้ค้า พร้อมประสานเจ้าหน้าที่สรรพาวุธเข้าตรวจค้นตรวจสอบวัตถุระเบิดวัตถุต้องสงสัยอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมาตำรวจมีการดำเนินการเข้มงวดมาโดยตลอดแต่ไม่รู้ว่ามีการลักลอบนำเข้าไปได้อย่างไรซึ่งต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงกันต่อไป ขณะเดียวกันได้สั่งกำชับไปยังฝ่ายสืบสวนให้เร่งรัดติดตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงปัญหาผู้ค้าตลาดคลองเตยที่มีปัญหากับเจ้าหน้าที่อยู่ตลอดเวลา ว่า ตนได้บอกให้ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทนผบ.ตร. ไปดูแลและแก้ปัญหาแล้ว
แม่ค้าคลองเตยยื่นหนังสือถึงนายกฯช่วยไกล่เกลี่ย
เมื่อเวลา 15.00 น.นางสาวน้อย ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง ตัวแทนสมาพันธ์พ่อค้าแม่ค้าตลาดคลองเตย แถลงข่าวว่าได้ทำหนังสือยื่นให้กับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อช่วยหาคนกลางไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างกลุ่มพ่อค้าแม่ค้ากับบริษัท ลีเกิ้ล โปรเฟสชันเนล ที่ไม่ใช่การท่าเรือฯ ซึ่งขณะนี้บริษัท ลีเกิ้ลฯ ได้ติดป้ายไว้ที่แผงค้า เพื่อแจ้งพ่อค้าแม่ค้าที่ไม่ได้ทำสัญญากับบริษัทฯ ให้ออกจากตลาด ภายในวันที่ 6 พ.ย. นี้
ขณะนี้บรรยากาศที่ตลาด 4 คลองเตย เจ้าของแผงค้าที่ได้ทำสัญญากับบริษัท ลีเกิ้ลฯ ไว้แล้ว ได้นำรั้วลวดหนามมาล้อมบริเวณตลาด 4 ไว้ โดยมีกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าเดิมที่ไม่ได้ทำสัญญากับบริษัทฯ กว่า 10 คนเฝ้าแผงค้าของตัวเองไว้ และมีตำรวจราว 50 นายเฝ้ารักษาความปลอดภัยอยู่



