ข่าว

พร้อมจัดงานวันสตรีสากล ยกย่องความเก่ง "หญิงไทย"

พร้อมจัดงานวันสตรีสากล ยกย่องความเก่ง "หญิงไทย"

04 มี.ค. 2552

เนื่องในโอกาสวันสตรีสากล 8 มีนาคมของทุกปี สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้จัดการประชุมสมัชชาสตรีแห่งชาติ และงานวันสตรีสากล ประจำปี 2552 ขึ้นเพื่อเป็นการร่วมเฉลิมฉลองและรำลึกถึงการต่อสู้ให้ได้มาซึ่งความเสมอ

  ศุภฤกษ์ หงษ์ภักดี ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กล่าวว่าในปีที่ผ่านๆ มา การจัดการประชุมสมัชชาสตรีแห่งชาติและงานวันสตรีสากลจะจัดแยกกันเป็นสองงาน แต่สำหรับปีนี้เป็นวาระพิเศษ ในโอกาสครบรอบ 20 ปีของการจัดตั้งคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานสตรีแห่งชาติ ขึ้นในสำนักนายกรัฐมนตรี ส่งผลให้มีการจัดงานวันสตรีสากล และก้าวไปสู่การส่งเสริมความเสมอภาคหญิงชายต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน จึงได้จัดให้มีงานต่อเนื่องกัน 2 วัน ระหว่างวันที่ 4-5 มีนาคมนี้ ที่ห้องจูบิลี บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี

 จากนั้นเป็นการเสวนาแลกเปลี่ยนความเห็นในหัวข้อ "พลังและโอกาส สู่ความเสมอภาคหญิงชาย" เริ่มต้นที่ กัปตันกัญชลา คัมโพส-ตอร์โตซา (ศรียานงค์) นักบินพาณิชย์หญิงคนแรกของประเทศไทย สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด เล่าว่า เริ่มต้นจากการเป็นแอร์โฮสเตส และมีโอกาสได้เข้าไปนั่งในห้องนักบินแล้วเกิดความประทับใจ จุดประกายความคิดในทันทีว่าจะต้องเป็นนักบินให้ได้ จากนั้นก็พยายามทุกทางที่จะทำให้ฝันเป็นจริงและในที่สุดก็ประสบความสำเร็จ ได้เป็นนักบินตั้งแต่ พ.ศ. 2533 มาจนถึงปัจจุบัน ในส่วนที่เป็นนักบินหญิง ยังไม่เคยประสบกับปัญหาใดๆ จะมีก็แต่ปัญหาของนักบินที่ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายก็ต้องเจอเช่นกัน อย่างเรื่องของสภาวะอากาศ เป็นต้น

 ด้าน ณัฐกิตต์ จิตร์ตรีสินธุ์ ประธานสภาเด็กและเยาวชน อ.เมือง จ.ปทุมธานี ให้ความเห็นในเรื่องของการส่งเสริมด้านความเสมอภาคระหว่างหญิงและชายว่า ตัวเองมักจะย้ำกับน้องๆ ผู้ชายในสภาเสมอว่าให้รับฟังความคิดเห็นของน้องๆ ผู้หญิงเสมอ เพราะผู้หญิงจะมีความคิดที่ละเอียดอ่อนและในบางเรื่องอาจมีความคิดเห็นดีๆ ที่เราไม่ควรมองข้าม

 "ในสัดส่วนของสภาเด็ก จัดให้มีสัดส่วนของน้องๆ เท่ากันทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชาย มีเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่เปิดโอกาสให้โดยเท่าเทียมกัน โดยส่วนตัวอยากผลักดันให้ผู้หญิงเข้ามามีบทบาททางการเมืองมากขึ้น ในเรื่องนี้ผู้ชายก็ควรมีส่วนผลักดัน ส่วนผู้หญิงเองก็ควรส่งเสริมซึ่งกันและกันด้วย ไม่ควรปิดกั้นกันเอง ซึ่งถ้าเป็นไปได้ในอนาคตผมก็ยังอยากผลักดันให้เกิดกระทรวงขึ้นอีก 2 กระทรวง คือ กระทรวงสิทธิมนุษยชน และกระทรวงเยาวชนและกีฬา" ณัฐกิตต์ กล่าว

 พร้อมกันนี้ในวันงานยังจะมีการมอบโล่เกียรติยศและโล่ประกาศเกียรติคุณสตรี บุคคล หน่วยงาน องค์กรดีเด่น ทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งในปีนี้มีจำนวนรวม 31 รางวัล ใน 17 สาขา โดยผู้ที่ได้รับรางวัลบุคคลเกียรติยศดีเด่นด้านการส่งเสริมความเสมอภาคหญิงชายและการคุ้มครองสิทธิสตรี ได้แก่ สายสุรี จุติกุล ผู้บุกเบิกงานส่งเสริมสตรี เป็นผู้ผลักดันและนโยบาย กฎหมาย และแนวทางปฏิบัติต่างๆ เพื่อส่งเสริมความเสมอภาค คุ้มครอง และพิทักษ์สิทธิมนุษยชนของสตรีมาอย่างต่อเนื่อง และปัจจุบันได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกคณะกรรมการประจำอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบของสหประชาชาติ