ข่าว

"สนธิรัตน์" ยันหาเสียง 45 วันเพียงพอ

"สนธิรัตน์" ยันหาเสียง 45 วันเพียงพอ

08 ธ.ค. 2561

พรรคของปชช. !! "สนธิรัตน์" วอนเห็นใจปมไขก๊อก เหตุต้องทำหน้าที่ รมว. เจรจาตลาดการค้าโลก หวั่น 5 เดือนเกิดสูญญากาศ ชง กก.บห.ทำโพรมารีโหวตชื่อเป็นนายกฯในบัญชีพรรค

 

               วันที่ 8 ธ.ค.2561 ที่พรรคพลังประชารัฐ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการร่วมพูดคุยกับแม่น้ำ 5 สาย เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมา ว่า เป็นเรื่องที่ดี และเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 นี้ ในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ก็จะเดินตาม Road Map ของการเลือกตั้งและเตรียมทำงานรองรับไว้ โดยในวันที่ 10 ธ.ค.นี้ พรรคพลังประชารัฐจะมีการประชุมใหญ่และมีการคัดเลือกคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครพรรคเพื่อเข้าสู่กระบวนการต่อไป

               นายสนธิรัตน์ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีที่พรรคพลังประชารัฐเตรียมระดมทุนนั้น ขณะนี้กำลังให้ฝ่ายกฎหมายของพรรคประสานงานว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่ เนื่องจากว่าคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยังมีผลบังคับใช้อยู่ แต่อย่างไรก็ตามยืนยันว่าพรรคก็ต้องมีการระดมทุนในการดำเนินการ ทั้งนี้เราไม่ได้มีเจตนาที่จะฝ่าฝืนคำสั่งใดๆทั้งสิ้น แต่การระดมทุนเพื่อใช้ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งในอนาคต

 

 

"สนธิรัตน์" ยันหาเสียง 45 วันเพียงพอ

 

 

               เมื่อถามว่า มีแนวโน้ม คสช.จะเริ่มให้พรรคการเมืองหาเสียงวันที่ 2 ม.ค. 2562 จะเพียงพอหรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวต่อว่า ตนคิดว่าเพียงพอ เนื่องจากปกติการหาเสียงจะใช้เวลา 45 วัน แต่หากเริ่มหาเสียงวันที่ 2 มกราคม 2562 ก็เท่ากับว่าจะมีเวลาหาเสียงเกิน 45 วัน หรือเกือบ 2 เดือน

               เมื่อถามว่าถึง ความชัดเจน 4 รัฐมนตรีจะลาออก นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ถ้าหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐได้ระบุชัดเจนแล้วว่า จะลาออกก็ต่อเมื่องานเสร็จ ทั้งนี้อยากให้ดูพฤตินัยของพวกเราและอยากให้ดูผลงานในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีด้วย ให้ดูว่าการทำงานเราได้ใช้ทรัพยากรของรัฐหรือไม่ ขอให้ดูที่ปัจจุบัน อย่างไรก็ตามอย่ามากังวลใจกับตำแหน่งของพวกตนให้มากนัก ส่วนที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าจะใช้การประชุมครม.สัญจรระหว่างวันที่ 11 และ 12 ธันวาคมนี้ลงพื้นที่หาเสียงนั้น ถือเป็นเสียงวิพากย์วิจารณ์ทางการเมือง จะทำอะไรก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ทั้งนี้อยากให้ดูเนื้อหา เนื่องจากสิ่งที่เป็นประเด็นทางการเมืองก็มีการเปลี่ยนแปลงทุกวัน เช่น ครม.สัญจร ให้ลงพื้นที่ไปดูแลประชาชนและทำให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น หากมองว่าเป็นการหาเสียง ซึ่งก็ไม่ใช่ก็ ต้องให้ความเป็นธรรมด้วยขอให้ดูที่ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ

 

 

"สนธิรัตน์" ยันหาเสียง 45 วันเพียงพอ

 

 

               เมื่อถามว่า ความชัดเจนของ 4 รัฐมนตรี จะการลาออกก่อนวันที่ 2 มกราคม 2562 หรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ไม่ต้องกังวลทุกอย่างมีเหตุมีผล เนื่องจากเวลาตนจะตัดสินใจอะไร ต้องคิดให้รอบคอบถ้า หากมองแต่การเมือง การเมืองก็จะให้ตนออก แต่สิ่งที่ตนมองคือจะใช้เวลาต่อจากนี้ทำงานให้เกิดประโยชน์อย่างไร

               นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ในห้วงนี้ตนใช้เวลาการทำงานส่วนใหญ่ในต่างประเทศแทบทุกอาทิตย์ เนื่องจากขณะนี้ทุกคนทราบดีว่าปัญหาเศรษฐกิจระหว่างประเทศต้องได้รับการทุ่มเทในการแก้ปัญหาการแข่งขันทางการค้าโลก และที่สำคัญเวลาเจรจากับต่างประเทศ ไม่ว่าประเทศใดเขาจะพูดคุยกับรัฐมนตรีว่าการเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเปรียบเทียบกับเวียดนาม หลายประเทศต้องการค้าขายกับเวียดนามมากกว่าไทย เนื่องจากเวียดนามไม่มีเรื่องของภาษีทางการค้า ดังนั้นตราบใดที่ตนยังอยู่ในตำแหน่งสามารถเจรจาได้ตลอด เพราะไม่เช่นนั้นถ้าตนไม่อยู่เกิดสูญญากาศอีก 5 เดือนแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ตรงนี้คือความลำบากใจของตน ดังนั้นตนถึงพูดอยู่เสมอว่า การตัดสินใจใด ๆ ต้องมองหลายปัจจัย อย่ามองที่การเมืองเพียงอย่างเดียว เพราะถ้ามองแบบการเมืองเขาก็ต้องให้ตนออก แต่อีกทางหนึ่งก็ต้องมองด้วยว่า เวลานี้เราอยู่ตรงนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

 

 

"สนธิรัตน์" ยันหาเสียง 45 วันเพียงพอ

 

 

 

 

               "ผมอยากให้เข้าใจที่พูดอย่างนี้ ถ้าเราออกนั้นมันง่าย แต่สิ่งที่เราต้องทำนั้นมันมาก บางคนอาจถามว่าแล้วคนอื่นทำไม่ได้เหรอ ก็นี้มันปลายรัฐบาลแล้วจะไปทำอะไร จะให้ปรับครม.อย่างนั้นเหรอ ปรับคนใหม่แล้วจะมีเวลาหรืออย่างไร อันนี้ยกตัวอย่างเพราะเป็นเหตุผลทางการเมือง มาถามผมก็ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร เพราะตั้งแต่ตั้งพรรคพลังประชารัฐมา ผมมีการใช้ทรัพยากรของรัฐหรือไม่ เพราะทุกวันนี้ลำบากมาก พอ 4 โมงครึ่งเย็นก็ต้องเปลี่ยนรถ เวลา 08.30-16.30 น.ก็ทำการเมืองไม่ได้เลย เมื่อวันที่พรรคประชุมภาคกลาง มาเชิญไปตอนเที่ยง ผมก็บอกว่าผมไปไม่ได้ เพราะเรามองว่าจะต้องทำงานในฐานะรัฐมนตรีให้เกิดประโยชน์ และต้องขับเคลื่อนงานรัฐบาลหลายเรื่อง เช่น เศรษฐกิจฐากราก ซึ่งมาบอกว่าอันนั้นไม่ดีอันนี้ไม่ดี แล้วยังมาไล่ผมอยู่แบบนี้เหรอ" นายสนธิรัตน์ กล่าว  

               ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าปัจจัยทำงานให้รัฐบาล ทำให้ต้องคิดมากจะต้องลาออกได้เมื่อไหร่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า อย่างที่ตนพูดหลายครั้งแล้วว่า ขอดูประโยชน์การทำงานเป็นตัวตั้งด้วยและดูเงื่อนไขทางการเมือง ตนพูดเสมอว่าทุกอย่างเป็นเหตุเป็นผลกัน เมื่อถามว่า ทั้ง 4 รัฐมนตรีได้พูดคุยกันหรือไม่จะออกพร้อมกันเมื่อไหร่ นายสนธิรัตน์ ตอบว่า ต้องพูดคุยกันอยู่แล้ว ส่วนช่วงเวลาที่เหมาะสมจะเป็นเมื่อไหร่นั้น ไม่ตอบแล้ว เพราะพูดอยู่ทุกวัน

 

 

"สนธิรัตน์" ยันหาเสียง 45 วันเพียงพอ

 

 

               ผู้สื่อข่าวถามถึง ผู้ที่พรรคจะเสนอชื่อเป็นนายกฯในบัญชีพรรคพลังประชารัฐ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ผมได้เสนอต่อที่คณะกรรมการบริหารพรรคแล้ว เสนอให้ทำไพรมารีโหวต กับรายชื่อที่เหมาะสมจะเป็นนายกฯ โดยให้สมาชิกพรรคทั่วประเทศแสดงความคิดเห็น เพราะคนที่จะได้รับเสนอชื่อเป็นนายกฯต้องได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกพรรค ซึ่งทางกรรมการบริหารเองก็เห็นด้วย หรือถ้าทำได้ดีกว่านั้นก็อยากให้รับฟังเสียงประชาชนจากทั่วประเทศด้วยซ้ำ ว่าถ้าพรรคพลังประชารัฐมีผู้ที่เหมาะสมจะเป็นนายกฯตามรายชื่อดังนี้ ประชาชนจะคิดว่าใครเหมาะสมสุด เพราะพรรคนี้เป็นของประชาชนต้องฟังเสียงประชาชน ส่วนจะเสนอกี่ชื่อขึ้นอยู่กับกรรมการบริหารพรรค เมื่อได้รายชื่อผู้ที่เหมาะสมแล้ว ถึงจะไปทาบทาม

               เมื่อถามว่า เคยเปรยกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. ว่า พรรคพลังประชารัฐจะขอทาบทาม นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ไม่เคยเปรยและไม่รู้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะเอากับเราด้วยหรือไม่ และจะเป็นนายกฯอีกหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ยังไม่ได้บอก และตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าประชาชนจะนิยมคนไหน ขอทำตามขั้นตอนของพรรคก่อน ถ้าทำไพรมารีโหวตเสร็จแล้ว ได้รายชื่อออกมา 3 อันดับ ต้องเรียงไปว่าถ้าอันดับ 1 ไม่เอาก็ต้องเป็นอันดับ 2 และอันดับ 2 ไม่เอาก็ต้องเป็นอันดับ 3 อันนี้คือหลักการทำงาน ไม่มีใครตอบได้ตอนนี้ว่าจะเอาใคร รับรองทันเดตไลน์แน่

 

 

"สนธิรัตน์" ยันหาเสียง 45 วันเพียงพอ

 

 

 

               วันเดียวกันเมื่อเวลา 11.00 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้ต้อนรับประชาชน จ.สมุทรสาคร ประมาณ 250 คน ที่เดินทางมาสมัครสมาชิกพรรค พร้อมสะท้อนปัญหาในพื้นที่ เช่น เรื่องการทำประมง โรงงานอุตสาหกรรม และพืชผลการเกษตร โดยมีว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.จ.สมุทรสาคร เขต 1 - 3 ประกอบด้วย

               1. นายอัครเดช สุวรรณชัย
               2. นายมาโนชย์ เอี่ยมประเสริฐ
               3. นางสาสจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ

               นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า วันนี้ว่าที่ผู้สมัคร ส.สจังหวัดสมุทรสาคร ได้นำประชาชนมาสมัครเป็นสมาชิก ถือเป็นนโยบายของพรรคที่จะยึดโยงกับประชาชน โอกาสอันดีซึ่งตนในฐานะของตัวแทนเขาแต่รับฟังปัญหานี้ของประชาชนงวดที่ผ่านมาพรรคก็ยืนยันมาตลอดว่าพรรคจะสร้างกลไกให้เชื่อมโยงระหว่างพรรคพลังประชารัฐกับประชาชน ให้พรรคเป็นพรรคที่ประชาชนสามารถสื่อสารติดต่อแสดงความคิดเห็นมีส่วนร่วมในการดำเนินการแก้ไขปัญหาต่างๆได้ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในตัวอย่างของกลไกที่พรรคได้วางโครงสร้างเอาไว้ และเชื่อมโยงกับสถาบันปัญญาประชารัฐ ที่พรรคได้วางโครงสร้างเอาไว้แล้ว ที่ใช้เป็นสถาบันเชื่อมโยงกับพี่น้องประชาชนในอนาคตต่อไป

 

 

"สนธิรัตน์" ยันหาเสียง 45 วันเพียงพอ