
ยิง"พ.ต.ท."เจ็บขณะยกลังปลาตลาดคลองเตย
ตลาดคลองเตยปะทุอีกรอบ ตำรวจ-ชายฉกรรจ์บริษัทลีเกิ้ลฯ เกือบ200 พากันไปเก็บลังแผงค้าปลาดุก ตลาดคลองเตย 4 สักพักเสียงนกหวีดดัง ไฟดับ เสียงปืนดังขึ้น กระสุนเจาะแขน"พ.ต.ท."หัวหน้าชุดรักษาความปลอดภัยตลาด บาดเจ็บ ก่อนที่คนร้ายวิ่งหนีลอยนวล เชื่อเป็นฝีมือผู้ค้าไม่
เมื่อเวลา 00.15 น.วันที่ 3 พฤศจิกายน บริเวณตลาดคลองเตย 4 ได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ของบริษัท ลีเกิ้ล โปรเฟสชั่นแนล จำกัด ประมาณ 50 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 150 คนนำโดย พ.ต.ท.กิตติพงษ์ สุวรรณ รองผกก.(ป.)สน.วัดพระยาไกร เดินทางมาที่แผงค้าปลาดุกของเจ๊ต้อย โดยบริษัทลีเกิ้ลฯอ้างว่าแผงดังกล่าวไม่ได้จ่ายค่าเช่ามากว่า 1 ปี โดยได้นำรั้วลวดหนามมากั้นไว้ โดยก่อนหน้านี้ผู้ค้าที่มาเช่ารายใหม่ ได้ไปแจ้งความที่สน.ท่าเรือ ดังนั้นทางตำรวจและกลุ่มชายฉกรรจ์ ต้องการนำลังปลาดุกที่วางอยู่ที่แผง ไปไว้ที่สน.ท่าเรือ จนมีการยื้อแย่งกันไปมาระหว่างกลุ่มผู้ค้า และตำรวจ
จนกระทั่งเวลา 02.00 น. ได้ยินเสียงนกหวีดดังขึ้นภายในตลาด พร้อมกับมีไฟดับ และมีเสียงอาวุธปืนดังขึ้น หลังจากนั้นไม่นานทาง พ.ต.ท.กิตติพงษ์ ถูกยิงเข้าที่บริเวณแขนซ้าย กระสุนถากบริเวณแขนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนคนร้ายก็วิ่งหลบหนีไป
พ.ต.ท.กิตติพงษ์ กล่าวว่า เป็นหัวหน้าชุดที่รับมอบหมายจากสน.ท่าเรือ ให้มาดูแลความเรียบร้อย ความปลอดภัย และนำลังปลาดุกของผู้ค้าไปไว้ที่สน.ท่าเรือ แต่ขณะที่กำลังยืนคุยกับกลุ่มบริษัทลีเกิ้ลฯในเวลาประมาณ 02.00 น. ก็ได้ยินเสียงนกหวีดเป่าดังขึ้น ไฟดับตามมา และได้ยินเสียงปืน ทำให้กระสุนถากโดนที่แขนซ้าย ส่วนมือปืนเห็นว่าสวมเสื้อสีแดง กำลังวิ่งหนี ทำให้ลูกน้องวิ่งตามไปจับกุมแต่ไม่สามารถจับได้หลบหนีไปได้
ด้าน พ.ต.อ.สมชาย อินโต รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 (รองผบก.น.5) กล่าวว่า เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสืบสวนสอบสวนหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งขณะนี้ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลรักษาความมปลอดภัยไม่ให้มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น
น.ส.ยุภา อุ้มเพชร อายุ 43 ปี แม่ค้าขายปลาสลิด กล่าวว่า ตนขายปลามา 27 ปีแล้ว มีกลุ่มแม่ค้ากว่า 400 คนที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของบริษัทลีเกิ้ลฯที่มักจะก่อความรุนแรง โดยนำรั้วลวดหนามมากั้น นำชายฉกรรจ์มายกลังปลา ซึ่งตนทำการค้าขายอยู่ทุกวันและยังอยู่ในระหว่างการคุ้มครองของศาล เนื่องจากทางบริษัทลีเกิ้ลฯเก็บค่าแผงในราคาแพงกว่าที่ผ่านมา จึงทำให้มีแม่ค้าในกลุ่มไม่ยินยอมจึงไปฟ้องศาลปกครอง แต่ศาลปกครองให้ไปฟ้องศาลแพ่ง ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณา ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมมารังแกแม่ค้าที่ทำมาหากินที่สุจริต
ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานกรรมการบริษัทลีเกิ้ลฯ ชี้แจงว่า ความจริงแล้วตนอยากกราบเรียนพี่น้องสื่อมวลชนว่าสัญญาที่บริษัทลีเกิ้ลฯทำได้สิ้นสุดเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ที่ผ่านมา ระหว่างวันที่ 29 ต.ค.-2 พ.ย. นั้นตนคาดไว้ว่าต้องมีอะไรเกิดขึ้นอย่างแน่นอนจากแกนนำของกลุ่มผู้ค้า ที่สร้างสถานการณ์ ทางบริษัทลีเกิ้ลฯได้ประสานไปทางตำรวจสน.ท่าเรือ ให้เข้ามาดูแล เมื่อวันที่ 12 พ.ย.2551 ก็เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้เช่นเดียวกัน คาดว่าวันนี้คงต้องมีคนสร้างสถานการณ์อีกแน่นอน ทางตำรวจก็รับปากว่าจะมาเก็บสิ่งของ
"ขณะที่เจ้าหน้าที่บริษัทลีเกิ้ลฯและตำรวจ เข้าไปเก็บสิ่งของในตลาดคลองเตย 4 ก็ได้ยินเสียงนกหวีดและเสียงปืนดังขึ้นยิงปืนมาจากตลาดสหกรณ์ กระสุนจึงถูกตำรวจกับพนักงานของบริษัทลีเกิ้ลฯ คาดว่ากลุ่มผู้ค้าสร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรง จนไม่มีใครเข้ามาซื้อสินค้าในตลาดแต่ทางเรายังยืนยันว่าจะเดินหน้าทำต่อไปเพราะการท่าเรือแห่งประเทศไทย ให้กรรมสิทธิ์กับบริษัทลีเกิ้ลฯมาตลอด คิดว่าตำรวจน่าจะดำเนินคดีตามกฎหมายใครทำผิดก็ต้องว่าไปตามผิด ส่วนการเจรจาไม่ได้ผลแน่นอน เพราะพูดคุยกันมาหลายครั้งก็ไม่สำเร็จ มาถึงขั้นนี้แล้วต้องใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ซึ่งบริษัทลีเกิ้ลฯได้ดำเนินการตามกฎหมายมาตลอดบางครั้งตำรวจชั้นผู้น้อยไม่กล้า"ร.อ.ธรรมนัส
ส่วนกรณีที่แม่ค้าบอกว่าที่ไม่ยอมย้ายเพระคำสั่งศาลคุ้มครองอยู่นั้น นายธรรมนัส กล่าวว่า ศาลไม่ได้คุ้มครองแล้วพร้อมกับโชว์คำตัดสินของศาลว่าบริษัทสามารถเก็บค่าเช่าได้ แม่ค้าทั้งหมดมีถึง 3-4 พันคน ส่วนใหญ่ก็มีทำสัญญากับบริษัทเช่าแผงเก็บเงินในอัตราเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลง มีเพียง 24 รายเท่านั้นที่ไม่ยอมมาทำสัญญา ไม่ยอมจ่ายค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ โดยแผงขายปลาดุกที่เกิดเหตุทางบริษัทได้ไปติดประกาศแจ้งเตือนล่วงหน้ามา 3 วันแล้ว และเก็บลังใส่ของไปลงบันทึกประจำวันที่สน.ท่าเรือ ก็ไม่มีใครไปแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของ และพบว่าผู้ค้าเจ้าของแผงได้ตัดเหล็กดัดแล้วนำลังใส่น้ำมาวางที่แผงอีก วันนี้ตำรวจจึงอาสามาเก็บผังดังกล่าวจนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว คนที่ออกมาโวยวายนั้นไม่ใช่ตัวจริง จึงต้องการเรียนให้ผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองควรจะเอาผู้ที่อยู่เบื้องหลังมาคุยกันเพราะไม่อย่างนั้นก็ไม่จบ



