ข่าว

สาวรอย5นักปล่อยข่าวลือ-ทุบหุ้น"นายแพทย์"ยัน"โบรกเกอร์"

สาวรอย5นักปล่อยข่าวลือ-ทุบหุ้น"นายแพทย์"ยัน"โบรกเกอร์"

03 พ.ย. 2552

การปล่อยข่าวลืออันส่งผลกระทบต่อตลาดหลักทรัพย์ระหว่างวันที่ 14-15 ตุลาคม 2552 ส่งผลให้นักลงทุนเทขายหุ้นจนดัชนีลดลง 53 จุด หลังเกิดเหตุสำนักข่าวกรองแห่งชาติได้ร่วมมือกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที)

 สืบสวนสอบสวนแกะรอยหาที่มาของข่าวปล่อยชิ้นนี้ รวมถึงความเชื่อมโยงระหว่างการปล่อยข่าวที่มีผลต่อตลาดหุ้น หรือเรียกง่ายๆ แบบชาวบ้านว่า "ปฏิบัติการทุบหุ้น"

 จากการตรวจสอบความเคลื่อนไหวทุกๆ ด้านพบว่า มีเว็บไซตื 2 แห่ง คือ เว็บไซต์ฟ้าเดียวกัน กับเว็บไซต์ประชาไท มีการนำข้อความข่าวที่ไม่เป็นความจริงมาเผยแพร่ จึงเริ่มต้นตรวจสอบหาความเชื่อมโยงตัวบุคคลที่ปรากฏในเว็บไซต์ทั้ง 2 แห่ง โดยตรวจสอบจากชุมสายโทรศัพท์ เพื่อตรวจหาหมายเลขไอพีแอดเดรสของเครื่องคอมพิวเตอร์ จนปรากฏชื่อผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด 5 ราย ประกอบด้วย น.ส.ธีรนันต์ วิภูชนันธ์ อายุ 43 ปี กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ยูเอสบี ประเทศไทย จำกัด นายคธา ปาจาจิริยะพงษ์ อายุ 37 ปี พนักงานบริษัทหลักทรัพย์เคทีซีมิโก้ จำกัด (มหาชน) นายแพทย์โรงพยาบาลดัง 1 คน ผู้ชายคนหนึ่งมีภูมิลำเนาอยู่แถวภาคตะวันออก และคนสุดท้ายเป็นผู้ชายมีภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพฯ

 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการ ผบ.ตร.ให้รับผิดชอบคดีข้างต้น ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาสืบสวนสอบสวนคดีข้างต้น โดยในชั้นนี้ปรากฏหลักฐานเพียงพอที่จะแจ้งความดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องทั้ง 5 คน ตามความผิดมาตรา 14 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ข้อหานำเข้าข้อมูลอื่นและเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ ทำให้ประชาชนหลงเชื่อก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ โดยมีพฤติกรรมไม่เป็นผลดีต่อประเทศชาติ ปล่อยข่าวให้เกิดความเสื่อมเสีย มีโทษคุกเป็นเวลา 5 ปี และปรับ 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 ทันทีที่ได้เบาะแส ชุดสืบสวน บช.ก.จึงเข้าไปตรวจสอบ โดยพุ่งเป้าไปที่ น.ส.ธีรนันต์ พบเจ้าหน้าที่สำนักข่าวกรองแห่งชาติและไอซีทีเฝ้าดูพฤติการณ์อยู่เช่นกัน แต่เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่า คนที่เฝ้าอยู่นั้น แท้ที่จริงเป็นพี่สาวของเป้าหมาย ส่วนตัว น.ส.ธีรนันต์ หลังปล่อยข่าวลือได้เดินทางออกนอกประเทศไทยไปท่องเที่ยวในทวีปยุโรปตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม ชุดสืบสวนและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจึงเก็บรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ให้แน่นหนาที่สุด ระหว่างนี้ก็ได้รับการประสานว่า น.ส.ธีรนันต์จะเดินทางกลับประเทศไทยโดยสายการบินออสเตรียนแอร์ไลน์ เที่ยวบินโอเอส 025 นั่งมาในชั้นบิสิเนส ถึงสนามบินสุวรรณภูมิเวลา 15.30 น. วันที่ 1 พฤศจิกายน ชุดสืบสวนจึงนำหมายจับไปรอควบคุมตัวถึงสนามบิน จากนั้นนำตัวมาสอบปากคำ

 จากการสอบปากคำ น.ส.ธีรนันต์ให้การอ้างว่า เป็นคนแปลข้อมูลจากสำนักข่าวต่างประเทศที่ปรากฏอยู่บนอินเทอร์เน็ต จากนั้นนำไปโพสต์ต่อผ่านเว็บไซต์ประชาไท ซึ่งเธอเป็นสมาชิกอยู่ ใช้นามแฝงว่า "BBB"

 ขณะเดียวกันชุดสืบสวนอีกชุดได้จู่โจมเข้าจับกุมนายคธาขณะมาทำงานที่บริษัทหลักทรัพย์เคทีซีมิโก้ อาคารลิเบอร์ตี้สแควร์ ถนนสีลม แขวงและเขตบางรัก กรุงเทพฯ จากการตรวจสอบยนต์ทะเบียน สว 1710 กรุงเทพมหานคร ของนายคธาที่จอดอยู่ลานจอดรถชั้น 4 พบเอกสารที่พิมพ์ออกมาจากเว็บไซต์ฟ้าเดียวกัน เกี่ยวกับการปล่อยข่าวลืออันส่งผลต่อตลาดหุ้น

 หนึ่งในชุดสืบสวนสอบสวนบอกว่า ผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองคนให้การภาคเสธ แต่มีพยานหลักฐานชัดเจนจนศาลอนุมัติหมายจับกุมในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ส่วนข้อหาหมิ่นเบื้องสูงนั้น ต้องนำเข้าที่ประชุมพิจารณาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อย่างไรก็ดี ตอนนี้ชุดสืบสวนมีหลักฐานการเชื่อมโยงจากตัวผู้ถูกกล่าวหาและเป้าหมายอีก 3 คน รวมเป็น 5 คน มีการนำเข้าข้อมูลและสื่อสารผ่านทางเทคโนโลยีทุกรูปแบบไปยังกลุ่มบุคคลร่วม 100 คน ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ยึดมาจากผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองคน ถ้าพบความผิดไปถึงใครก็จะออกหมายจับกุมไปเรื่อยๆ

 "แต่ละคนจะมีกลุ่มของตัวเอง เช่น น.ส.ธีรนันต์มีการติดต่อสื่อสารกันภายในกลุ่มราวๆ 20 คน นายคธาเองก็มีอยู่ราวๆ 20 คน เบ็ดเสร็จทั้ง 5 คน มีการส่งข้อมูลข่าวสารเรื่องข่าวลือไปถึงพรรคพวกเพื่อนฝูงรวมกว่า 100 คน ในส่วนนี้อยู่ในความรับผิดชอบของชุดสืบสวนสอบสวน บช.ก. นอกจากนี้ยังมีกลุ่มบุคคลอีกกลุ่มราวๆ 20 คน ที่เข้าข่ายทุบหุ้น ตรงนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กำลังดำเนินการอยู่" นายตำรวจหนึ่งในชุดสืบสวนสอบสวน กล่าว