
โชคดีที่ไม่ร่วมขบวน
แค่ฟังชื่อก็มีแต่คนเห็นด้วยกับไอเดียสุดบรรเจิดของ "พ่อใหญ่จิ๋ว" พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ที่จะทำให้ "ไทยร่มเย็น" โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้
แต่เมื่อเอาเข้าจริง คงจะหาคนที่โดดออกมายืนยืดอกสนับสนุนแนวคิดนี้ได้น้อยเหลือเกิน
ยิ่งคนแวดวงสีกากี สีเขียว รวมทั้งเจ้าหน้าที่ความมั่นคงด้วยแล้ว ถ้าไปบีบปากให้พูดแบบไม่โกหกตัวเอง เขาคงขำกันกลิ้ง
ก็ไม่ให้ฮาได้ยังไง ในเมื่อกลับเข้ามาหนนี้ "พ่อใหญ่จิ๋ว" เขาอาสามารับจ๊อบ "แม้ว" อ้างว่าทำเพื่อสมัครสมานสามัคคี
แต่ไอ้เจ้าไอเดียบรรเจิด "ไทยร่มเย็น-เป็นนครรัฐปัตตานี" นี่มันก็เอาของเก่าตั้งแต่ปี 2547 มาปัดฝุ่นใหม่นั่นแหละ
แล้วปี 2547 ใครเป็นนายกรัฐมนตรีล่ะ ถ้าไม่ใช่ ทักษิณ ชินวัตร !
รองนายกรัฐมนตรีในวันนั้นก็ "พ่อใหญ่จิ๋ว" คนนี้นี่แหละ ที่เสนอไอเดียจัดตั้ง "เขตปกครองพิเศษ" แต่โดนชาวบ้านเขาถล่มว่า มันจะไม่เปิดทางให้แยกแผ่นดินหรือ ?
ก็ไม่รู้ว่า อธิบายไม่ชัด หรือเพราะคิดสลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนแปดสิบแปดชั้นหรืออย่างไร...อธิบายเท่าไรก็ยังถูกถล่มไม่เลิกรา ทักษิณในวันนั้นก็เลยเก็บเข้าลิ้นชัก
แล้วหนนี้ "พ่อใหญ่จิ๋ว" ก็เอาไอเดียนี้มาปิดจ๊อบ !
เอ...หรือว่า แม้วเปลี่ยนไป ?
เลยไปฟัง "พ่อใหญ่จิ๋ว" ร่ายตรรกะพิสดาร 1+1 ฟังไปฟังมาแล้วอาจจะได้เท่ากับ 10
ได้ฟังคำว่า "นครรัฐปัตตานี" ก็เลยเคลิ้ม
พ่อใหญ่จิ๋วเอามาพูดเป็นตุเป็นตะ ก่อนไปใต้ ก่อนไปพบผู้นำมาเลเซีย ให้ชาวบ้านเข้าใจถึงเหตุถึงผลที่ต้องไปทำให้ไทยร่มเย็น ก็เพราะหลังยึดอำนาจปี 2549 แล้วชาวบ้านแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม
คนฟังก็คงจะงง...อ่า...แล้วมันเกี่ยวอะไรกับความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ ?
ถ้ายกเหตุเพราะไปดูถูกเขาว่า เป็น "โจรกระจอก" ละก็ว่าไปอย่าง
แต่พอเห็นผู้คนที่ "พ่อใหญ่จิ๋ว" เล็งเอาไว้ว่าจะเชิญตัวไป ดูว่าหมายต่อไปของ "พ่อใหญ่จิ๋ว" จะไปหาใครอีกก็ต้องร้องฮ่อ !!
เป็นอย่างนี้นี่เอง
"พ่อใหญ่จิ๋ว" บอกว่าจะเชิญคนจากประชาธิปัตย์บ้าง
จะเชิญ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธาน คมช.ที่นำกำลังยึดอำนาจทักษิณ แต่วันนี้ตั้งเข็มทิศมุ่งสู่ถนนการเมืองจนได้เป็น ว่าที่หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ ให้ร่วมขบวนเป็นพระอันดับประดับบารมี
ดีที่ "บิ๊กบัง" ไม่ร่วม "ลับ ลวง พราง" ไปด้วย
คิดแปดตลบแล้วยังไม่พบข้อดีที่ร่วมขบวนไปเลยแม้แต่น้อย
เพราะพรรคมาตุภูมินั้น แม้จะมีถิ่นฐานเดียวกันกับวาดะห์ ที่ชูจั๊กกะแร้หนุน "พ่อใหญ่จิ๋ว" แต่ก็ไม่ได้กลืนเป็นเนื้อเดียวกันกับกลุ่มของบิ๊กบัง
อาจจะงึมงำ ตีขลุมเอาว่า นาจะเกี่ยวกันนิดๆ เพราะต่างก็มุ่งหวังจะแจ้งเกิดในพื้นที่ และมีคู่แข่งเป็นคนของพรรคประชาธิปัตย์...มันก็เท่านั้น
แต่ที่สำคัญก็คือ ทั้ง วาดะห์ และพ่อใหญ่จิ๋ว นั้น บิ๊กบังและมวลมิตรมาตุภูมิ มันก็ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่
ยิ่งเพื่อไทย และทักษิณ ต้นสังกัด "พ่อใหญ่จิ๋ว" ด้วยแล้ว มีหรือที่คนระดับ "บิ๊กบัง" จะไม่รู้เช่นเห็นชาติ
ก็เลยไม่แปลกที่ "บิ๊กบัง" ปฏิเสธที่จะเป็นเครื่องประดับบารมีให้พ่อใหญ่จิ๋ว
อีกอย่าง การเมืองไทยในยุคสมัยนี้ ถึงแม้มันจะไม่มีมิตรแท้ และศัตรูถาวร แต่อย่างน้อยๆ มันก็น่าจะ "แมน" กันบ้าง
เลิกทีเถอะ ลับ ลวง พราง เป็นอีแอบ หรือปล่อยข่าวฝากเพื่อนให้เล่นเกมสงครามตัวแทน
คิดอย่างไร เอายังไง ใช่หรือไม่ใช่ ปัญหาอยู่ตรงไหน มันต้องพูดให้ชัด
ถ้า ทักษิณ หรือใคร คือตัวปัญหา ก็ต้องพูดให้ชัด ไม่ใช่อ้ำอึ้ง เพราะหวังว่าอนาคตข้างหน้า พรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง ก็จะได้ร่วมเป็นหนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาล
วงจรอุบาทว์ของการเมืองไทยมันไม่ได้อยู่เฉพาะเรื่องของ ซื้อเสียง ซื้อตำแหน่ง ไปโกงกิน
มันอุบาทว์เพราะ "หลักการของบ้านเมือง" เป็นแค่คำพูดโก้เก๋ ที่พร้อมจะกลืนกลับเข้าไปแม้มันจะราดรดปลายเท้าของตัวเอง ต่อหน้าอย่าง ลับหลังอย่าง เอาเข้าจริงก็เลือกซุกปีกคนชนะ
ถ้า "บิ๊กบัง" มุ่งหวังที่จะเล่นการเมืองเพียงเพื่อให้ได้เป็นรัฐบาลเหมือนกับพรรคอื่นๆ ที่ดาษดื่นในวันนี้ ถามว่าชาติบ้านเมืองจะล่มสลายไปในบัดดลเลยหรือไม่...ก็เปล่า
แต่มันจะมีประโยชน์อะไรที่จะไปร่วมซ้ำเติมบ้านเมืองให้มันเสื่อมทรุดลงไปอีก



