ข่าว

"สุริยะ"เย้ย"อภิสิทธิ์"ใช้มุขไม่จับมือแค่เกมหาเสียง

"สุริยะ"เย้ย"อภิสิทธิ์"ใช้มุขไม่จับมือแค่เกมหาเสียง

06 ธ.ค. 2561

"สุริยะ"เย้ยอภิสิทธิ์ใช้มุขไม่จับมือแค่เกมหาเสียงย้ำได้ส.ส.เข้าสภา 150 คนแน่ เหตุชื่อพรรคคล้องนโยบายประชารัฐ เตรียมใช้"ราคาข้าว"หาเสียงภาคกลาง

 

               รร.รามาการ์เด้นท์ 6 ธันวาคม 2561  ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการ จัดสัมมนาสมาชิกพรรคในพื้นที่ภาคกลาง ของพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งมีแกนนำพรรค  อาทิ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, นายสุชาติ ตันเจริญ 

 

 

               นายอนุชา นาคาศัย และ นายณัฐพล ทีปสุวรรณ เข้าร่วมชี้แจงรายละเอียดของข้อกฎหมายและกติกาที่จะใช้ในการลงพื้นที่หาเสียง โดยมี ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคกในพื้นที่ภาคกลาง จำนวน 26 จังหวัด รวม 92 คนเข้าร่วมสัมมนา 

 

               โดยตอนหนึ่งของการสัมมนาแบบปิด นายสุริยะ กล่าวย้ำกับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พื้นที่ภาคกลาง ตอนหนึ่งว่า การเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 เชื่อว่าการแข่งขันของพรรคการเมืองจะขึ้นอยู่กับนโยบายของพรรคเป็นหลัก ซึ่งตนเชื่อว่าพรรคพลังประชารัฐ จะได้ส.ส.เข้าสภา เกิน 150 คน เพราะนโยบายของรัฐบาลที่ถูกวางกลยุทธ์ไว้ตั้งแต่การเริ่มต่อตั้งเป็นพรรคการเมือง ที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์​ รองนายกฯ ได้หารือกับตนว่าจะมีนโยบายประชารัฐ และพรรคการเมืองจะใช้ชื่อพรรคพลังประชารัฐ เพื่อให้สอดคล้องกัน  

 

               แต่ปัญหาสำคัญของการเลือกตั้งคือ หากจะชูพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพียงอย่างเดียวอาจจะไม่ชนะคู่แข่ง ดังนั้นพรรคต้องใช้นโยบายที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ไปเสนอกับประชาชนช่วงหาเสียงเลือกตั้งด้วย เช่น พื้นที่ภาคกลาง ที่ส่วนใหญ่มีอาชีพปลูกข้าว ผู้สมัคร ต้องสร้างความเชื่อมั่นว่าในเดือนมกราคม หรือ กุมภาพันธ์ 2562 ราคาข้าวจะปรับสูงขึ้น         

 

 

              นายสุริยะ ยังกล่าวด้วยว่าสำหรับกรณีที่บางพรรคการเมืองประกาศไม่ร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐนั้น เป็นการเรียกกระแสทางการเมือง อย่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากพรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถเรียกความนิยมจากคนภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้ ลงพื้นที่ไปกี่ครั้งก็สู้ไม่ได้ ไม่เคยชนะ จึงต้องกลับมาหาเสียงกับคนภาคกลาง ที่ไม่นิยมพล.อ.ประยุทธ์  แต่ตนเชื่อว่าหากพื้นที่ภาคกลางสามารถนำเสนอนโยบายที่ประชาชนเชื่อมั่นได้ เช่น ราคาข้าวที่ดีขึ้น จะทำให้พื้นที่ภาคกลางได้ ส.ส.เข้าสภาแน่นอน

 

               ขณะที่นายทศพล เพ็งส้ม ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายของพรรคพลังประชารัฐ ชี้แจงตอนหนึ่งถึงขั้นตอนทางกฎหมาย โดยขอร้องว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคอย่าแจ้งกับคนพื้นที่ว่าได้เป็นผู้สมัคร และขอให้ใช้คำเรียกเพียงว่าผู้แสดงเจตจำนงลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ของพรรค เนื่องจากยังมีขั้นตอนทางกฎหมายที่ยังไม่ได้ดำเนินการ โดยเฉพาะการรับฟังความเห็นจากสมาชิกในพื้นที่

 

               ทั้งนี้ตามปฏิทินการทำงานของพรรค หลังจากวันที่ 11 ธันวาคม ที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.)ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 มีผลบังคับใช้ และคาดว่า คสช. จะปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมได้ ในวันที่ 10 ธันวาคม พรรคจะจัดประชุมเพื่อตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร ตามที่กฎหมายกำหนดที่ใช้แทนการทำไพรมารี่โหวต

 

                จากนั้นวันที่ 12 ธันวาคม จะประชุมเพื่อรับสมัครผู้แสดงเจตจำนงลงเลือกตั้งเป็น ส.ส.ของพรรค และพิจารณาคัดเลือก โดยมีขั้นตอนที่ต้องรับฟังสมาชิกพรรคในจังหวัด ซึ่งเป็นเพียงการรับฟังความเห็นไม่ใช่การตัดสิทธิใด ๆ จนถึงวันที่ 26 ธันวาคม จากนั้นกรรมการสรรหาจะประกาศรายชื่อ ไม่เกินวันที่ 25 มกราคม 2562