
บทเรียนจากการทำข่าวเรื่องการหยุดงานของสหภาพรถไฟฯ
ในขณะที่เขียนต้นฉบับชิ้นนี้ ก็มีข่าวว่ามีการเดินรถไฟค่อนข้างจะเรียบร้อยแล้ว และผมคิดว่าเรื่องของการประท้วงของสหภาพการรถไฟที่ผ่านมานั้นก็คงจะเงียบหายไปอีกช่วงหนึ่ง
โดยที่ประเด็นปัญหาใหญ่ของการประท้วงนั้นก็จะถูกกลบเอาไว้
เอาเป็นว่าสำหรับผมแล้ว ถ้าจะตามข่าวประท้วงของสหภาพรถไฟฯ จากสื่อมวลชนไทยแล้ว ก็คงจะไม่ค่อยได้เนื้อได้หนังสักเท่าไหร่ เพราะข่าวการประท้วงนั้นออกไปในแนวของข่าวม็อบรายวันมากกว่าข่าวการประท้วงของสหภาพกรรมกร
หมายถึงว่าข่าวม็อบรายวันนั้นก็คือข่าวที่สื่อทำงานแค่การไปรอจดคำพูด-คำกล่าวหาของแกนนำม็อบ โต้ตอบไปมากับคำพูด-คำกล่าวหาของฝ่ายรัฐโดยเฉพาะกับกระทรวงที่มีหน้าที่ดังกล่าว
ข่าวเหล่านี้มีทุกวัน แต่ไม่ใช่ข่าวที่จะมีการสืบค้นความจริงใดๆ มากไปกว่าผิวหน้าของปรากฏการณ์ สามารถเอาเด็กฝึกงานที่ไหนก็ได้ไปจดสรุปข่าว (ไม่นับว่ามีการลอกกันของแต่ละผู้สื่อข่าวเพราะจดออกมาเหมือนกันเป๊ะๆ) แล้วจากนั้นก็มีการเขียนสกู๊ปข่าวในแนวของการ "วิเคราะห์ความขัดแย้ง" โดยไม่ต้องมีการสืบค้นสาระของสิ่งที่มีการโจมตีกัน เพราะหัวใจสำคัญของข่าวนั้นอยู่ที่ความขัดแย้งของทั้งสองฝ่าย
มากกว่าสาระสำคัญว่าเรื่องที่เขาขัดแย้งกันนั้นใครผิดใครถูก จะเชื่อฝ่ายไหน แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าจะเชื่อฝ่ายไหน
ข่าวการประท้วงของสหภาพกรรมกรนั้นยังไม่มีการทำข่าวเป็นรูปธรรม อาจกล่าวได้ว่าในกรณีข่าวการหยุดงานของรถไฟนั้น สื่อค่อนข้างที่จะเลือกข้างก่อนนำเสนอข่าว จะโดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม
เนื้อหาจะวนเวียนเกี่ยวกับเรื่องของ "ความเสียหายทางเศรษฐกิจที่มาจากการหยุดงาน" มากกว่า "ทุกข์ของกรรมกร (รถไฟ)" และเนื้อหาจะวนเวียนอยู่ที่การโต้ตอบระหว่างนักการเมืองที่เกี่ยวข้อง (และไม่เกี่ยวข้อง) กับแกนนำการชุมนุม และข่าวที่น่าตื่นตาตื่นใจของการยึดหัวรถจักรของแต่ละฝ่าย รวมทั้งการนำเสนอว่าสหภาพนั้นไม่ใช่ทั้งหมดของกรรมกรรถไฟ
ไม่ค่อยพบว่านักข่าวนั้นได้มีการสืบค้นเรื่องราวอย่างจริงจังว่าประเด็นของการชุมนุมอยู่ที่ไหน ใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายพูดความจริง แต่เรากลับพบว่าการวิเคราะห์ข่าวจะเน้นไปในเรื่องของความขัดแย้งทางการเมืองของกลุ่มทางการเมืองที่เกี่ยวพันอยู่เบื้องหลังสหภาพ และมีใครอยู่พวกไหนบ้าง แทนที่จะเข้าไปค้นหาความจริงของการชุมนุม และกล้าประกาศออกมาว่าสื่อของตนนั้นพบความจริงอะไรจากเรื่องราวของการประท้วง ในเนื้อหาสาระที่เขาประท้วงกัน
ใช่ว่าการชุมนุมของกรรมกรรถไฟในครั้งนี้จะถูก (หรือผิด) เพราะการชุมนุมของกรรมกรโดยเฉพาะของสหภาพนั้นไม่จำเป็นต้องถูกเสมอไป แต่การรายงานข่าวการประท้วงนั้นมีความสำคัญต่อความเข้าใจในเรื่องของประชาธิปไตย และความเป็นธรรมของระบบเศรษฐกิจโดยรวม (ไม่นับข่าวการประท้วงของกรรมกรไทรอัมพ์ที่นัดหยุดงานเป็นเวลานานแล้ว แต่ไม่ค่อยจะเป็นข่าวอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง)
การหยุดงานนั้นย่อมทำให้ประชาชนเดือดร้อน แต่ทำไมสังคมมากมายนั้นเขาหยุดงานแล้วประชาชนเขาอดทนได้ ก็เพราะเรื่องใหญ่ของการหยุดงานมันคือเรื่องของการเรียกร้องความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ ซึ่งพิสูจน์ได้จากการทำรายงานข่าวของสื่อ ที่สืบค้นว่าเรื่องราวของการชุมนุมนั้นน่าเชื่อถือแค่ไหน
ผมไม่แน่ใจว่าสื่อมวลชนนั้นมีหน้าที่แค่รายงานข่าวในความหมายของการสรุปความจากข้อกล่าวหาและข้อแก้ตัวของแต่ละฝ่าย หรือมีหน้าที่นำเสนอความจริงว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร ใครผิดใครถูกจากการสืบค้นสิ่งที่เป็นประเด็นข่าว
อย่าใช้คำอธิบายว่าประชาชนสามารถตัดสินทุกเรื่องได้จากการนำเสนอข่าว ที่ทำกันแค่การจดข้อกล่าวหาและข้อแก้ตัวของแต่ละฝ่าย มากกว่าการสืบค้นความจริงมานำเสนอประชาชนครับผม



