ข่าว

คนไขความลับ

คนไขความลับ

03 พ.ย. 2552

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี อย่าเร่งบี้ตำรวจให้หาตัวนักการเมืองที่เกี่ยวพันกับพ่อมดการเงิน "ราเกซ สักเสนา" มาลงโทษ เรื่องนี้ควรปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการสอบสวน

 "ราเกซ" ไม่ใช่ผู้ต้องหาธรรมดา ไม่ใช่พวกลัก วิ่ง ชิง ปล้น แต่เป็นโจรใส่สูท มีเครือข่าย มีเงิน อย่าลืมว่า ช่วงที่เป็นที่ปรึกษาเกริกเกียรติ ชาลีจันทร์ กรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัด (มหาชน) หรือบีบีซี นั้น มีอำนาจในการอนุมัติเงินกู้คู่กับผู้บริหารสูงสุด มีทั้งนักการเมือง นักธุรกิจ วิ่งเข้าหา

 ส่วน "ราเกซ" จะยอมเปิดปากชัดทอดใครหรือไม่ก็เป็นสิทธิ

 คดีนี้มีความสลับซับซ้อนล่วงเลยมานาน แม้สำนวนการสอบสวนจะเสร็จสิ้นพร้อมส่งอัยการเพื่อนำขึ้นสู่กระบวนการของศาลก็ตาม

 ช่วงที่บีบีซี ถูกยักยอกทรัพย์จากนายเกริกเกียรติและพ่อมด "ราเกซ" มีนักการเมืองใหญ่หลายคน นายตำรวจระดับสูงบางคนเข้าไปเกี่ยวข้อง

 กระทั่งบีบีซีล่ม นำไปสู่วิกฤติ "ต้มยำกุ้ง" มีการดำเนินคดีเกริกเกียรติ ส่วน ราเกซ หนีออกนอกประเทศไปกบดานสู้คดีส่งผู้ร้ายข้ามแดนที่แคนาดา

 ตรงนี้แหละที่ข้อมูลถูกเปิดเผยว่านักการเมืองใหญ่ในกลุ่ม 16 เข้าไปพัวพันโดยการนำที่ดินที่ไม่มีราคาไปจำนองกับบีบีซี เอาเงินออกมานับพันล้านบาท โดยมีผู้ต้องหาทั้งสองอนุมัติ

 ต่อมานักการเมืองใหญ่ได้ผ่อนชำระกับธนาคารเป็นปกติและนำเงินต้นมาคืนครบทุกบาท พร้อมๆ กับใช้อำนาจทางการเมืองบีบเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงไม่ถูกดำเนินคดี รอดคุกไปได้หวุดหวิด

 ระหว่างการติดตามตัว "ราเกซ" ที่กบดานเงียบอยู่แคนาดา ยังมีนายตำรวจใหญ่บางคนเดินทางไปพบเพื่อเจรจาบางเรื่อง จนมีข่าวออกมาว่า ได้เงินค่าเดินทางก้อนโตกลับมาเสวยสุข กระบวนการติดตามตัว "ราเกซ" ถึงกับชะงักไปพักใหญ่

 ที่นายกฯ ควรปล่อยไปตามกระบวนการก็เพราะเรื่องนี้อาจถูกโยงเป็นประเด็นการเมือง ฝ่ายค้านพยายามไล่บี้เพื่อให้รัฐบาลแฉนักการเมืองที่เกี่ยวพันจนทำให้บีบีซีล่มสลาย

 ไปๆ มาๆ จะทำให้คดีเข้าไปพัวพันการเมือง อาจเป็นช่องทางต่อสู้ของผู้ต้องหา กลับกันนักการเมืองที่ร่วมเขมือบเงินบีบีซี ก็คงเสียวสันหลังอาจใช้อำนาจการเมืองช่วยเหลือไม่ทั้งทางตรงและทางอ้อม เดี๋ยวเรื่องจะยุ่งยาก

 ถ้าท่านนายกฯ อยากรู้ใครเกี่ยวพันอย่างไรคงไม่ยาก แต่อาจกระทบกลุ่มที่อุ้มรัฐบาล เดี๋ยวจะเพิ่มปัญหาเข้าไปอีก แค่นี้ชาวบ้านก็เบื่อจะตายอยู่แล้ว