
พปชร.ได้เกิน 150 ที่นั่ง สูสีเพื่อไทยในถิ่นเหนือ
"สุริยะโพล" บอก พปชร. ได้เกิน 150 ที่นั่ง พื้นที่อีสาน-กลาง แต่ยังสูสีเพื่่อไทยในถิ่นเหนือ และอาจสู้ ปชป.ในถิ่นใต้ไม่ได้ เตรียมใช้นโยบายของพรรค เดินหน้าขอคะแนน
โรงแรมรามาการ์เด้น - 6 ธันวาคม 2561 - "สุริยะโพล" บอก พปชร. ได้เกิน 150 ที่นั่ง พื้นที่ อีสาน - กลาง แต่ยังสูสีเพื่่อไทยในถิ่นเหนือ และอาจสู้ ปชป.ในถิ่นใต้ไม่ได้ เตรียมใช้นโยบายของพรรค เดินหน้าขอคะแนนนิยม ยังอุบนโยบายใหม่ หวั่นพรรคอื่นลอกเลียนแบบ
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาณ์ถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ปฏิเสธร่วมงานทางการเมืองภายหลังการเลือกตั้ง ว่า เรื่องดังกล่าวยังเร็วไปที่จะให้ความเห็นในขณะนี้ เนื่องจากการจับมือร่วมกันทำงานหลังการเลือกตั้งต้องพิจารณาจากจำนวนส.ส.ที่ได้ด้วย อย่างไรก็ตามขณะนี้พรรคพลังประชารัฐต้องพยายามทำนโยบายที่ตอบสนองความต้องการประชาชน เพื่อให้ ผู้สมัครส.ส.ของพรรคได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาตนไม่เคยพบว่าหลังการเลือกตั้งแล้วจะจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้
นายสุริยะ กล่าวถึงการคาดการณ์จะได้จำนวน ส.ส.เข้าสภาในนามพรรคพลังประชารัฐด้วยว่าจากการลงพื้นที่ทำให้ประเมินได้ว่า พรรคจะได้ส.ส.เข้าสภามากกว่า 150 ที่นั่ง แบ่งเป็นพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประมาณ 50- 60 ที่นั่ง, ภาคกลาง ประมาณ 40 ที่นั่ง ขณะที่ภาคเหนือและภาคใต้นั้นยอมรับว่าการแข่งขันมีความสูสี เพราะพื้นที่ภาคใต้พรรคประชาธิปัตย์มีความเข้มแข็งในพื้นที่ แต่ทางพรรคพลังประชารัฐ พร้อมทำงานเต็มที่ ขณะที่ภาคเหนือ ล่าสุดการตอบรับจากประชาชนเป็นไปในทางที่ดี กับการแข่งขันระหว่างพรรคเพื่อไทยนั้นมีความสูสี
"ประเมินตัวเลขไว้ที่จำนวนดังกล่าวเป็นเพียงตัวเลขขั้นต่ำ หากผู้สมัคร ส.ส. ทำงานในพื้นที่ และเผยแพร่นโยบาย เชื่อว่าจะได้รับความนิยมจากประชาชนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะนโยบายที่พรรคจะทำมากกว่าพรรคไทยรักไทยหรือพรรคเพื่อไทยที่มีแค่ 30 บาทรักษาทุกโรค และกองทุนหมู่บ้านเท่านั้น ขณะที่กระแสตอบรับจากประชาชนในพื้นที่ เชื่อว่าหากผู้สมัครทำเต็มที่จะได้รับความนิยมมากกว่าพรรคเพื่อไทย ส่วนประเด็นนโยบายของพรรคที่จะใช้หาเสียงนั้น ผมยังเปิดเผยไม่ได้เพราะกังวลว่าพรรคเพื่อนจะลอกเลียนแบบ" นายสุริยะ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงความชัดเจนต่อการเสนอให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อยู่ในบัญชีที่พรรคจะสนับสนุนให้เป็นนายกฯ นายสุริยะ กล่าวว่า ขณะนี้ตนยังไม่ทราบว่าพล.อ.ประยุทธ์จะตัดสินใจทำงานต่อหรือไม่ เพราะพล.อ.ประยุทธ์ยังไม่แสดงเจตนาที่ชัดเจน อย่างไรก็ดีที่หลายฝ่ายมองว่ามีความน่าจะเป็นที่พล.อ.ประยุทธ์จะได้เป็นนายกฯ อีกรอบเพราะมีเสียงส.ว. 250 เสียงสนับสนุนนั้น ส่วนตัวมองว่าต้องใช้เสียงส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎรด้วยเพื่อไม่ให้มีปัญหาต่อการทำงาน เช่น การพิจารณาร่างกฎหมายงบประมาณ เป็นต้น
เมื่อถามถึงกรณีที่สังคมเรียกร้องให้นายกฯ และรัฐมนตรีในรัฐบาลคสช. ลาออก เพื่อเข้าสู่การเลือกตั้งอย่างเป็นธรรมทุกฝ่าย แกนนำพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ในอดีตไม่เคยมีกรณีที่ฝ่ายบริหารลาออกจากตำแหน่งเพื่อลงสมัครรับเลือกตั้ง โดยตนสมัยที่ทำงานกับพรรคไทยรักไทย นายกฯ ขณะนั้น รวมถึงรัฐมนตรีไม่ต้องลาออก ยังสามารถลงพื้นที่หาเสียงได้ ดังนั้นอย่านำประเด็นที่คนเรียกร้องไม่เคยทำมาก่อน จับเป็นประเด็นให้รัฐบาลชุดปัจุบันต้องปฏิบัติ ส่วนกรณีที่มีผู้ระบุว่าเพราะ นายกฯและรัฐมนตรีเข้ามาโดยระบบไม่ปกตินั้น ตนมองว่าไม่เห็นความแตกต่างเพราะรัฐบาลต้องทำหน้าที่ต่อไป โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ที่ต้องใช้กลไกของรัฐบาลขับเคลื่อน
เมื่อถามย้ำถึงการจุดประเด็นต่อสู้เลือกตั้งระหว่างฝ่ายเผด็จการและฝ่ายประชาธิปไตย นายสุริยะ กล่าวว่า การแข่งขันเลือกตั้งคงไม่ใช่ประเด็นเลือกฝ่ายเผด็จการหรือฝ่ายประชาธิปไตยเนื่องจากพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ใช่ผู้ที่แสวงหาอำนาจ เพราะการตัดสินใจยึดอำนาจนั้นเพราะความจำเป็น เนื่องจากสถานการณ์มีความขัดแย้งระหว่าง 2 ฝ่าย และเมื่อบ้านเมืองกลับมาสู่ความสงบจึงให้จัดการเลือกตั้ง



