
ห่วงค้าเสรี"เหล้า-เบียร์"ไทยเสียเปรียบ
ไทยเบฟมองเปิดเสรีอาฟตา อุตสาหกรรมแอลกอฮอล์ไทยเสียเปรียบ ชี้เจาะตลาดชาติอื่นไม่ใช่เรื่องง่าย แนะรัฐต้องวางนโยบายปกป้องอุตฯ ในประเทศ รับหากแข่งขันด้านต้นทุนไม่ได้อาจย้ายฐานผลิตไปจีน
นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงผลกระทบจากการเปิดการค้าเสรีอาเซียน (อาฟตา) ที่จะมีผลทำให้เพดานภาษีนำเข้าลดลงเหลือ 0% ในวันที่ 1 มกราคม 2553 ต่ออุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ว่า ในส่วนของไทยจะมีความเสียเปรียบ เนื่องจากการส่งออกของสินค้าไทยยังไม่เปิดกว้าง ในขณะที่แต่ละประเทศมีการวางกฎเกณฑ์ที่ทำให้สินค้าไม่สามารถเข้าไปทำตลาดได้ง่ายนัก
"อย่างเราเปิดเสรีกับประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศมุสลิม ตลาดตรงนี้ไม่กว้างอยู่แล้ว เพราะมุสลิมไม่ดื่มเหล้า" นายฐาปน กล่าวและว่า การเปิดเสรีภาครัฐจะต้องมีนโยบายที่ชัดเจนในการปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ ถ้าไม่ชัดเจนประเทศไทยก็จะเสียเปรียบจนในที่สุดอุตสาหกรรมในประเทศก็จะย้ายฐานการผลิตไปต่างประเทศเพราะต้นทุนถูกกว่า และมองว่าภาคอุตสาหกรรมไทยควรหัวมารวมตัวกันแข่งขันกับประเทศอื่น มากกว่าที่จะมามุ่งแข่งขันกันเอง
นายฐาปน กล่าวถึงแผนรองรับการแข่งขันของบริษัทไทยเบฟเวอเรจว่า บริษัทหวังว่าคนไทยจะยังเชื่อมั่นในสินค้าไทย ส่วนวิธีการก็ต้องปรับไปตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป และขึ้นอยู่กับนโยบายของภาครัฐ ขณะเดียวกันบริษัทก็อาจพิจารณาไปลงทุนผลิตสินค้าในจีนหากการผลิตในไทยไม่สามารถแข่งขันในเรื่องต้นทุนได้ โดยปัจจุบันก็มีการผลิตสุราจีนขายในจีนอยู่แล้ว ส่วนการปรับโครงสร้างภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น หากจะเปลี่ยนไปเก็บตามปริมาณดีกรี ยังมองไม่ออกว่าจะมีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจรวมอย่างไร สำหรับแนวโน้มตลาดในปีหน้าน่าจะเติบโตได้ดีกว่าปีนี้ที่ตลาดหดตัวลง



