
"กรณ์"สั่งลุยแก้หนี้นอกระบบเปิดลงทะเบียนแค่1-31ธ.ค.นี้
"กรณ์" เดินหน้าแก้หนี้นอกระบบ เปิดให้ประชาชนที่มีหนี้ไม่เกิน 2 แสนบาทต่อราย ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1-31 ธ.ค.นี้ ด้านพาณิชย์ยอมรับปีหน้าสินค้าทยอยปรับขึ้นราคา ตามต้นทุนราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ดันเงินเฟ้อปี 53 ทะยานขึ้น 3-3.5%
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังประชุมสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบของประชาชน ว่า รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังจะเปิดให้ประชาชนทุกคนที่มีหนี้นอกระบบมาลงทะเบียน เพื่อแปลงหนี้นอกระบบเป็นหนี้ในระบบกับสถาบันการเงินของรัฐตั้งแต่วันที่ 1-31 ธันวาคมนี้ จากนั้นก็จะเข้าสู่กระบวนการแก้ไขปัญหาหนี้สินอย่างเป็นระบบ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปีงบประมาณ 2553
"ประชาชนที่เป็นหนี้นอกระบบทุกคนมีสิทธิ์มาลงทะเบียน เพื่อขอให้รัฐบาลเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะมีหนี้สินที่เกิดจากอะไรก็ตาม แต่ขอสงวนวงเงินหนี้สินที่จะเข้าไปช่วยเหลือไว้เพียง 2 แสนบาทต่อรายเท่านั้น โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารออมสิน จะเป็นสถาบันการเงินของรัฐสองแห่งเท่านั้นที่จะเข้ามาทำการแปลงหนี้นอกระบบเป็นหนี้ในระบบ" นายกรณ์กล่าวและว่า วันที่ 19 พฤศจิกายนนี้ จะแถลงเกี่ยวกับรายละเอียดของโครงการ ทั้งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน
นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปหรือเงินเฟ้อ เดือนตุลาคม 2552 ว่า เพิ่มขึ้น 0.4% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นอัตราที่สูงขึ้นเป็นเดือนแรกในรอบปี สาเหตุสำคัญมาจากการสูงขึ้นของดัชนีในหมวดอาหารและเครื่องดื่ม 1.6% ค่ากระแสไฟฟ้า ค่าน้ำประปาและวัสดุก่อสร้าง 3.5% ค่ารักษาพยาบาล 1.1% และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 13.6%
ส่วนแนวโน้มเงินเฟ้อในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ คาดว่าจะขยายตัวเป็นบวกเฉลี่ยเดือนละ 1.5% ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั้งปีเป็นไปตามเป้าหมายที่ ลบ 1-0% ส่วนปี 2553 คาดว่าเงินเฟ้อจะขยายตัวเป็นบวกที่ 3-3.5% จากสมมติฐานราคาน้ำมันดิบที่ดูไป 70-80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อัตราแลกเปลี่ยน 31-33 บาทต่อดอลลาร์ และรัฐบาลยังคงต่อมาตรการลดภาระค่าครองชีพไปอีกระยะหนึ่ง
"เป้าหมายเงินเฟ้อปี 2553 ที่ปรับสูงขึ้นนั้น เป็นผลมาจากราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มปรับราคาเพิ่มขึ้นเฉลี่ยจาก 50-60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็น 70-80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นอกจากนี้สินค้าหลายรายการมีแนวโน้มจะปรับขึ้นราคาตามภาระต้นทุนราคาน้ำมัน และต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับในช่วงปี 2552 กระทรวงพาณิชย์ได้ขอความร่วมมือให้ผู้ผลิตช่วยตรึงราคาสินค้าไปจนถึงปลายปี ซึ่งเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการขอความร่วมมืออาจจะต้องยอมให้ผู้ผลิตสินค้าบางรายการปรับขึ้นราคาตามภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น" นายยรรยง กล่าว



