ข่าว

"ไทยรักษาชาติ" ยันไม่ร่วมถกคสช.

"ไทยรักษาชาติ" ยันไม่ร่วมถกคสช.

04 ธ.ค. 2561

"ไทยรักษาชาติ" วอน กกต.เปิดเวทีปราศรัยเพิ่ม เผยเตรียมตั้งกก.5ชุดลุยหาเสียง ยันไม่ร่วมถกคสช. เหตุไม่ใช่หน้าที่ จี้ "บิ๊กตู่" เร่งปลดล็อก แนะเปิดตัวอยู่บัญชีนายกฯ

 

          วันที่ 4 ธ.ค. 61 - เมื่อเวลา 13.00 น. ที่พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.)มีการประชุมสมาชิกพรรคเพื่อหารือและพูดคุย ถึงความต้องการในการทำงานด้านต่างๆ โดยมี ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคทษช. พร้อมด้วยนายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคทษช. และสมาชิกพรรคกว่า 20 คน ร่วมพูดคุย

 

          ร.ท.ปรีชาพล กล่าวว่า กิจกรรมวันนี้เป็นกิจกรรมที่สำคัญโดยให้สมาชิกมาระดมความคิดเห็นเพื่อแบ่งบทบาทการทำงานในคณะทำงานด้านต่างๆ เมื่อปลดล็อกแล้วคณะทำงานด้านต่างๆ จะได้ไปเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ถือเป็นการสื่อสารนโยบายกับประชาชน เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป วันนี้จึงได้เชิญสมาชิกมาแลกเปลี่ยนความเห็น รวมถึงตั้งคณะทำงาน 5 คณะ ประกอบด้วย คณะทำงานด้านเศษฐกิจ คณะทำงานด้านเทคโนโลยี คณะทำงานด้านต่างประเทศ คณะทำงานด้านกฎหมาย การเมืองและความมั่นคง และคณะทำงานด้านสังคม โดยจะพยายามเร่งทำให้เร็วที่สุดให้ทันเวลา สิ่งสำคัญคือวันนี้เราไม่สามารถเลื่อนการเลือกตั้งออกไปได้แล้ว ดังนั้นเวลาที่เหลือ 1-2 เดือน คณะทำงานทุกคน ต้องเร่งระดมสมอง และสรรพกำลังทุกวิธีทาง เพื่อให้ได้นโยบายตอบโจทย์และความต้องการของประชาชนมากที่สุด 

 

          ร.ท.ปรีชาพล กล่าวว่า ในส่วนของทีมปราศรัยได้หารือกับประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ เมื่อดูจากจำนวนบุคลากรที่เรามี จะได้วางแผนหาเสียงรวมทั้งแคมเปญต่างๆ เพียงแต่ว่ากกต. ยังไม่ชัดเจนในเรื่องของประกาศที่จะสามารถหาเสียงได้มากน้อยเพียงใด ดังนั้นขอเรียกร้องไปยังกกต. อย่าบิดเบือนธรรมชาติในการหาเสียงมากเกินไป เวทีปราศรัยเพื่อการสื่อสารกับประชาชนยังเป็นเรื่องสำคัญ เป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการการมีส่วนร่วมในการสื่อสารจากประชาชนมาถึงเรา

 

          เมื่อถามถึงความพร้อมส่งผู้สมัครส.ส. ทั้งในระบบบัญชีรายชื่อ และระบบเขต ร.ท.ปรีชาพล กล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมการสรรหาได้ออกประกาศเชิญผู้แสดงความจำนง รวมทั้งผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อจากสมาชิกคนอื่นเข้ารับการสรรหามากรอกเอกสาร และสัมภาษณ์ว่ามีแนวความคิดทางการเมืองอย่างไร ก่อนที่คณะกรรมาการสรรหาจะทำบัญชีรายชื่อตรวจสอบคุณสมบัติ และส่งไปรับฟังความคิดเห้นต่อหัวหน้าสาขาหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด จากนั้นคณะกรรมการสรรหาจะส่งรายชื่อทั้งหมดให้คณะกรรมการบริหารลงมติอีกครั้ง ขณะนี้เรากำลังเร่งทำตัวแทนประจำจังหวัดและจัดตั้งสาขาพรรค  

 

          ส่วนจะมีการเปิดเผยรายชื่อเหมือนพรรคการเมืองอื่นหรือไม่นั้น เรามีกระบวนการตามกฎหมาย ทั้งนี้พรรคเรามีคนเสนอตัวเป็นจำนวนมาก ดังนั้นต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกคนได้ผ่านกระบวนการสรรหา ไม่ใช่ใครเป็นเจ้าถิ่นอยู่แล้วจะได้รับการสรรหาเสนอไป 

 

          เมื่อถามถึงกระแสข่าวมีสมาชิกพรรคไม่พอใจและมีการชี้หน้าต่อว่ากันในที่ประชุมพรรค ร.ท.ปรีชาพล กล่าวว่า ไม่มี สมาชิกทุกคนมีอุดมการณ์ร่วมกันที่จะทำงานให้ประชาชน อาจมีบ้างที่มีความเห็นแตกต่าง มีความเห็นไม่ตรงกันแต่ก็คุยกันได้ ไม่ถึงขั้นจะทะเลาะหรือขัดแย้ง   

 

          ด้านนายจาตุรนต์ กล่าวว่า พรรคทษช. ให้ความสำคัญกับนโยบายเชื่อว่า เราจะสามารถสร้างนโยบายที่ตรงกับความต้องการของประชาชน แต่พรรคการเมืองทั้งหลายจะเจอปัญหา อุปสรรคคล้ายกัน คือไม่สามารถสื่อสารกับประชาชนและจัดเวทีรับฟังความเห็นเรื่องนโยบายได้ เพราะจะกลายเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ดังนั้นเราหวังว่าช่วงปลดล็อกทางการเมืองแล้วจะทำสิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้เต็มที่ เผื่อที่จะได้นโยบายที่ตรงกับความต้องการของประชาชน วันนี้เรามีบุคลากรที่พร้อมทำงานร่วมกัน หลังปลดล็อกจะได้กระจายกำลังไปตามหัวเมืองที่สำคัญเพื่อรับฟังความเห็นเรื่องนโยบาย

 

          เมื่อถามถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. กล่าวหาพรรคการเมืองที่ไม่ไปร่วมประชุมกับแม่น้ำ 5 สาย ในวันที่ 7 ธ.ค. ว่าเป็นพวกไม่เคารพกติกาและไม่อยากเลือกตั้ง นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ยืนยันว่าพรรคทษช. ปฎิบัติตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายอย่างเคร่งครัดไม่ต้องเป็นห่วง ไม่ใช่ไม่เคารพกติกา แต่การไปประชุมร่วมกับคสช. เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ และหลักประชาธิปไตยว่าด้วยการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม ตามระบบแล้ว กกต.มีหน้าที่ดูแลการเลือกตั้ง และดูแลบทบาทหน้าที่ของนักการเมือง ไม่ใช่หน้าที่ของคสช. การที่คสช.ทำแบบนี้เท่ากับเป็นการยืนยันว่าจะแทรกแซงการเลือกตั้งซึ่งเราไม่เห็นด้วย และจะไม่ไปร่วม 

 

          นายจาตุรนต์ กล่าวอีกว่า ส่วนที่บอกว่าการไม่ไปร่วมประชุมเพราะไม่อยากเลือกตั้งนั้น เรายืนยันมาตลอดว่าประชาชน ต้องการให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว ไม่ต้องการให้เลื่อนอีกแล้ว พรรคการเมืองและทษช. ก็เช่นกัน ต้องการให้มีการเลือกตั้งตามกำหนด เพื่อให้การแก้ปัญหาของประชาชนเกิดขึ้นได้เร็วขึ้นแต่ที่ไม่ไปร่วมเพราะเห็นว่าการไปร่วมเท่ากับเป็นการไปยืนยันและสนับสนุน ว่าการเลือกตั้งจะไม่เสรีและไม่เป็นธรรม การที่คสช.มาแทรกแซงการเลือกตั้ง แทรกแซงกกต. หรือการทำงานของนักการเมืองก็ดี เป็นเครื่องแสดงว่าการเลือกตั้งจะไม่เสรีและไม่เป็นธรรม 

 

          "เป็นที่รู้กันดีว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะถูกเสนอชื่อในบัญชีของพรรคการเมือง แล้วคุณจะมาทำหน้าที่รับฟังความเห็นและตัดสินใจในเรื่องของพรรคการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง แต่เราก็ยังหวังว่าในการพิจารณาดังกล่าวคสช. จะไม่รักษาคำสั่งและอำนาจของตนเองมากเกินไป ควรจะปลดล็อกให้เต็มที่ และที่สำคัญหากเห็นคสช.หยุดการจำกัดเสรีภาพโดยปลดล็อกให้สื่อมวลชนและประชาชน รวมถึงอย่าออกคำสั่งตาม ม.44 ในช่วงของการเลือกตั้ง และอยากให้ยกเลิกคำสั่งที่ไม่เป็นไปตามหลักยุติธรรม เช่น คำสั่งชุมนุนเกิน 5 คน หรือให้อำนาจเจ้าหน้าที่ทหารตรวจค้นแทนตำรวจ" นายจาตุรนต์ กล่าว

 

         เมื่อถามถึงว่า เพื่อความสง่างามพล.อ.ประยุทธ์ ควรเข้ามาเป็นสมาชิกพรรคการเมือง เพื่อให้เกียรติประชาชนและให้ตัดสินใจ นายจาตุรนต์ กล่าวว่า เหมือนเราไปเรียกร้องจากคนที่เขาไม่มีทางจะทำ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ คงไม่เป็นสมาชิกพรรคเพราะใช้ช่องทางตามรัฐธรรมนูญ คนที่อยู่ในรายชื่อพรรคการเมืองไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกพรรค แต่ขอให้เปิดเผยให้ชัดว่าจะอยู่ในบัญชีรายชื่อ จะได้แยกแยะกันให้ชัดเจนว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้ ประชาชนจะสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ต่อหรือต้องการหยุดพล.อ.ประยุทธ์ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ 

 

          เมื่อถามถึงกรณีที่ สนช.จะไม่ให้สิทธิฟ้องร้องกับผู้อื่นกับคนที่หนีคดีไปต่างประเทศ ซึ่งอาจจะตั้งต้นมาจาก นายทักษิณ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ นายจาตุรนต์ กล่าวว่า การจะออกกฎหมายอะไร และหวังผลต่อบุคคลเป็นการเฉพาะต้องคำนึงว่าจะส่งผลเสียหายต่อระบบยุติธรรมโดยรวมอย่างไร ซึ่งอาจจะกระทบกับคนอีกมากมายที่เขาไม่สามารถสู้คดีด้วยเหตุจำเป็นอีกนานาประการ ซึ่งคนเหล่านี้เขาจะเสียสิทธิไปอีก ดังนั้นการจะทำอะไรไปกระทบบุคคลโดยไม่คำนึงถึงส่วนรวมได้ทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศนี้มามากแล้ว ดังนั้นไม่ควรจะทำต่อไปเรื่อยๆ