ข่าว

เรื่องของคนเห็นขี้ดีกว่าไส้ (2)

เรื่องของคนเห็นขี้ดีกว่าไส้ (2)

02 พ.ย. 2552

อดีตประธานาธิบดีมานูเอล เซลายา แห่งฮอนดูรัสถูกทหารยึดอำนาจเมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หลังจากดึงดันจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อเปิดทางให้ตัวเองอยู่ในตำแหน่งได้อีกสมัย ทั้งๆ ที่ศาลสูงสุดได้ตัดสินว่าไม่มีสิทธิ์ทำเช่นนั้นก็ตาม

 ทันทีที่ถูกยึดอำนาจ นายเซลายาได้หนีไปพึ่งพาประเทศเพื่อนบ้านแล้วใช้กลศึก "ชักศึกเข้าบ้าน" ดึงสหรัฐ รวมทั้งประเทศตะวันตกและประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นภาคีสมาชิกองค์การแห่งรัฐในอเมริกา (โอเอเอส) มาช่วยแทรกแซงรวมไปถึงการคว่ำบาตรและตัดความช่วยเหลือด้านต่างๆ ลงทันที

 ที่สำคัญ นายเซลายาได้แอบเล็ดลอดเข้าประเทศแล้วไปลี้ภัยอยู่ในสถานทูตบราซิลในกรุงเตกูซิกัลปา พร้อมกับผู้สนับสนุน นักการทูตและนักข่าวรวม 60 คน แล้วดัดแปลงสถานทูตแห่งนี้ให้เป็นกองบัญชาการชั่วคราว รวมไปถึงการใช้เป็นที่ "โฟนอิน" ผ่านทางโทรศัพท์มือถือไปพูดกลางที่ประชุมสหประชาชาติในฐานะผู้นำพลัดถิ่น เรียกร้องให้สหประชาชาติรับประกันความปลอดภัย อีกทั้งโจมตีรัฐบาลเฉพาะกาลฮอนดูรัสว่าเป็นเผด็จการฟาสซิสม์ ที่กดขี่ประชาชน
 
   นอกจากนี้ก็ยังเรียกร้องให้กลุ่มเสื้อแดงที่สนับสนุนตัวเองซึ่งชุมนุมประท้วงรายวันให้ลุกฮือเปิดฉากรุกครั้งสุดท้ายเพื่อทวงอำนาจคืนอีกด้วย

 รัฐบาลเฉพาะกาลฮอนดูรัสก็ได้แต่ใช้สงครามจิตวิทยาเพื่อบีบให้ส่งตัวนายเซลายาให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการตัดน้ำตัดไฟหรือเปิดเพลงดังๆ ตลอดวันตลอดคืน แต่ไม่ได้ผล ตรงกันข้าม ฝ่ายที่สนับสนุนนายเซลายากลับใช้วิธีการป่าเถื่อนรุนแรงเข้าตอบโต้ ล่าสุดมีการลักพาตัวพ่อของรัฐมนตรีช่วยกลาโหมเฉพาะกาล นอกเหนือจากลักพาตัวและฆ่าหมกป่าหลานชายวัย 25 ปีของนายโรเบอร์โต มิเชเลตติ ประธานาธิบดีเฉพาะกาลก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน

 ภายใต้แรงกดดันจากสหรัฐและโอเอเอส นายมิเชเลตติได้เปิดเจรจาต่อรองกับนายเซลายาเพื่อหาทางป้องกันไม่ให้เกิดมิคสัญญี ช่วงที่กำลังจะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 29 พฤศจิกายน แต่นายเซลายายืนกรานเป็นกระต่ายขาเดียวว่าจะบอยคอตการเลือกตั้ง หากตัวเองไม่ได้กลับคืนสู่ตำแหน่งเดิมก่อนวันเลือกตั้ง เช่นเดียวกับสหรัฐและโอเอเอสที่ขู่จะไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งหากนายเซลายายังไม่ได้ตำแหน่งคืน

 สุดท้าย นายมิเชเลตติตัดสินใจคืนตำแหน่งให้นายเซลายา เปิดทางให้มีการตั้งรัฐบาลผสม และจัดเลือกตั้งประธานาธิบดีตามกำหนดเดิม ภายใต้เงื่อนไขว่ามหาอำนาจจะต้องยกเลิกการคว่ำบาตร และกลับมาให้ความช่วยเหลือฮอนดูรัสดังเดิม

 ไม่รู้ว่าเป็นการ "ชี้โพรงให้กระรอก" หรือเปล่า ที่น่าขันก็คือไม่รู้ว่านักโทษทักษิณกับนายเซลายาใครเป็นโพรงใครเป็นกระรอกกันแน่

 

บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์