
เตือน นักท่องราตรี ระวังยาเสียสาว
ยาเสียสาวระบาดหนัก ป.ป.ส.เตือนนักเที่ยวสถานบันเทิงระวังถูกมอมยารูดทรัพย์- ล่วงละเมิดทางเพศ ชี้เป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 ใช้เกินขนาดถึงตาย
สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.)-4 ธ.ค.61-ยาเสียสาวระบาดหนัก ป.ป.ส.เตือนนักเที่ยวสถานบันเทิงระวังถูกมอมยารูดทรัพย์- ล่วงละเมิดทางเพศ ชี้เป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 ใช้เกินขนาดถึงตาย เสพนานติดได้ พบลักลอบจำหน่ายผ่านโซเชียลมีเดีย สถิติก่ออาชญากรรมสูงขึ้น
นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการป.ป.ส.กล่าวถึงปัญหาการแพร่ระบาดของยาอัลปราโซแลม หรือ "ยาเสียสาว"ซึ่งพบว่ากลุ่มมิจฉาชีพนำมาใช้ในการประกอบอาชญากรรมรูปแบบต่างๆ ทั้งการมอมยารูดทรัพย์ การล่วงละเมิดทางเพศ ตามสถานบันเทิงเริงรมย์ต่างๆด้วยการนำไปผสมกับน้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่งผลให้เกิดอาการสะลึมสะลือมึนงง บางรายใช้เกินขนาดทำให้เสียชีวิตได้ โดยระหว่างที่ยาออกฤทธิ์ก็จะสูญเสียความทรงจำชั่วขณะ รู้ตัวอีกทีอาจอยู่ในสภาพถูกล่วงละเมิดทางเพศ หรือเกิดอาชญากรรมอย่างอื่น อย่างไรก็ตามหากมีการใช้ยานี้ติดต่อกันเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดการเสพติดได้ ได้ และหากหยุดใช้ยาในทันที อาจทำให้เกิดอาการขาดยา วิตกกังวล เป็นโรคจิต และอาจมีอาการชักได้ ทั้งนี้แม้ยาอัลปราโซแลมจะเป็นยาที่ถูกควบคุมแต่ปัจจุบันก็ยังมีการลักลอบจำหน่ายเพื่อนำไปใช้ในทางที่ผิดอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวก็พบว่ามีคดีการจับกุมผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวกับยาตัวนี้เพิ่มสูงขึ้น
นายนิยม กล่าวว่า สำหรับยาอัลปราโซแลม (Alprazolam) จัดเป็นยาในกลุ่มเบนโซไดอาซีปีน (Benzodiazepine) มีชื่อทางการค้าหลายชื่อ เช่น โซแลม (Zolam) หรือ ซาแน็ก (Xanax) ใช้รักษาอาการในกลุ่มโรควิตกกังวล และตื่นตระหนก รวมไปถึงภาวะนอนไม่หลับ คลายกล้ามเนื้อ ระงับอาการชัก ภาวะซึมเศร้า ติดสุราเรื้อรัง ในประเทศไทยยาอัลปราโซแลม จัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ตามพ.ร.บ.วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2559 และไม่อนุญาตให้จำหน่ายในร้านขายยาทั่วไป ต้องได้รับการจ่ายยาโดยแพทย์เท่านั้น เนื่องจากมีฤทธิ์ต่อจิตและระบบประสาทส่วนกลางในสมอง แต่ปัจจุบันกลับพบว่ามีการลักลอบจำหน่ายยาดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์ หรือโซเชียลมีเดีย จึงอยากแจ้งเตือนผู้ปกครองและสถานศึกษาช่วยเฝ้าระวังการซื้อขายยาดังกล่าวด้วย
เลขาธิการฯป.ป.ส.กล่าวอีกว่า อัลปราโซแลมเป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 หากนำไปใช้ผิดประเภทกฎหมายจึงบทกำหนดโทษสำหรับผู้ผลิต นำเข้า หรือส่งออก ต้องโทษจําคุกตั้งแต่ 5 - 20 ปี และปรับ ตั้งแต่ 500,000 - 2,000,000 บาท สำหรับผู้ขาย ต้องโทษจําคุกตั้งแต่ 7 - 20 ปี และปรับตั้งแต่ 700,000 - 2,000,000 บาท ส่วนผู้มีไว้ ในครอบครองหรือใช้ประโยชน์ ต้องโทษจําคุกตั้งแต่ 1 - 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 - 100,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และสำหรับ ผู้เสพ ต้องโทษจําคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
"หากประชนพบพฤติกรรมการลักลอบใช้ยาที่จะนำไปสู่อันตรายต่อตนเองและผู้อื่น หรือในกลุ่มนักท่องเที่ยว ตามสถานบันเทิงต่างๆ ให้แจ้งมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือป.ป.ส.ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้มีการมั่วสุมใช้สารเสพติด รวมถึงควบคุมอย่างเข้มงวดที่จะไม่ให้เด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าใช้บริการ" นายนิยม กล่าว



