ข่าว

คดีเสื้อแดงค้างการสอบสวนอีก 15 สำนวน

คดีเสื้อแดงค้างการสอบสวนอีก 15 สำนวน

03 ธ.ค. 2561

ดีเอสไอแจงคดีก่อการร้าย-สลายการชุมนุมนปช. ปี 53 รวม 371 สำนวน เหลือค้าง 15 สำนวน ยังพิสูจน์ยืนยันตัวบุคคลไม่ได้ว่า ใครเป็นผู้ก่อเหตุทำให้บาดเจ็บ-เสียชีวิต

 

 

             3 ธันวาคม 2561 ทีมโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ชี้แจงผลการสอบสวนคดีการชุมนุมก่อความไม่สงบของกลุ่มนปช.ในปี 2553 ว่า ตามที่คณะกรรมการคดีพิเศษได้มีมติในการประชุม ครั้งที่ 3/2553  

 

 

             ทั้งนี้เมื่อวันที่ 16 เม.ย. 2553 ให้กระทำความผิดทางอาญา กรณีก่อการร้าย การขู่บังคับให้รัฐบาลกระทำการใด ๆ การทำร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ และกระทำต่ออาวุธยุทธภัณฑ์ของทางราชการ อันเกี่ยวกับการชุมนุมที่มิชอบด้วยกฎหมายในช่วงปลายปี พ.ศ.2552 เป็นต้นไปในราชการอาณาจักร รวมถึงความผิดที่ต่อเนื่องหรือเกี่ยวพันกัน หรือที่สื่อมวลชนเรียกว่า คดีเกี่ยวกับการชุมนุมของกลุ่มนปช.เป็นคดีพิเศษนั้น

 

             ดีเอสไอได้รับคดีอาญามาสอบสวนดำเนินคดี ทั้งสิ้น 371 คดี แบ่งเป็น 4 กลุ่มคดี ดังนี้ กลุ่มที่ 1 คดีเกี่ยวกับการก่อการร้าย จำนวน 155 คดี สอบสวนเสร็จสิ้นทั้งหมดแล้ว กลุ่มที่ 2 คดีเกี่ยวกับการขู่บังคับให้รัฐบาลกระทำการใด ๆ จำนวน 25 คดี สอบสวนเสร็จสิ้นทั้งหมดแล้ว กลุ่มที่ 3 คดีเกี่ยวกับการทำร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ จำนวน 169 คดี สอบสวนเสร็จ 154 คดี อยู่ระหว่างการสอบสวน 15 คดี และกลุ่มที่ 4 คดีเกี่ยวกับการกระทำต่ออาวุธยุทธภัณฑ์ของทางราชการ จำนวน 21 คดี สอบสวนเสร็จสิ้นทั้งหมดแล้ว

 

             สำหรับคดีกลุ่มที่ 3 ที่ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนจำนวน 15 คดีนั้น ในข้อเท็จจริงดีเอสไอได้สอบสวนเสร็จสิ้นและส่งไปยังอัยการแล้ว แต่เนื่องจากคดีกลุ่มดังกล่าวจะมีการกล่าวหานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และผู้บริหารระดับสูง ในความผิดฐานใช้ให้ผู้อื่นกระทำผิดฐานฆ่าผู้อื่น จากการสั่งการให้สลายการชุมนุม ฯ รวมอยู่ด้วย ซึ่งเมื่อ พ.ศ.2560 ศาลฎีกาพิจารณาเห็นว่าข้อหาดังกล่าวเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. อัยการจึงคืนสำนวนให้ดีเอสไอเพื่อส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ซึ่งต่อมาดีเอสไอได้ส่งสำนวนการสอบสวนไปยังป.ป.ช.แล้ว

 

             “ในส่วนของดีเอสไอรับสอบสวนในประเด็นผู้ลงมือกระทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ตามมติของ ป.ป.ช. ซึ่งอัยการขอให้ดีเอสไอแยกสำนวนการสอบสวนตามจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ อีกจำนวน 15 คดี เนื่องจากเห็นว่าแม้ผู้ตายและผู้บาดเจ็บจะอยู่ในที่เกิดเหตุหรือเหตุการณ์เดียวกัน แต่ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าเกิดจากการกระทำของบุคคลคนเดียวกัน”ทีมโฆษกดีเอสไอระบุ