
เลือกปธ.กมธ.วุฒิเดือดส.ว.สตรีคุมกมธ.ทหาร
เลือกเก้าอี้ประธานกมธ.สภาบนเดือด ล็อบบี้จนโค้งสุดท้าย 11 คณะไม่ต้องโหวตตกลงกันได้ กมธ.ทหารร้าวหนักสะเทือนถึงกองทัพ หลัง ส.ว.สตรีคว้าเก้าอี้ประธาน พล.ร.อ.ณรงค์-พล.อ.อ.นพฤษภ์ ประกาศลาออกทันที ส่งผลกมธ.ทำงานไม่ได้ต้องหากมธ.เพิ่ม
(2พ.ย.)ผู้สื่อข่าวรายงานจากวุฒิสภาว่า หลังจากตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการสามัญจำนวน 22 คณะ ได้หมดลงในวันที่ 2 พ.ย.2552 ตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา ทำให้คณะกรรมาธิการสามัญ 22 คณะได้นัดประชุมเพื่อโหวตเลือกตำแหน่งประธานกันใหม่ โดยมีคณะกรรมาธิการที่ยังมีประธานคนเดิมไม่มีคู่แข่งขัน อาทิ คณะกรรมาธิการการกีฬา มีนายวรวุฒิ โรจนพานิช ส.ว.สรรหา เป็นประธาน คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ มีนางพิกุล ไกรฤกษ์ ส.ว.พิษณุโลก เป็นประธาน คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส มีนางยุวดี นิ่มสมบุญ ส.ว.สรรหา เป็นประธาน คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน มีนายถาวร ลีนุตพงษ์ ส.ว.สรรหา คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว มี นางธันยรัศม์ อัจฉริยะฉาย ส.ว.ภูเก็ต เป็นประธาน
คณะกรรมาธิการตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล มี น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.สรรหา เป็นประธาน คณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสารและโทรคมนาคม มีนายประสิทธิ์ โพธสุธน ส.ว.สุพรรณบุรี เป็นประธาน คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค มีนายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา เป็นประธาน คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข มี นพ.อนันต์ อริยะพาณิชย์ ส.ว.สุรินทร์ เป็นประธาน คณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม มีนางตรึงใจ บูรณสมภพ ส.ว.สรรหา เป็นประธาน คณะกรรมาธิการการพลังงาน มีพล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว.สรรหา เป็นประธาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคณะที่มีการเปลี่ยนแปลงตัวประธาน แต่ไม่ต้องลงมติเพราะมีการตกลงกันเป็นการภายในล่วงหน้า อาทิ คณะกรรมาธิการการคมนาคม ได้นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ ส.ว.ราชบุรี น้องเขยนายมานิตย์ นพอมรวดี รมช.สาธารณสุข เป็นประธาน แทนนายจารึก อนุพงษ์ ส.ว.สรรหา ซึ่งเป็นโควตาในส่วนของพรรคภูมิใจไทยที่คุมกระทรวงคมนาคม คณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน ได้นายอนุรักษ์ นิยมเวช ส.ว.สรรหา แทนนายไพบูลย์ ซำศิริพงษ์ ส.ว.ปทุมธานี คณะกรรมาธิการการปกครอง ได้นายฐิระวัตร กุลละวณิชย์ ส.ว.สรรหา เป็นประธานแทนพ.ท.กมล ประจวบเหมาะ ส.ว.สรรหา คณะกรรมาธิการสิ่งแวดล้อมที่มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ส.ว.สรรหา เป็นประธาน คณะกรรมาธิการการยุติธรรมและการตำรวจ มีนายสมัคร เชาวภานันท์ ส.ว.สรรหา เป็นประธาน
สำหรับคณะที่มีการแข่งขันกันสูงได้แก่ คณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การพาณิชย์และอุตสาหกรรม ได้นายประเสริฐ ประคุณศึกษาพันธ์ ส.ว.ขอนแก่น อดีตที่ปรึกษาคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รมว.สาธารณสุข เป็นประธานแทนนายบุญชัย โชควัฒนา ส.ว.สรรหา ที่ผลโหวตขาดลอย 8 ต่อ 5 งดออกเสียง 2 คณะกรรมาธิการการแรงงานและสวัสดิการสังคม มีแข่งขันกันสูงระหว่างนางรสสุคนธ์ ภูริเดช ส.ว.สรรหา กับนายสุวิศว์ เมฆเสรีกุล ส.ว.สมุทรสาคร สุดท้ายนายสุวิศว์ชนะไปด้วยคะแนนฉิวเฉียด 5 ต่อ 4 สร้างความข้องใจให้นางรสสุคนธ์ที่เปิดตัวมานาน แต่นายสุวิศว์ได้รับแรงหนุนจากพล.ต.ต.ขจร สัยวัตร์ ส.ว.หนองคาย ประธานคนเดิม
คณะกรรมาธิการกิจการองค์กรตามรัฐธรรมนูญและติดตามการบริหารงบประมาณ มีนายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ส.ว.ศรีสะเกษ เป็นประธาน โดยชนะผู้ท้าชิงคนเดิมคือ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา ด้วยคะแนน 8 ต่อ 6 คณะกรรมาธิการการศึกษา มีนายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ ส.ว.นครศรีธรรมราช เป็นประธาน ภายใต้เงื่อนไขพิเศษโดยจะลงจากตำแหน่งภายในวันที่ 31 ก.ค. 2553 เพื่อหลีกทางให้นายโชติรัส ชวนิชย์ ส.ว.สรรหา นั่งแทน ส่วนคณะกรรมการการเกษตรและสหกรณ์ ที่เดิมมีนายบรรชา พงศ์อายุกูล ส.ว.พิจิตร เป็นประธาน ได้ถอนตัว จึงมีนายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ และนายวัยชัย แสงสุขเอี่ยม ส.ว.สรรหา สมัครเป็นประธาน ผลปรากฏว่า นายวิชาญได้รับเลือกเป็นประธานอย่างฉิวเฉียดด้วยคะแนน 5 ต่อ 4 เสียง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับคณะที่ถือว่าฮือฮาที่สุดคือคณะกรรมาธิการการทหาร ที่เดิมพล.ร.อ.ณรงค์ ยุทธวงศ์ ส.ว.สรรหา เป็นประธาน โดยมี น.ส.เกศสินี แขวัฒนะ ส.ว.พระนครศรีอยุธยา เป็นผู้ท้าชิง ซึ่งกรรมาธิการชุดนี้มีทั้งหมด 10 คน แต่ พล.ท.สุจินดา สุทธิพงศ์ ส.ว.สรรหา ได้เดินทางไปต่างประเทศ และมีกรรมาธิการ 2 คน คือพล.ร.อ.ณรงค์ และพล.อ.อ.ณพฤษภ์ มัณฑะจิตร ส.ว.สรรหาไม่เข้าประชุม และได้ประกาศลาออกจากกรรมาธิการก่อนโหวต ซึ่งผลการประชุมปรากฏว่า น.ส.เกศินีได้รับเลือกเป็นประธานด้วยคะแนน 5 ต่อ 0 ทั้งนี้เมื่อพล.ร.อ.ณรงค์ และพล.อ.อ.ณพฤษภ์ ได้ลาออกจากกรรมาธิการส่งผลให้เหลือกรรมาธิการเพียง 8 คนซึ่งไม่สามารถทำกิจกรรมได้ตามข้อบังคับ
รายงานข่าวจากวุฒิสภาแจ้งว่า สำหรับกรณีคณะกรรมาธิการทหาร ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของรัฐสภา ที่มีประธานเป็นสตรี ซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์มากในวุฒิสภา โดยมองว่า อาจไม่เป็นผลดี เพราะงานกรรมาธิการเป็นเรื่องวิชาชีพ ไม่ควรเอาตำแหน่งประธานมาเล่นเกม และการให้พลเรือนที่เป็นสตรี มานั่งประธาน อาจไม่ทราบระบบการทำงาน รวมถึงขั้นตอนต่างๆของกองทัพ ทั้งนี้ ส.ว.หลายคน ยังได้รับโทรศัพท์ตำหนิจากกองทัพ ซึ่งกรณีดังกล่าว แม้จะมีการวิพากษ์วิจารณ์มาตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่แล้ว จนมีการเสนอให้ ส.ว.สรรหา รองประธานคณะกรรมาธิการคนที่ 3 ขึ้นเป็นประธานไปชั่วคราว แต่ปรากฏว่าไม่เป็นผล จนกระทั่งทำให้ พล.ร.อ.ณรงค์ และพล.อ.อ.ได้ประกาศลาออกดังกล่าว ซึ่งกรรมาธิการที่เหลือ ได้สนับสนุน น.ส.เกศินี เป็นประธาน ทำให้ขณะนี้ ส.ว.รายอื่นๆในวุฒิสภามีการกดดัน ให้ส.ว.สายทหาร ตำรวจ ที่สนับสนุนน.ส.เกศินี เป็นประธาน ลาออกจากกรรมาธิการ
ด้านพล.ร.อ.ณรงค์ กล่าวว่า ตนได้ลาออกจาก กมธ. พร้อมกับพล.อ.อ.ณพฤษภ์ ก่อนที่จะมีการโหวต และไม่ขอวิจารณ์สิ่งที่เกิดขึ้น เพราะไม่เหมาะที่จะพูด อย่างไรก็ดี สาเหตุที่ลาออก เพราะไม่เห็นด้วย เนื่องจากการโหวตให้คะแนนใครไป จะต้องตอบคำถามได้ว่า เพราะเหตุใดถึงเลือกคนๆนั้น ซึ่งเสียงส่วนใหญ่ในกมธ.ที่จะเลือก ก็พอเห็นแนวแล้วว่า จะมีการเลือกใคร ซึ่งหากตนเลือกคนๆนั้น ก็ไม่สามารถตอบคำถามใครต่อใครได้ แต่ทุกคนก็มีสิทธิ์ที่จะคิด หรือสนับสนุนใคร อย่างไรก็ดี เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง จึงขอลาออกจากกมธ.ชุดดังกล่าว
เมื่อถามว่า ปัญหาเรื่องนี้ มีการวิจารณ์ในหมู่ส.ว.กันมาก จนหลายฝ่ายในวุฒิสภาเสนอให้ส.ว.สายทหาร คนอื่นขึ้นมาเป็นประธานไปชั่วคราว พล.ร.อ.ณรงค์ กล่าวว่า ไม่ทราบ ส่วนเรื่องที่มีการวิจารณ์ ก็เป็นสิทธิ์ที่จะวิจารณ์กันได้ แต่การลาออกจากกมธ.ของตน ก็เพราะไม่อยากให้องค์กรวุฒิสภาเสียหาย ซึ่งส่วนตัวไม่ได้มีความขัดแย้งกับ ประธานกมธ.คนใหม่ และได้โทรศัพท์ไปแสดงความยินดีแล้ว
“กมธ.บางคณะ ก็ต้องเป็นเทคโนแครต ต้องเป็นคนที่อยู่ในวิชาชีพนั้น สมมติว่า กมธ.สิ่งแวดล้อมฯ ก็ต้องเอาคนที่มีความคิดในทางอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมาเป็นประธาน ไม่ใช่เอาคนที่ทำลายสิ่งแวดล้อมมาเป็นประธาน หรืออย่างกมธ.ที่เกี่ยวกับกฎหมาย ก็ต้องเอาคนรู้กฎหมายมาเป็นประธาน ไม่ใช่เอาคนจบเกษตร มาเป็นประธาน แต่ตัวกมธ.ไม่เป็นไร จะเป็นใครก็ได้ แต่ประธานกมธ.ควรจะเป็นคนที่อยู่ในสายงานนั้น อย่างไรก็ดี ประธานกมธ.ทหาร คนใหม่ เขาก็อาจทำหน้าที่ได้ดีก็เป็นได้ เรื่องนี้ไม่อยากให้เป็นประเด็นอะไรมาก” พล.ร.อ.ณรงค์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับสิทธิประโยชน์ที่แตกต่างกันระหว่าง ส.ส. ส.ว. และ ประธานกมธ.สามัญประจำสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา คือสิทธิในการขอพระราชทานเครื่องราชให้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ของรัฐสภา ซึ่งตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก และเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยิ่งมงกุฏไทย พ.ศ.2536 ในส่วนของประธานกมธ.สามัญประจำสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา จะเริ่มต้นขอเครื่องราชฯ ได้ที่ชั้น ทวีติยาภรณ์มงกุฏไทย (ท.ม.) เลื่อนได้ถึง มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.) โดยเงื่อนไขและระยะเวลาการเลื่อนชั้นตราคือ 1.ท.ม.-ม.ว.ม. (มหาวชิรมงกุฏ) ได้ทุกปี 2.ม.ว.ม.3 ปี ขอม.ป.ช. ขณะที่ส.ส.หรือส.ว.เริ่มต้นขอได้ที่ชั้น ท.ม. เลื่อนได้ถึง ม.ป.ช. โดยเงื่อนไขและระยะเวลาการเลื่อนชั้นตราคือ 1.ท.ม.-ป.ช.(ประถมาภรณ์ช้างเผือก) ปีเว้นปี 2.ป.ช. 3 ปี ขอม.ว.ม. และ3.ม.ว.ม. 3 ปี ขอม.ป.ช.



