
กทม.เปิดประชุมสุดยอดเครือข่ายเมืองใหญ่เอเชีย
กทม.เปิดประชุมสุดยอดเครือข่ายเมืองใหญ่แห่งเอเชีย 21 ครั้งที่ 8 ANMC21 ชูประเด็นพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน พร้อมดันให้เกิดความร่วมมือโปรโมทการท่องเที่ยวรูปแบบแพ็คเกจ -Asia Package ร่วมอาเซียน
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 2 พ.ย. ที่โรงแรมพูลแมน กรุงเทพ คิงส์เพาเวอร์ กรุงเทพมหานคร ในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุมเครือข่ายเมืองใหญ่แห่งเอเชีย 21 ครั้งที่ 8 The 8th Planary Meeting of Asian Network of Major Cities 21 หรือ ANMC21 ได้เปิดการประชุมอย่างเป็นทางการ โดยมีคณะผู้บริหาร ระดับผู้ว่าการเมือง นายกเทศมนตรี และรองนายกเทศมนตรี 8 เมือง จาก 11 เมืองสมาชิกเข้าร่วมประชุม อาทิ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น กรุงไทเป ประเทศไต้หวัน สิงคโปร์ และกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมประชุม ยกเว้นเมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย
นางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นผู้แทน กทม. กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมพร้อมกับเชิญชวนเข้าร่วมประเพณีลอยกระทงที่กรุงเทพมหานครร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) จัดขึ้น บริเวณสะพานพระราม 8 ส่วนผู้ว่าฯกทม. พร้อมผู้บริหารระดับสูงให้การต้อนรับผู้นำที่เข้าร่วมประชุม
สำหรับพิธีเปิดมีนายชวรัตน์ ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี และนายชอนตาโร อิชิฮาร่า ผู้ว่าการกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในนามเลขานุการ ANMC21 กล่าวถึงความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของการริเริ่มการประชุม ANMC21 ซึ่งในครั้งนี้เป็นการประชุมครั้งที่ 8 เจ้าภาพคือกรุงเทพมหานคร
นางทยา กล่าวว่า ในการประชุมครั้งนี้กรุงเทพมหานครในฐานะเจ้าภาพได้นำเสนอประเด็นการหารือถึงการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน Sustainable Tourism ในนโยบายด้านการท่องเที่ยวที่คำนึงถึงการดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะมีการแลกเปลี่ยนความคิดในให้การท่องเที่ยวระดับภูมิภาคแข็งแกร่งขึ้น ตลอดจนความร่วมมือในการโปรโมทสถานที่ท่องเที่ยวในลักษณะ Asia Package ที่สมาชิก ANMC21 จะสามารถร่วมมือกัน ทั้งด้านการตลาด การโฆษณาประชาสัมพันธ์ การเดินทาง หรือการจัดกิจกรรมร่วมกัน เพื่อช่วยให้สมาชิกลดค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของแต่ละเมือง และยังสร้างความแข็งแกร่งด้านการท่องเที่ยวที่ทำให้ถึงกลุ่มลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มประเทศยุโรป ซึ่งถือเป็นตลาดท่องเที่ยวที่สำคัญของเอเชีย ส่วนเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือการหารือถึงการแสวงหาความร่วมมือด้านการแพร่ระบาดของโรคต่างๆ ในระดับภูมิภาค ANMC21 โดยเฉพาะโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้
นางทยา ให้สัมภาษณ์ภายหลังกล่าวเปิดการประชุมว่า ในการประชุมดังกล่าวจะมีการหารือในประเด็นสร้างเครือข่ายด้านการท่องเที่ยวโดยยกระดับการท่องเที่ยวให้เป็นระดับเอเชีย ซึ่งตนเตรียมเสนอแผนในที่ประชุม เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในเมืองสมาชิก ได้แก่ การโปรโมทแหล่งท่องเที่ยวของกทม. ไปในภูมิภาคที่ร่วมแคมเปญจ์ และนำแหล่งท่องเที่ยวของเครือข่ายเข้ามาโปรโมทในสื่อของประเทศไทยด้วย ทำเอเชีย โปรเจ็ค เสนอแพ็คเกตท่องเที่ยวแบบเครือข่าย, ทำโครงการ ANMC21 วีซ่า โดยการรวมกลุ่มประเทศที่สนใจโครงการอนุญาตให้มีการทำวีซ่าที่นักท่องเที่ยวสามารถใช้เดินทางเข้าไปในประเทศที่อยู่ในเครือข่าย ซึ่งโครงการ ANMC21 วีซ่า หากสมาชิกเห็นด้วย คงต้องหารือร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศเพื่อดำเนินโครงการดังกล่าวอีกครั้ง และจัดให้มีหน่วยงานกลางระหว่างเครือข่ายในการประสานงานติดต่อ ซึ่งโครงการ ANMC21 วีซ่าดังกล่าวจะเห็นผลเป็นรูปธรรมโดยระยะเวลาไม่นาน อย่างไรก็ตามในปีงบประมาณ 2553 รัฐบาลได้มอบเงินอุดหนุนให้กทม. ส่วนของการท่องเที่ยว จำนวน 300 ล้านบาท ซึ่งงบดังกล่าวมีจำนวน 50 เปอร์เซ็นต์ในส่วนของการปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวที่เสื่อมโทรม และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ซึ่งจะเน้นเรื่องศิลปวัฒนธรรม การดำเนินชีวิต
สำหรับในช่วงบ่าย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. ได้เดินทางมาร่วมประชุม และบรรยายเกี่ยวกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวของ กทม. โดยชูประเด็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น สถานที่ กิจกรรมการท่องเที่ยว การจับจ่ายใช้สอย ท่องเที่ยวสุขภาพ กีฬา สปา ท่องเที่ยววัฒนธรรม แม่น้ำ อาหาร โดยอยู่ภายใต้แนวคิด Bangkok Smile เพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน โดยยกตัวอย่างการท่องเที่ยวที่น่าสนใจและมีความแตกต่างกันที่ตลาดน้ำ คลองลัดมะยม เขตตลิ่งชัน และชุมชนคอยรุ้ดตั๊กวา เขตหนอกจอก ซึ่งเป็นการจัดการท่องเที่ยวที่ผสมผสานทั้งสถานที่ วัฒนธรรม และกิจกรรมน่าสนใจไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
ขณะที่นายพรเทพ เตชะไพบูลย์ รองผู้ว่าฯกทม. ได้ร่วมประชุม Cool ASEAN ซึ่งเป็นการประชุมในระดับอาวุโสด้านสิ่งแวดล้อม หรือ Senior Officials Meeting ว่าด้วยการจัดการกับปัญหาภาวะโลกร้อน (Green Capital Initiative) เพื่อหารือทำความตกลงร่างกรอบการดำเนินงาน และลงนามรับร่างกรอบดังกล่าวนำไปปฏิบัติจริง ซึ่งประเทศสมาชิกที่เชิญเข้าร่วมประชุมครั้งนี้มี 10 ประเทศ โดยรองผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า การประชุมที่ กทม.เป็นเจ้าภาพ ครั้งนี้เป็นไปตามข้อเสนอของ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน เมื่อคราวประชุม ASEAN+6 City Forum on Climate Change Bangkok 2008 ในปีที่ผ่านมา โดยเชิญผู้แทนจากกลุ่มประเทศอาเซียน ประกอบด้วย เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ บรูไน กัมพูชา ลาว และพม่า ร่วมประชุมภายใต้แนวคิดการพัฒนาภูมิภาคให้เป็นเมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืน และเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนในระดับเมือง ทั้งนี้ในส่วนของกรุงเทพมหานครดำเนินการโดยสำนักสิ่งแวดล้อม
สำหรับหัวข้อการจัดประชุมโดยทั่วไปคือ Global Warming Alleviation ซึ่งจะเน้นการสร้างความร่วมมือด้านมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนของเมืองในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะการเปลี่ยน แปลงสภาพภูมิอากาศ ประกอบด้วย 1.การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ 2.พลังงานหมุนเวียน 3.การจราจรขนส่ง 4. การจัดการขยะและน้ำเสีย และ 5.พื้นที่สีเขียวของเมือง
รองผู้ว่าฯ พรเทพ กล่าวว่า การประชุม Cool ASEAN, Green Capitals initiative จะมีการประกาศปฏิญญาความร่วมมือ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาเมืองให้น่าอยู่ ควบคู่กับการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และผลักดันให้เกิดความร่วมมืออย่างจริงจังและยั่งยืนของประเทศกลุ่มอาเซียนในการตั้งใจจริงแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพและสภาวะโลกร้อนร่วมกัน อันจะเป็นแนวทางนำไปสู่เมืองหลวงด้านสิ่งแวดล้อมในระดับสากลต่อไป ทั้งนี้สิ่งที่กลุ่มประเทศ ASEAN เป็นกังวลเรื่องความยากลำบากในการดำเนินงานเกี่ยวกับการจัดการสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการจัดการกับปัญหาภาวะโลกร้อน คือ การสร้างจิตสำนึกแก่ประชาชน นอกจากนั้นยังเป็นการส่งเสริม และการใช้ข้อบังคับ ดังนั้นการร่วมมือกันคิดกรอบดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานครจะพยายามผลักดันให้เกิดเป็นปฏิญญาความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม อันจะเป็นกลไกที่สำคัญในการจัดการแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน ระหว่างกันของสมาชิกประเทศ ASEAN ต่อไป



