ข่าว

ถกร่างพรบ.ค้าปลีกชี้ถูกทุนค้าปลีกรายใหญ่ครอบงำ

ถกร่างพรบ.ค้าปลีกชี้ถูกทุนค้าปลีกรายใหญ่ครอบงำ

02 พ.ย. 2552

เชียงใหม่-พาณิชย์เดินสาย รับฟังความคิดเห็นเปิดเวทีถก ” ร่าง พ.ร.บ.ค้าปลีก ” สมาคมตลาดสดไทย ชี้ตลาดค้าปลีกไทยถูกครอบงำจากทุนค้าปลีกรายใหญ่จนเกิดความไม่สมดุล ระบุทุนต่างชาติลดสัดส่วนธุรกิจลงแข่งโชว์ห่วยไทย ส่วนสมาคมผู้ค้าปลีกไทย และแก้ไขเนื้อหาในร่าง พ.ร.บ

 นายกวีพจน์ วรยิ่งยง เลขาธิการสมาคมตลาดสดไทย เปิดเผยในการสัมมนาเรื่อง ” พ.ร.บ.ค้าปลีก : กติกาอยู่ร่วมกันในยุคทุนไร้พรมแดน ” จัดกระทรวงพาณิชย์ ที่โรงแรมฮอลิเดย์อินน์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ วันนี้( 2 พ.ย.) ว่า สมาคมตลาดสดไทยก่อตั้งขึ้นจากการรวมตัวของผู้ประกอบการตลาดสดประมาณ 5 - 6 ปีผ่านมา เพราะได้รับผลกระทบจากการขยายตัวของกลุ่มทุนค้าปลีกรายใหญ่ ตลาดสดถือเป็นแหล่งกระจายสินค้าระดับครัวเรือน จึงเป็นโครงสร้างสำคัญของระบบเศรษฐกิจสังคมไทย

 ทั้งนี้ในปัจจุบันตลาดค้าปลีกถูกกลุ่มทุนเข้ามาครอบงำจนเกิดความไม่สมดุล จนตลาดสดของไทยเกิดวิกฤตเพราะถูกบีบจากทั้งโมเดิร์นเทรดขนาดใหญ่และตลาดนัด แผงลอย ผู้ประกอบการค้าปลีกในประเทศยืนยันว่าไม่ขัดขวางการเปลี่ยนแปลง และต้องการพัฒนาตัวเองแต่ต้องอยู่บนพื้นฐานความเป็นธรรมและอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่เป็นธรรม

 นายกวีพจน์ กล่าวว่า ปัจจุบันโมเดิร์นเทรดของกลุ่มเทสโก้ โลตัส มีสาขาทั่วประเทศ 456 แห่ง แบ่งเป็นไฮเปอร์มาเก็ต 82 แห่ง โลตัสคุ้มค่า 25 แห่ง ตลาดโลตัส 55 แห่ง โลตัสเอ็กซ์เพรส 280 แห่ง พลัสช้อปปิ้งมอลล์ 1 แห่ง เป็นศูนย์การค้าชุมชน และขนาดเล็กลงมา คือ แอทโอเอซิส 1 แห่ง แอทปาร์ค 1 แห่ง และแอทการ์เดน 1 แห่ง

 ส่วนคาร์ฟูร์ ไฮเปอร์มาเก็ต มีสาขาในประเทศไทย 36 แห่ง แบ่งเป็นในกรุงเทพ 25 แห่ง และต่างจังหวัด 11 แห่ง ส่วนกลุ่มท็อปส์ มีเซ็นทรัล ฟู้ดฮอลล์ 3 แห่ง และท็อปส์มาเก็ตในเซ็นทรัล 5 แห่ง โรบินสัน 4 แห่ง ในสแตนอโลน 3 แห่ง ท็อปส์ซุปเปอร์มาเก็ต ในเซ็นทรัล 2 แห่ง โรบินสัน 2 แห่ง และสแตนอโลน 29 แห่ง ส่วนท็อปส์เดลี่ มี 7 แห่ง สำหรับบิ๊กซี มีสาขาในกรุงเทพ 26 แห่ง ต่างจังหวัด 41 แห่ง และในอนาคตจะปรับขนาดลงมา เป็นทาวน์เซ็นเตอร์ และมินิบิ๊กซี  รวมทั้งร้านยาเพียวด้วย

 นายกวีพจน์ กล่าวอีกว่า การแข่งขันของโมเดิร์นเทรดโดยเฉพาะเทสโก้ โลตัสใช้ใบอนุญาตประกอบกิจการเพียงแผ่นเดียวและขยายสาขากิจการค้าปลีกครอบคลุมทุกระดับ จึงไม่เป็นธรรมหากต้องการปรับขนาดลงมาควรตั้งบริษัทใหม่มารองรับ ส่วนร่าง พ.ร.บ.ค้าปลีกต้องกำหนดรายละเอียดประเภทธุรกิจและนิยามที่ชัดเจน เหมือนกฎหมายควบคุมอาคาร ส่วนการออกใบอนุญาตควรเพิ่มคณะกรรมการระดับจังหวัดขึ้นมาเพื่อร่วมพิจารณา

 ดร.ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ ที่ปรึกษาสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.ค้าปลีกเริ่มมาตั้งแต่ปี 2540 แต่รายละเอียดในร่างกลับไม่บอกชัดเจนว่าจะทำอย่างไรกับโมเดิร์นเทรดขนาดใหญ่ นอกจากการจำกัดการเติบโต หากร่างพ.ร.บ.ค้าปลีกไม่สามารถตอบโจทย์ได้จะเกิดความขัดแย้งขึ้นได้

 สมาคมฯไม่ต่อต้านการออก พ.ร.บ.ค้าปลีกแต่ต้องตอบโจทย์ให้ชัดเจน ที่ผ่านมาการขยายตัวของโมเดิร์นเทรดทำให้ธุรกิจค้าปลีกรายย่อย โชว์ห่วย ปิดตัว แต่ยังไม่มีงานวิจัยรอบรับว่าจริงหรือไม่ ตั้งแต่ปี 2539 การเติบโตของธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่ง มีมูลค่ากว่า 5 แสนล้านล้านบาท และในปี 2551 มีมูลค่ากว่า 1.38 ล้านล้านบาท ในจำนวนนี้โมเดิร์นเทรดมีส่วนแบ่งอยู่ 4.86 แสนล้านบาท ยังเหลือมาเก็ตแชร์ในตลาดอีก 9 แสนล้านบาท แสดงให้เห็นว่าโชว์ห่วยไม่ได้ถูกเบียดบังเพราะส่วนแบ่งในตลาดยังเหลือ

 ดร.ฉัตรชัย กล่าวอีกว่า ร่าง พ.ร.บ.ค้าปลีกควรมีการปรับปรุงเนื้อหาเพราะร่างมาตั้งแต่ปี 2540 แต่ปัจจุบันปี 2552 ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวไม่สามารถแก้ปัญหาให้โชว์ห่วยได้จริง แต่กลับเร่งรัดให้เกิดการผูกขาดได้เร็วขึ้น ควรมีมาตรการภาษีเชิงบวกเพื่อช่วยเหลือโชว์ห่วย ปรับปรุงพิกัดภาษีแก่ร้านค้าปลีกขนาดเล็กให้เหมาะสม และในขณะที่ร่างพ.ร.บ.ค้าปลีกยังไม่ประกาศใช้ ควรใช้มาตรการช่วยเหลือโชว์ห่วยที่ทำได้ทันที เช่นกฎหมายเกี่ยวข้องที่สามารถหยิบมาใช้ได้ เพราะยังมีกฎหมายหลายตัวที่ทับซ้อนกันอยู่

 นายเฉลิมชาติ นครังกุล รองประธานหอการค้าจ.เชียงใหม กล่าวว่า จ.เชียงใหม่เป็นจังหวัดแรกที่ได้รับผลกระทบจากการขยายตัวของโมเดิร์นเทรด ปัจจุบันเชียงใหม่มีโมเดิร์นเทรดขนาดใหญ่ตั้งอยู่ถึง 8 แห่ง มีร้านสะดวกซื้ออีก 150 แห่งและยังขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนส่งผลกระทบกับชุมชนและท้องถิ่นในต่างอำเภอ

 หอการค้าฯเห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.ค้าปลีก แต่ที่ผ่านมายังมีปัญหาล่าช้า เพราะไม่มีความชัดเจนไม่ลงลึกรายละเอียด และยังรวมศูนย์อำนาจการตัดสินใจที่ส่วนกลางไม่กระจายอำนาจให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วม เช่นการตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัดเพื่อพิจารณาออกใบอนุญาต