
คืนความสุขปชช.มอบโฉนดคืนจากหนี้นอกระบบ
"บช.น."ส่งมอบคืนโฉนดให้ลูกหนี้นอกระบบ ส่วนที่ ภ.1คืนความสุขประชาชนมอบโฉนดที่ดิน-รถ คืนจากหนี้นอกระบบ กว่า 193 ล้าน ชาวบ้านขอบคุณได้ที่ดินกลับคืน
28 พฤศจิกายน 2561 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ รอง ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.2 รองผบก.1-9 รองผบก.สปพ.
ร่วมกันส่งมอบคืนโฉนดตามนโยบายของรัฐบาลกำหนดให้ปัญหาหนี้นอกระบบเป็นปัญหาสำคัญประชาชนถูกเอารัดเอาเปรียบครั้งที่ 5 โดยได้มีการบูรณาการกำลังร่วมกับทุกภาคส่วนดำเนินการสืบสวนตรวจค้นจับกุมดำเนินคดีผู้กระทำความผิดและอีกส่วนได้มีการเจรจาไกล่เกลี่ยปรับโครงสร้างหนี้ให้เป็นธรรมทั้งฝ่ายเจ้าหนี้และลูกหนี้ สามารถจับกุมเจ้าหนี้ที่กระทำผิดได้ 24 ราย ผู้ต้องหา 27 คน ของกลางทั้งสิ้น 11 รายการ รวมมูลค่า 136,450 บาท ดำเนินการไกล่เกลี่ยปรับโครงสร้างหนี้สามารถมอบคืนทรัพย์สินแก่ประชาชน เล่มทะเบียนรถยนต์ 1 คัน และเล่มทะเบียนรถจยย. 17 คัน รวมมูลค่าทั้งสิ้น 833,000 บาท
พล.ต.ต.คัชชา กล่าวว่า ตามนโยบายของรัฐบาลกำหนดให้มีนโยบายในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบซึ่งจะต้องแก้ไขโดยเร็วเป็นรูปธรรม บช.น.จึงได้มีการบูรณาการกำลังทุกภาคส่วนดำเนินการสืบสวน ตรวจค้นจับกุมดำเนินคดีกับผู้ดำเนินการกระทำผิดกฎหมาย และมีการไกล่เกลี่ยเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ให้กับลูกหนี้และเจ้าหนี้ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและคืนความเป็นธรรมให้แก่ประชาชน ทำให้สามารถคืนเล่มทะเบียนรถทั้งหมด 18 ราย
ขณะที่ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 ประธานในพิธีมอบคืนโฉนดที่ดินและทรัพย์สิน คืนความสุขให้ประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม สัญญาเงินกู้ไม่เป็นธรรม ครั้งที่ 4 โดยคืนโฉนด 290 ฉบับ รถยนต์ 10 คัน จักรยานยนต์ 27 คัน และอื่น ๆ อีกหลายรายการ คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 193 ล้านบาท
พล.ต.ท.อำพล กล่าวว่าตนรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับหน้าที่เป็นประธานในพิธีครั้งนี้ ซึ่งการส่งมอบคืนที่ดินของประชาชนในวันนี้ที่เกิดขึ้นมาได้ ถือเป็นความร่วมแรงร่วมใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจจากทุกภาคส่วน ในทุกจังหวัด อำนวยการโดยนโยบายของรัฐบาล และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่สนับสนุนในการดำเนินการปราบปรามกลุ่มที่มีพฤติการณ์ให้ประชาชนกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด และทำสัญญาเอารัดเอาเปรียบยึดที่ดินของประชาชน ซึ่งทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก
พ.ต.ท.อำพลกล่าวต่อว่า ที่ดินเหล่านี้คือมรดกที่ตกทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นของประชาชนที่ต้องการทำมาหากินหาเลี้ยงชีพตัวเอง แต่ไม่มีทางเลือก จีงต้องกู้เงินนอกระบบซึ่งเป็นช่องทางที่ง่ายกว่าการกู้เงินธนาคาร สุดท้ายต้องถูกเอารัดเอาเปรียบ และจำเป็นต้องนำที่ดินไปจำนองขายฝาก บางคนโชคดีที่ผู้ให้กู้เมตตา แต่บางคนก็โชคร้ายต้องสูญเสียทรัพย์สินที่พ่อแม่เคยเก็บรักษาไว้ให้ ประชาชนบางพื้นที่ต้องลำบากอย่างมาดโดยเฉพาะทางภาคอีสาน ซึ่งทรัพย์สินของทุกคนไม่ใช่จะรักษาไว้ได้ง่ายๆ ถ้าสูญเสียไปแล้วก็ยากจะได้คืน
ดังนั้นการส่งมอบคืนในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสครั้งใหม่ ตนอยากฝากให้ทุกคนดูแลทรัพย์สินอันมีค่าของท่านให้ดี เพราะโอกาสอย่างนี้อาจจะหาได้ยากถ้านโยบายนี้ไม่ได้เกิดขี้น
นอกจากนี้จากการตรวจสอบติดตามดำเนินคดีเกี่ยวกับการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชนและคดีอาญาอื่นๆที่เป็นนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.1 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถทำการตรวจยึดโฉนดที่ดินเพิ่มเติมประกอบด้วย เขตจ.สระบุรี จำนวน 2,175 ฉบับ และโฉนดที่ดินเขต จ.ชัยนาทอีก 3 ฉบับรวมทั้งสิ้น 2,178 ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบที่มาของที่ดินดังกล่าว
นางเรณู อรุณกฤษ์ อายุ 70 ปี ชาวจังหวัดอยุธยา อาชีพค้าขาย กล่าว่า เมื่อ 7 ปีที่แล้วตนได้นำโฉนดที่จำนวน 2 ไร่ ไปจำนำไว้กับนายทุนในจังหวัดอยุธยาเป็นเงินจำนวน 7 แสนบาท แต่ได้ผ่อนส่งไปบ้างแล้วประมาณ 4 แสนบาท แต่เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยดีและตนก็อายุมากแล้วจึงไม่มีเงินส่งเจ้าหนี้เครียดมากกลัวว่าจะถูกยึดที่ดิน จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 1 ได้มีการเข้ามาช่วยเหลือเข้าไปไกล่เกลี่ยกับทางเจ้าหนี้จนได้โฉนดคืนมา ก็ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค1 และทางรัฐบาล ที่เข้ามาช่วยเหลือให้ตนได้ที่ดินคืนมา เพราะลำพังตนเองคงไม่มีปัญญาหาเงินไปใช้หนีได้อย่างแน่นอน



