
ชั่วโมงไร้ใจและสกอร์ "ปีศาจแดง"
ทุกคนคุ้นเคยกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฐานะทีมเกมบุกดุดันเร้าใจแต่นั่นมันเกิดขึ้นในยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือชาวสกอตต์
กว่า 26 ปีภายใต้บังคับบัญชาจอมคนสกอตต์ “ปีศาจแดง” ไม่เคยขาดแคลนดาวยิงระดับพระกาฬ ไล่ตั้งแต่ ศิลปินลูกหนังแดนน้ำหอม เอริค คันโตนา , จอมผลิตสกอร์อย่าง รุด ฟาน นิสเตลรอย และ คริสเตียโน โรนัลโด ขวัญใจพังตาข่ายคนล่าสุดที่โบกมือลาโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
วลี “เฟอร์กีไทม์” (ประชดประชันผู้ตัดสินที่มักทดเวลาเจ็บให้แมนฯ ยูไนเต็ด เกินกว่าการทดเจ็บจริงในสมัยเฟอร์กูสัน) ถูกหยิบยกมาพูดถึงอยู่บ่อยๆ เช่นเดียวกับที่อสูรแดงมักโกงตายให้เห็น
อัฒจันทร์ฝั่ง สเตรทฟอร์ด เอนด์ เคยสร้างความกดดันแบบสุดๆ ชนิดที่ผู้ตัดสินลองพกเครื่องวัดหัวใจลงสนามยามทำหน้าที่ในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แล้วปรากฏว่า อัตราการเต้นพุ่งสูงทะลุเพดาน
อย่างไรก็ตามเรื่องราวทั้งหมดก็ผ่านมานานแล้ว นับตั้งแต่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน วางมือไปเมื่อปี 2013
เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (24 พ.ย.) แมนฯ ยูไนเต็ด ทำได้แค่เสมอกับ คริสตัล พาเลซ 0-0 ในบ้านของตัวเอง โดยเป็นการเสมอแบบไร้สกอร์ครั้งที่ 65 จากทั้งหมด 26 ซีซั่น ตั้งแต่ลีกสูงสุดเปลี่ยนมาใช้ชื่อพรีเมียร์ลีก และสิ่งที่น่าสังเกตุ คือ ผลเสมอแบบบัวไม่ช้ำน้ำไม่ขุ่นจำนวน 20 นัด หรือคิดเป็น 31% เกิดขึ้นใน 6 ซีซั่นหลังสุดนับจากเซอร์ อเล็กซ์ อำลาทีม แถมจำนวนดังกล่าวยังมากกว่าทุกทีมในบรรดาคู่แข่ง“บิ๊ก 6”ด้วยกัน
เกมเสมอ 0-0 ทีม“บิ๊ก 6” พรีเมียร์ลีก ตั้งแต่ฤดูกาล 2013-14
แมนฯ ยูนเต็ด 20 นัด
เชลซี 14 นัด
ลิเวอร์พูล 14 นัด
อาร์เซนอล 12 นัด
แมนฯ ซิตี 12 นัด
สเปอร์ส 10 นัด
*ข้อมูลจาก บีบีซี
นับตั้งแต่พ้นร่มเงา“เฟอร์กี” แมนฯ ยูไนเต็ด ใช้งานผู้จัดการทีมไปแล้ว 3 ราย ไล่ตั้งแต่ เดวิด มอยส์, หลุยส์ ฟาน กัล และ โชเซ มูรินโญ ในปัจจุบัน แต่กุนซือทั้งสามรายยังมีสถิติยิงประตูต่อเกมเป็นรองยอดกุนซือชาวสกอตต์ทั้งหมดในการคิดอัตราส่วนที่เท่ากัน
ค่าเฉลี่ยยิงประตูต่อ 1 นัด ของ 3 กุนซือเทียบกับเฟอร์กี
ผู้จัดการทีม // เกม // ประตู // ค่าเฉลี่ย
เฟอร์กูสัน // 810 // 1627 // 2.01
มอยส์ // 34 // 56 // 1.65
มูรินโญ // 89 // 142 // 1.60
ฟาน กัล // 76 // 111 // 1.46
ข้อมูลจาก บีบีซี
ทั้งนี้ทั้งนั้นการที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องกลายสภาพเป็นปืนไร้กระสุนเฉกเช่นทุกวันนี้จะโยนความผิดให้กับผู้สืบทอดทั้ง 3 ราย ก็คงจะโหดร้ายไม่น้อย เพราะส่วนหนึ่งดาวเตะในทีมก็ควรจะต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วยเช่นกัน
อเล็กซิส ซานเชส ดาวยิงเจ้าของค่าเหนื่อย 500,00 ปอนด์/สัปดาห์ แทบจะกลายเป็นคนละคนกับที่เคยสวมเสื้ออาร์เซนอลโดยเฉาะเรื่องของฟอร์มการถล่มประตูจนชั่วโมงนี้ใช้เวลาบนม้านั่งสำรองมากกว่าลงมาล่าตาข่ายส่วน มาร์คัส แรชฟอร์ด บน วัย 21 ปี ยัง 3 วันดี 4 วันไข้ หาความสม่ำเสมอไม่เจอ แต่ทั้ง 2 รายที่กล่าวมายังอาการไม่หนักเท่าดาวยิงเบอร์ 1 ของทีมอย่าง โรเมลู ลูกากู หัวหอกร่างยักษ์ที่เวลานี้คลำเป้าไม่เจอมานานถึง 11 นัดติด
สถิติ“ลูกากู”เกมกับคริสตัล พาเลซ
90 นาที
0 ประตู
1 โอกาสยิง
1 ผ่านบอลสำคัญ
20 สัมผัสบอล
0 ครองบอลสร้างความได้เปรียบ
ประตูสุดท้ายที่ ลูกากู ยิงได้ต้องย้อนกลับไปในวันที่ 15 กันยายน นัดที่“ปีศาจแดง”เฉือนชนะ วัตฟอร์ด 2-1 จากนั้นตลอดระยะเวลาร่วม2 เดือนนับจากประตูเบิกร่องที่ซัดใส่“แตนอาละวาด”ศูนย์หน้าค่าตัว 75 ล้านปอนด์ ไม่เคยได้ฉลองท่าดีใจในฐานะคนมีชื่อบนสกอร์บอร์ดอีกเลยจนตัวเลขพังตาข่ายในลีกแช่นิ่งอยู่ที่ 4 ลูก จาก 12 นัดที่ผ่านมา
บางทีอดีตดาวยิงฟอร์มร้อนสมัยอยู่เอฟเวอร์ตันอาจไม่โดนโจมตีเท่านี้หากผลงานโดยรวมยังเป็นที่พึ่งพาของทีมได้บ้าง
หากใครดูสถิติแล้วยังไม่เห็นภาพความย่ำแย่ก็ให้เปรียบเทียบกับผลงานนัดล่าสุดของแรชฟอร์ด ตัวสำรองซึ่งถูกเปลี่ยนลงมาในครึ่งหลังแล้วได้โอกาสอยู่ในสนามเพียง 30 นาที ยังได้สัมผัสบอลไปมากกว่า ลูกากู ที่อยู่จนครบ 90 นาทีเสียอีก
อย่างไรก็ตามเม็ดเงินดังกล่าว คือ การแก้ปัญหาในอนาคต แต่ปัจจุบันกับโปรแกรมในค่ำคืนนี้ (27 พ.ย.) กับ ยัง บอยส์ เบิร์น และเกมที่เหลืออยู่ก่อนเปลี่ยนหน้าปฏิทิน 2018 ก็ไม่รู้ว่า มูรินโญ จะเป็นคนผ่าทางตันหรือบอร์ดบริหารจะเป็นคนทำกันแน่
พชร นาคจู : เรียบเรียง



