ข่าว

"บิ๊กป้อม"-นายกฯร่วมตอบคำถามพรรคการเมือง

"บิ๊กป้อม"-นายกฯร่วมตอบคำถามพรรคการเมือง

27 พ.ย. 2561

"บิ๊กป้อม"เผยร่วมนายกฯตอบคำถามพรรคการเมือง 7 ธ.ค.นี้ ให้ "วิษณุ"แจงด้านกฎหมาย แย้มคุยเรื่องหาเสียงอย่าเกิดขัดแย้งรับอยากให้"บิ๊กตู่"เป็นนายกฯ สานต่องาน

 

               27 พฤศจิกายน 2561 ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงภาพรวมการสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคการเมืองต่าง ๆ  

 

 

               โดยระบุว่า ก็แล้วแต่ว่าใครจะชอบอยู่กับใครแล้วแต่นักการเมืองว่าจะอยู่พรรคไหน ซึ่งเขาก็กำหนดเวลาให้แล้วทุกอย่างก็เป็นไปตามนั้น ส่วนที่มีนักการเมืองย้ายไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐเป็นจำนวนมากนั้น ตนไม่ทราบ เพราะไม่ได้อยู่พรรคนี้ ต้องไปถามคนที่สังกัดพรรคนี้ ส่วนในอนาคตประชารัฐจะดีหรือไม่นั้นตนไม่ทราบเพราะประชาชนยังไม่ได้เลือกเลย

 

               ผู้สื่อข่าวถามว่า หากพรรคพลังประชารัฐได้เสียงจำนวนมากจะส่งเทียบเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง  พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ทราบ เราก็อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีต่อ จะได้ทำงานที่ทำอยู่ให้เสร็จ เพราะทุกอย่างก็พยายามเร่งทำงานทุกอย่าง สี่ปีก็ทำได้มากแล้ว ซึ่งถ้าพล.อ.ประยุทธ์ ได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อจะได้สานต่องานในอนาคตให้ก้าวเดินไป ซึ่งถ้าพรรคการเมืองเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ สมควรก็คงจะเชิญเองและแต่พรรคการเมือง

 

                ส่วนหากเชิญ พล.อ.ประวิตร เป็นนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนยิ่งเหนื่อยใหญ่เลย และคงไม่รอใครมาเชิญ ทำงานไม่ไหวแก่แล้ว  ส่วนการพูดคุยระหว่างพรรคการเมืองกับ คสช.ในวันที่ 7 ธ.ค. ตนจะเข้าประชุมด้วย ซึ่งในส่วนของเกี่ยวกฎหมาย จะมี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เป็นคนชี้แจง ถ้าเรื่องของ คสช.จะมีนายกรัฐมนตรีหรือตน เป็นคนตอบ ส่วนประเด็นที่จะพูดคุยกับนักการเมืองก็แล้วแต่นักการเมืองว่าจะมาถามเรื่องอะไร สำหรับการรักษาความสงบเรียบร้อยเพื่อให้การเลือกตั้ง ยืนยันว่าเป็นประเด็นต้องพูดถึง โดยเฉพาะเรื่องการหาเสียง จะทำอย่างไรให้เกิดความเรียบร้อย ไม่ขัดแย้ง

 

                 ห่วงหรือไม่ว่า จะมีการหาเสียงโจมตีทำให้เกิดความขัดแย้ง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า คิดว่าเวลา 60-70 วัน น่าจะเพียงพอแล้วในการหาเสียงหากให้หาเสียงนานก็จะยุ่ง 

 

                 ต่อข้อถามที่ว่า หลังปลดล็อกทางการเมืองจะมีเงื่อนไขอะไรที่ไม่ทำให้การเมืองเกิดความขัดแย้งหรือไม่ พลเอกประวิทย์กล่าวว่า จะทำอย่างไรได้ กฎหมายก็ไม่มีอะไรแล้ว ก็ต้องแล้วแต่เขา คำสั่ง คสช.โดยเฉพาะฉบับที่ 3/2558 ก็จะต้องยกเลิก เมื่อถึงวันที่กำหนด ทั้งนี้นักการเมืองก็คงจะลงพื้นที่หาเสียงคิดว่าไม่น่าจะมีอะไร ซึ่งอยู่มา 4 ปีก็เรียบร้อยดี ก็น่าจะรู้แล้วว่าความเรียบร้อยเป็นอย่างไรและประชาชนก็ชอบ

 

                 ผู้สื่อข่าวถามว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ วิจารณ์ว่า รัฐบาลใช้เงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อหาเสียง ขาดระเบียบวินัยการใช้เงิน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า  ยืนยันว่า รัฐบาลใช้เงินมีวินัย เพราะถ้าไม่มีวินัยก็ถูกฟ้องร้อง ยืนยันว่าโครงการดังกล่าวเป็นการใช้เงินเพื่อคนจน ผู้มีรายได้น้อย จะอยู่ได้ด้วยความเข้มแข็ง รวมถึงคนสูงอายุ ทั้งนี้รัฐบาลพิจารณาแล้ง อะไรก็ผิดกฎหมาย ก็ทำไม่ได้ ถามว่ารัฐบาลจะใช้เงินส่งเดช ได้อย่างไร รัฐบาลจะใช้เงินส่งเดชใช้ไม่ได้ ซึ่งกระทรวงการคลังก็คุมงบประมาณทุกอย่าง

 

              เมื่อถามถึงกระแสข่าวยุบยุบพรรคเพื่อไทยนั้นพล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังไม่ได้ยิน ต้องไปถาม กกต. เพราะตนไม่ได้เกี่ยวข้อง ส่วนที่พรรคเพื่อไทยหวาดระแวงว่าจะถูกยุบพรรคนั้น ต้องไปถามพรรคเพื่อไทย ซึ่งหากถูกยุบ คสช.ก็ไม่เกี่ยว ยืนยันว่าการเลือกตั้งเกิดขึ้นวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 แน่ 

 

               ชี้ใต้ป่วนหลังบีอาร์เอ็น ฝ่ายกำลัง ไม่ร่วมพูดคุยสันติสุขฯ เผยติดต่อไป 3 ครั้ง  แต่ไม่มา รอ มาเลเซีย เคลียร์

 

              พล.อ.ประวิตร  กล่าวถึง การก่อเหตุความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า เนื่องจากกลุ่ม บีอาร์เอ็น ในส่วนคุมกองกำลังยังไม่ยอมเข้ามาร่วมพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย คาดว่าเขาน่าจะมีอะไรที่ติดใจ ขณะนี้คณะพูดคุยฯต้องเจอกันก่อน แต่เขายังไม่ยอมมา ซึ่งที่ผ่านมาประเทศมาเลเซียในฐานะผู้อำนวยความสะดวกก็ได้ติดต่อไปยังบีอาร์เอ็นแล้วและติดต่อไป 3 ครั้ง แต่ไม่ยอมมา ไม่รู้ติดใจอะไร รอให้มาเลเซียไปพูดคุย