ข่าว

“จิ๋ว”เปิดนโยบาย'ไทยร่มเย็น-ไทยแข็มแข็ง'

“จิ๋ว”เปิดนโยบาย'ไทยร่มเย็น-ไทยแข็มแข็ง'

02 พ.ย. 2552

“เพื่อไทย”เปิด"นโยบายไทยร่มเย็น ไทยแข็มแข็ง " ตัดหน้ารบ.แก้ไฟใต้ "บิ๊กจิ๊ว" ผุดไอเดียแก้ไฟใต้ไม่ยาก แค่เสนอกม.ปกครองตัวเองยกระดับเป็นนครปัตตานี เผยเชิญ"บิ๊กบัง-ส.ส.-สว.ปัตตานี"ร่วมขบวน เตรียมรุกต่อเดินสาย”มาเลเซีย-พม่า- เวียดนาม-ลาว-จีน”

(2พ.ย.) พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวนโยบาย ‘ไทยร่มเย็น เป็นมิตรเพื่อนบ้าน’ โดย พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า สถานการณ์บ้านเมืองมีปัญหา ความขัดแย้งคนในชาติมาโดยตลอด แต่มารุนแรงเพิ่มมากขึ้นหลังรัฐประหาร 19 ก.ย.2549 ซึ่งสร้างให้เกิดความขัดแย้งทางความคิด วันนี้ถ้าติดตามจะเห็นว่าได้แพร่ขยายไปทุกองค์กร ลงมาถึงครอบครัว ความขัดแย้งแบ่งคนเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่ง เป็นกลุ่มที่คิดว่าอีกฝ่ายเป็นเผด็จการทหาร ส่วนอีกกลุ่มชี้กลับมาว่าเป็นเผด็จการรัฐสภา ใช้เงินเพื่อให้ได้รับการเลือกตั้ง ภายหลังรัฐประหาร รัฐบาลหวังแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในบ้านเมือง แต่แก้ไม่ถูกแก้ไม่เป็น รัฐบาลที่มารับผิดชอบต้องเห็นใจ เพราะก็คงทำดีที่สุด แต่ก็ยังไม่มีแนวทางอันใดทำให้ประชาชนเข้าใจได้ว่าจะแก้ได้ แนวทางรัฐบาลมุ่งเน้นแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจซึ่งยังไม่บรรลุเป้าหมาย ความเป็นจริงการแก้เศรษฐกิจไม่ใช่ปัญหาหลักของชาติ แต่ปัญหาความขัดแย้งคนในชาติ หากจบลง การลงทุนจากภายนอก มันจะหมุนไปเอง เรื่องดังกล่าวเป็นสิ่งที่พรรคเพื่อไทยห่วงใย

 พล.อ.ชวลิต กล่าวอีกว่า จากความขัดแย้งในชาติส่งผลไปประเทศเพื่อนบ้านด้วย ประเทศไทยเคยเป็นหนึ่งในอาเซียน เคยเป็นที่หวังจากมิตรประเทศ เป็นหลักในการผลักดันสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่ออาเซียน และเขาก็ผิดหวังเหมือนกัน ความสัมพันธ์เรากับเพื่อนบ้านก็มีปัญหา น่าห่วงใย ที่มาชี้แจง ไม่ได้มุ่งหวังกล่าวโทษนำสิ่งไม่ดี ไม่ถูกต้องมาพูดกัน แต่หวังแสดงแนวทางพรรคเพื่อไทยเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งคนในชาติ ขณะเดียวกันเรื่องความขัดแย้งพื้นที่ 3จังหวัดภาคใต้ ตั้งแต่รัฐบาลนี้เข้ามายังไม่เห็นการแก้ไขเหมือนกัน แม้นายกฯจะเป็นคนขยัน มีเจตนารมณ์ทำงาน แต่ก็แก้ไม่ตรงกับปัญหา เมื่อวันที่ 1 พ.ย.นายกฯไปพบปะนักธุรกิจ 5 จ.ใต้ ที่อ.หาดใหญ่ ท่านพูดทุกปัญหา แต่ไม่ได้กล่าวถึงความขัดแย้งคนในพื้นที่ ซึ่งน่าเสียดาย เมื่อท่านกลับมาแล้ว เพื่อนคนหนึ่งโทรมาหาตนบอกว่าได้ยินการพูดลักษณะดังกล่าวมา 20 - 30 ปีแล้ว เพราะฉะนั้นนโยบายของเรา ไทยร่มเย็น เป็นมิตรกับเพื่อนบ้าน มีความสำคัญมาก พรรคเราจะมุ่งมั่นแก้ปัญหาหลัก ให้เสร็จสิ้น บนควมจำกัด ทั้งเรื่องอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่และอีกหลายด้าน แต่ที่เรามีคือ การสนับสนุนจากประชาชนที่ต้องการให้เราแก้ไขปัญหา แม้จะเป็นพรรคฝ่ายค้าน

 “ วันนี้เราได้เสนอแนวทาง และบอกกับสังคมมาโดยตลอดว่า ความขัดแย้งวันนี้ไม่ใช่ของแปลกใหม่ แต่เกิดมา 77 ปี นับแต่คณะราช เอาพระราชอำนาจมาจากร.7 และได้พยายามสร้างสรรค์เปลี่ยนแปลงการปกครอง พยายามถ่ายเทอำนาจจากพระองค์ท่านมาให้ประชาชน จากร.5 มาถึง ร.6 กำลังสำเร็จ แต่เราไปหยิบฉวยมาก่อน พระองค์ท่านจึงรับสั่งยินดีให้มอบพระราชอำนาจให้ประชาชน ไม่ใช่กลุ่มบุคคลหนึ่งบุคคลใด ” พล.อ.ชวลิต กล่าว

 พล.อ.ชวลิต กล่าวต่ออีกว่า กลุ่มคนชี้อีกกลุ่มเป็นเผด็จการทหาร และได้รับตอบมาว่าเอ็งก็เป็นเผด็จการรัฐสภา คนไทยเชื่อยังมีการปกครองอยู่ที่ไม่ใช่ประชาธิปไตยของปวงชนจริงๆ เรายังไม่มีรัฐบาลโดยประชาชน เพื่อประชาชน คือ สิ่งเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไข เราต้องแก้ไขปัญหาในอดีต ที่ผ่านมา 75 ปียึดอำนาจ 76 ปีกบฎบวรเดช 77 ปีพระองค์ท่านสละอำนาจ เมื่อปี 2507 เกิดความแตกแยกขนาดหนัก คนไทยจับอาวุธ 20 ปีหลังจากกนั้นถึงแก้ปัญหาได้ เมื่อแก้ได้จึงหวังแก้ปัญหาการเมืองการปกครองที่ไม่เป็นธรรม สถานการณ์ในบ้านเมืองพัฒนารูปแบบต่างๆ จึงนำมาสู่ ปัญหาคนสีเสื้อต่างๆในปัจจุบัน การแก้ปัญหาที่รัฐบาลพยายามจะแก้ปัญหาเพื่อให้ระบบเป็นไปโดยประชาชน เพื่อประชาชน พยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น เห็นว่าแนวทางที่จะแก้ คือต้องเป็นไปอย่างเป็นธรรม ไม่เข้าใจว่าทำไมรัฐบาลกระโดดข้ามขั้นตอนตรงนี้ โดยให้ความสำคัญกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มองว่าแก้มามากแล้วถึง 18 ฉบับ แต่ปัญหาก็ยังแก้ไขไม่ได้ ทางที่ดีควรรวมพลังมาทำงานให้ประชาชนเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม อย่างรัฐบาลจีน ถึงแม้เป็นคอมมิวนิสต์ แต่ให้ความสำคัญกับประชาชนก่อน จากนั้นจึงมาแก้ไข พัฒนา เรื่องการปกครอง ซึ่งต่างจากสหภาพโซเวียต สมัยประธานนาธิบดีกอบอร์ชอร์ฟ ขณะนั้นที่มัวยึดหลักระบบให้เป็นไปโดยประชาชน เพื่อประชาชน มุ่งเน้นแก้รัฐธรรมนูญ จนประเทศเกิดความเสียหาย ที่ยกตัวอย่างเพราะไม่อยากเห็นรัฐบาลแก้ปัญหาอย่างไม่ถูกทาง เพราะสิ่งสำคัญและไม่ยากเย็นแม้แต่น้อยในการแก้ปัญหา แต่รัฐบาลไม่ดำเนินการ จึงเป็นห่วงว่า ถ้ายังเป็นเช่นนี้ พี่น้องจะลุกขึ้นมาแก้ และวันนั้นเราจะเสียใจที่สุด คือ การใช้ความรุนแรง

 พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า สำหรับการสร้างความเป็นธรรมในภาคใต้ ไม่ใช่เรื่องที่ยาก ปัญหามาจากความคับแค้น เพราะการเมืองการปกครองที่ไม่เป็นธรรม หากจับจุดตรงนี้ได้ก็สามารถแก้ปัญหาได้ พรรคเพื่อไทยเสนอแนวทางนครปัตตานี ที่ลักษณะคล้ายกับนครเชียงใหม่ คือ ให้มีการออกพรบ.ให้ประชาชนสามารถดูแลตัวเอง โดยให้เกียรติกับประชาชนในพื้นที่ แต่ยังอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญและกฎหมายไทย ส่วนรายละเอียดขึ้นอยู่กับรัฐบาล

 พล.อ.ชวลิต กล่าวอีกว่า วันที่ 3 พ.ย.ลงไป คาดว่าการลงไปครั้งนี้จะมีประชาชนมาร่วมรับฟังการสัมนากว่า 2000 คน แม้เราไม่ได้มีอำนาจ งบประมาณหรือกำลังทหาร แต่คนในพื้นที่ก็ยังมีน้ำใจให้กับเรา ซึ่งเป็นสิ่งที่มีค่ามหาศาลมากกว่าเงินทอง ส่วนการแก้ไขปัญหากับประเทศเพื่อนบ้าน คือ สิ่งที่มีความสำคัญมาก ไม่เข้าใจทำไม ผู้ปกครองของเราถึงไม่เข้าใจตรงนี้ อยากให้เข้าใจว่า สิ่งใดที่อยู่ใกล้ สำคัญกว่าสิ่งที่อยู่ไกล ภายในสำคัญกล่าวภายนอก ถ้าตระหนักก็จะรู้ ว่าประเทศเพื่อนบ้านก็หวังที่จะได้น้ำใจและความจริงใจจากเรา เรื่องนี้เพื่อไทยให้โดยมาตลอดกว่า 20 ปีมาแล้ว ประเทศเพื่อนบ้านมีความสำคัญสูงสุดต่อประเทศของเรา ทราบว่าผู้นำเพื่อนบ้านไม่สบายใจกับผู้ปกครองของเรา และที่เดินทางไปกัมพูชาไปพูดคุยด้วยความจริงใจเพื่อประโยชน์ประเทศ แต่ข่าวที่ออกมาสู่ตรงกันข้าม ที่เขากล่าวมาก็ด้วยหัวใจ ที่ รักตัวทักษิณ ไม่เห็นว่ามีปัญหาอะไรเลย ไปกระแทกจิตใจคนบางคนได้อย่างไร

 พล.อ.ชวลิต กล่าวต่ออีกว่า สำหรับนโยบายสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน กลางเดือนพ.ย. เดินทางไปกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ทำแผนทำงานร่วมกัน อาทิ ไปหารือที่เราจะช่วยปลูกข้าว มาเลเซียอาจมาช่วยเราปลูกยาง และร่วมทำอุตสาหกรรมฮาลาลด้วยกัน จากนั้นจะไปประเทศพม่า ซึ่งเป็นมิตรที่ดีต่อเรา เพียงแต่เราต้องมองเขาเป็นมิตรด้วย ต่อจากนั้นจะไปประเทศเวียดนาม ไปเยี่ยม นายหงอเวียนย๊าป วีรบุรุษเดียนเบียนฟู ซึ่งเป็นเพื่อนตนอายุ 90 ปีแล้ว ต่อจากนั้น จะไปหาเยือนประเทศลาว ไปหาพี่น้องลาว ซึ่งตนมีเพื่อนเป็นรัฐมนตรีหลายคนเหมือนกัน เสร็จสิ้นหลังจากนั้นจะเดินทางประเทศจีน ขอรับรองว่านโยบายของเรา มีเจตจำนงแม้จริงนำความสงบสุขมาสู่พี่น้องคนไทย

 เมื่อถามว่า รูปแบบนครปัตตานีเป็นอย่างไร พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า การออกรายละเอียดต้องมีการพูดคุยกัน ถ้าไม่พูดก็ไม่รู้ นครปัตตานีเหมือนเชียงใหม่ กทม คือ ต้องออกพรบ.ให้เขามีขอบเขตดูแลตนเอง โดยเฉพาะวิถีชีวิต มุสลิมของเขา การดำเนินการใด ต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญและกฎหมายไทย คือให้เกียรติเขาดูแลตนเองได้ในระดับหนึ่ง

 ถามว่าการลงพื้นที่ 3 จ.ใต้ จะเชิญพล.อ.สนธิ บุญยรัตนกลิน ประธานที่ปรึกษาพรรคมาตุภูมิ ไปด้วยหรือไม่ พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า ได้เชิญทุกท่าน ทั้ง พล.อ.สนธิ นายเด่น โต๊ะมีนา อดีตสว.ปัตตานี นายอารีเพ็ญ อุตรสินธิ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคมาตุภูมิ นายแวมาฮะดี แวดาโอะ ส.ส.นราธิวาส พรรคเพื่อแผ่นดิน นายเจ๊ะอามิง โต๊ะตาหยง ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ โดยการลงไปครั้งนี้จะไปฟังความเห็น องค์กรประชาสังคม ที่ประกอบด้วยส่วนต่างๆ ที่เราได้ติดต่อและทำงานร่วมกันมาหลายปีแล้ว ที่ไม่ได้ลงไปก่อนหน้านี้เพราะเกรงว่าจะไปขัดขวางการทำงานรัฐบาลแต่วันนี้ต้องขออนุญาติ การแก้ไขปัญหาทุกอย่างไม่มีคำว่าพรรคหรือพวก มีแต่ประเทศไทยที่เป็นผลประโยชน์ของชาติ

 เมื่อถามว่าได้เชิญพล.อ.พัลลภ หรือไม่ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ไม่ได้เชิญ แต่ทุกคนมีสิทธิลงไปได้หมด ถ้าอยู่ในห้องสัมนาไม่ได้ อยู่ข้างนอกก็ได้ จะได้ต่อไมโครโฟน และทีวี ออกมาก็เหมือนอยู่ในห้องเดียวกัน

 เมื่อถามว่าการที่จะเดินทางไปประเทศจีน จะหารือเรื่องใดเป็นพิเศษหรือไม่ พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า คงใช้เวลาอีกนิด ต้องรอให้เสร็จสิ้นการเดินทางไปเยือนประเทศมาเลเซีย พม่า เวียดนาม ก่อน การไปจีนเพื่อพบปะแลกเปลี่ยน ไม่ได้หารือเรื่องอะไรพิเศษ

 เมื่อถามว่าเหตุใดรัฐบาลให้ความสำคัญกับพ.ต.ท.ทักษิณ มากกว่าการแก้ปัญหาให้ประเทศ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ไม่ทราบจริงๆ เดี๋ยวไปถามรัฐบาลให้

 เมื่อถามถึงกรณีนายกฯหารือกับผบ.ทบ.และแสดงความแปลกใจกับการลงพื้นที่ของประธานพรรคเพื่อไทย พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า ท่านคงเป็นอย่างนั้นเอง ที่สนใจเรื่องเล็กๆน้อยๆก็เป็นธรรมดา