ข่าว

ฝืนมติปี48ขวางรื้อระบบผูกขาดครม.ทักษิณพันฮั้วนมบริษัทไม้ยังได้เป็นผู้ค้าจี้เลิกโควตา

ฝืนมติปี48ขวางรื้อระบบผูกขาดครม.ทักษิณพันฮั้วนมบริษัทไม้ยังได้เป็นผู้ค้าจี้เลิกโควตา

03 มี.ค. 2552

ป.ป.ท.ชี้มูล ครม.ปี 48 ทุจริตนม ร.ร. แฉนักการเมืองเบื้องหลังล็อกสเปก-ฮั้วประมูล งงโรงเลื่อยโควตาขายนมให้ อปท. เผยโคราชโกงมากสุด เล็งชง ป.ป.ช.เชือดรัฐมนตรีสมัยทักษิณยกแผง "มาร์ค" จี้ 3 กระทรวงเร่งสางนมเน่า เจออีกนมร.ร.ภูเก็ตต่ำมาตรฐาน

 เมื่อวันที่ 2 มีนาคม ที่กระทรวงยุติธรรม นายธาริต เพ็งดิษฐ์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) แถลงผลการตรวจสอบกรณีทุจริตโครงการอาหารเสริม(นม)โรงเรียน ภายหลังการส่งชุดเฉพาะกิจ ป.ป.ท.สุ่มตรวจข้อเท็จจริงจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) 87 แห่ง รวม 16 จังหวัด ว่า การตรวจสอบพบประเด็นส่อทุจริตแบ่งเป็น 3 กลุ่ม 14 เรื่อง โดยความผิดแรก เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างของ อปท. มีการกำหนดให้บริษัทที่มีสิทธิเสนอราคาเป็นผู้จัดส่งนมโรงเรียนในเขตพื้นที่รวม 18 ราย แต่มีผู้ประกอบการเสนอราคาเพียง 1-2 ราย และพบว่าผู้เสนอราคาทั้ง 2 ราย ตกลงสมยอมราคากันมาก่อนยื่นซองประมูล
 บริษัทแรกที่รับสมอ้างเป็นคู่แข่งจะเสนอราคาสูงกว่าราคากลาง ส่วนอีกบริษัทจะเสนอราคาใกล้เคียง หรือพอดีกับราคากลาง โดยไม่มีการเสนอราคาต่ำกว่าราคากลางที่กำหนดไว้ ประเด็นที่ 2 หากผู้ประกอบการรายใดทำสัญญากับ อปท.ก็จะเป็นคู่สัญญาที่ผูกขาดในเขตพื้นที่นั้นๆ เพียงรายเดียว ประเด็นที่ 3 ในเขตพื้นที่ไม่มีผู้ประกอบการเข้าเสนอราคาแข่งขัน อปท.จำเป็นต้องจัดซื้อโดยวิธีพิเศษ เพราะไม่สามารถเลือกซื้อจากผู้ประกอบการรายอื่นได้
 ประเด็นที่ 4 ผู้ประกอบการที่ยื่นเสนอราคาทั้ง 2 ราย ไม่ได้ดำเนินการเอง แต่จะมอบอำนาจให้บุคคลคนเดียวกัน (คนเดินนม) มาดำเนินการเสนอราคาแข่งกันเอง ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทั่วทุกภูมิภาค ประเด็นที่ 5 หากคนเดินนมเข้าไปรับดำเนินให้ผู้ประกอบการรายใดก็มักจะเป็นฝ่ายชนะการประมูล ทำให้ผู้ประกอบการรายอื่นที่เป็นคู่แข่งต้องเลือกใช้บริการกับคนเดินนม จึงจะสามารถชนะการประมูลครั้งต่อไป ประเด็นที่ 6 พบว่า อปท.บางแห่งทำสัญญาจัดซื้อนมจากผู้ประกอบการข้ามเขตพื้นที่ (ข้ามโซน) ประเด็นที่ 7 อปท.จัดซื้อนมจากผู้ประกอบการที่ไม่ได้รับการรับรองสิทธิให้จำหน่ายนมโรงเรียน
 ส่วนประเด็นที่ 8 ผู้ชนะการประมูลโอนสิทธิจำหน่ายนมให้ผู้ประกอบการรายอื่น ซึ่งบางแห่งเป็นบริษัทค้าไม้ ไม่เคยมีประวัติผลิตหรือค้าขายนม แต่กลับได้สิทธิเป็นผู้จัดส่งนมให้โรงเรียน และประเด็นที่ 9 อปท.ต้องเซ็นสัญญากับนายหน้า ซึ่งเป็นพ่อค้านมรับเป็นนายหน้ารับซื้อนมจากผู้ประกอบการทุกแห่ง เพื่อให้มีปริมาณนมเพียงพอในการจัดส่งให้โรงเรียน โดยตกลงแบ่งพื้นที่ให้ผู้ประกอบการทุกราย แลกกับค่านายหน้าจากผู้ผลิตนมถุงละ 50-60 สตางค์ ทำให้การเสนอราคาไม่เคยได้ราคาที่ต่ำกว่าราคากลางเลย
 เลขาธิการ ป.ป.ท.กล่าวด้วยว่า ในส่วนของการตรวจสอบเกี่ยวกับการกำหนดเกณฑ์ แบ่งเขตพื้นที่จำหน่ายนมเพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการระบบขนส่ง ซึ่งส่วนใหญ่จะกำหนดให้บริษัทแต่ละแห่งมีสิทธิจำหน่ายนมรายละ 1 โซน แต่ปรากฏว่ามีบางบริษัทได้รับสิทธิจำหน่ายนมถึง 2 โซน จึงส่อเป็นการจัดสรรสิทธิที่ไม่เป็นธรรม นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้ประกอบการจำหน่ายนมข้ามเขตพื้นที่ และมีผู้จำหน่ายนมพาสเจอไรซ์ถึง 14 ราย เข้ามาจัดส่งนมโรงเรียนทั้งที่ไม่ได้รับการรับรองสิทธิ อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบของ ป.ป.ท.ยังพบอีกว่า สถานศึกษาที่มีโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์นมให้คนนอกเข้ามาใช้โรงงานผลิตนมจัดส่งให้โรงเรียน และบางรายก็นำนมที่ผลิตจากโรงงานของตนเองมาสวมตราของมหาวิทยาลัย
 “ป.ป.ท.พบว่า การจัดซื้อนมโรงเรียนส่วนใหญ่จะพบปัญหาเกี่ยวกับรสชาติ กลิ่น สี หรือความเข้มข้มของน้ำนม รวมถึงการบูดเน่าของนม จึงเชื่อว่ามีกระบวนการผลิตไม่ได้คุณภาพ มีการนำนมผงผสมน้ำหรือทำให้เจือจางเพื่อลดต้นทุนการผลิต เป็นผลเสียของรัฐและเด็กนักเรียน ซึ่งเป็นผลมาจากการดำเนินการในระดับนโยบายที่ได้กำหนดหลักเกณฑ์ และแนวทางการบริหารจัดการ เช่น กำหนดจำนวนผู้ประกอบการ จัดแบ่งโซนนิ่งจำหน่ายนม ซึ่งเข้าข่ายการกีดกันการจำหน่ายนมอย่างเสรี ไม่ให้มีการแข่งขันทางการค้า เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (ฮั้วประมูล) ซึ่งเป็นคดีที่อยู่ในการสอบสวนของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)” นายธาริตกล่าว
 นายธาริตกล่าวต่อว่า ต้นเหตุของการกระทำผิดเกิดจากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 26 พฤศจิกายน 2545 โดยท้องถิ่นระดับปฏิบัติเป็นเพียงปลายเหตุ ทั้งนี้ ปัญหาเกี่ยวกับการจัดซื้อนมโรงเรียนเคยมีการเสนอให้แก้ไขรูปแบบการจัดซื้อในปี 2548 แต่ ครม.ยังคงยืนยันให้ใช้ระเบียบการจัดซื้อแบบเดิม ทั้งที่เป็นระเบียบที่ก่อให้เกิดการผูกขาด ตัดตอนทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งกรณีดังกล่าวอาจมีข้าราชการการเมือง และข้าราชการประจำในระดับสูงต้องร่วมรับผิดชอบ แต่ไม่อยากระบุรายชื่อบุคคล เพราะคดีถือเป็นดุลพินิจของ ป.ป.ช. แต่ถ้าตรวจสอบมติ ครม.ย้อนหลังไป ก็จะรู้ว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง หลังจากนี้จะเสนอให้นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ทำหนังสือถึงกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาทบทวนแก้ไข การดำเนินจัดซื้อนมโรงเรียนให้ถูกต้องต่อไป
 จังหวัดที่ ป.ป.ท.ลงพื้นที่สุ่มตรวจพบการทุจริตจัดซื้อนมโรงเรียน ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ชลบุรี ขอนแก่น เลย เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน พิษณุโลก นครปฐม สมุทรสาคร นครศรีธรรมราช สงขลา สตูล ชุมพร โดย จ.นครราชสีมา พบปัญหาการทุจริตมากที่สุด นอกจากนี้ ป.ป.ท.ยังตั้งข้อสังเกตว่า ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีปัญหาผู้ประกอบการไม่ยื่นเสนอราคา โดยอ้างความคุ้มค่ากับค่าใช้จ่าย ทำให้นักเรียนไม่ได้ดื่มนมตั้งแต่ภาคเรียนที่ 2/2551
 นอกจากนี้ หน่วยงานที่มีบทบาทสูงในการกำหนดนโยบายการจัดซื้อนมโรงเรียน คือ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งที่ผ่านมามีนักการเมืองหลายคนสลับกันนั่งเก้าอี้รัฐมนตรี กล่าวคือ นายโภคิน พลกุล เป็น รมว.มหาดไทย ระหว่างเดือนมีนาคม 2547-มีนาคม 2548 พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รมว.มหาดไทย ระหว่างเดือนมีนาคม-สิงหาคม 2548 พล.อ.อ.คงศักดิ์ วันทนา รมว.มหาดไทย ระหว่างเดือนสิงหาคม 2548-กันยายน 2549
 นายสมบัติ อุทัยสาง รมช.มหาดไทย ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ 2544-มีนาคม 2548 นายประชา มาลีนนท์ รมช.มหาดไทย ระหว่างเดือนตุลาคม 2545-มีนาคม 2548 นายประมวล รุจนเสรี รมช.มหาดไทย ระหว่างเดือนตุลาคม 2545-มิถุนายน 2547 นายสุธรรม แสงประทุม รมช.มหาดไทย ระหว่างเดือนตุลาคม 2547-มีนาคม 2548 นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.มหาดไทย ระหว่างเดือนมีนาคม 2548-กุมภาพันธ์ 2549 นายสมชาย สุนทรวัฒน์ รมช.มหาดไทย ระหว่างเดือนมีนาคม 2548-กุมภาพันธ์ 2549
 นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา รมว.เกษตรฯ ระหว่างเดือนตุลาคม 2547-มีนาคม 2548 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รมว.เกษตรฯ ระหว่างเดือนมีนาคม 2548-กันยายน 2549 นายเนวิน ชิดชอบ รมช.เกษตรฯ ระหว่างเดือนตุลาคม 2545-สิงหาคม 2548 และนายอดิศร เพียงเกษ รมช.เกษตรฯ ระหว่างเดือนสิงหาคม 2548-กุมภาพันธ์ 2549

รายงานข่าวจากกระทรวงยุติธรรมเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบการทุจริตการประมูลจัดซื้อนมโรงเรียนของ ป.ป.ท. พบว่าก่อนปี 2545 มีปัญหาผู้ประกอบการส่งนมบูดเน่าให้แก่โรงเรียนในสังกัด อปท. เนื่องจากผู้ประกอบการแข่งขันตัดราคากันเองและมีปัญหาการจัดการระบบขนส่งนมพาสเจอไรซ์ ทำให้นมเน่าบูดก่อนส่งถึงโรงเรียนต่างๆ
 ข่าวแจ้งด้วยว่า ต่อมาจึงมีการผลักดันจากฝ่ายการเมืองให้ออกระเบียบจัดแบ่งพื้นที่จำหน่ายนมโรงเรียน ครม. วันที่ 26 พฤศจิกายน 2545  ได้อนุมัติให้จัดทำนโยบายเรื่องการจัดสรรโควตาบริษัทผู้จัดส่งนมโรงเรียน แต่ยังไม่มีการปฏิบัติจริง มีเพียงการเตรียมความพร้อมในระดับข้าราชการประจำ
 รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า จนกระทั่งปี 2548 ครม.มีมติห้ามผูกขาดการจัดส่งนมโรงเรียน แต่ในเดือนพฤศจิกายน 2548 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอให้ ครม.อนุมัติให้กลับไปจัดซื้อนมโรงเรียนด้วยการกำหนดโซนนิ่ง และจำกัดสิทธิการซื้อขายนมโรงเรียน
มาร์คจี้3กระทรวงสางนมเน่า
 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่ อปท.บางแห่งเข้าไปทุจริตจัดซื้อนมโรงเรียนว่า ที่ประชุมครม.เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ได้ให้ 3 กระทรวงที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการสอบข้อเท็จจริงและสะสางปัญหานี้แล้ว และที่ประชุมขอให้ อปท.ส่งตัวแทนเข้ามาเพื่อช่วยขยายโครงการแก้ปัญหาน้ำนมดิบ ทั้งนี้ ปัญหาน้ำนมดิบได้แก้ปัญหาไปมากแล้ว เพียงแต่ก่อนหน้านี้ไปมีข้อตกลงที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งเรื่องราคาและเรื่องอื่นๆ โดยมีการนำเสนอให้รัฐบาลมีมาตรการ ซึ่งส่วนหนึ่งคือต้องไปหาทางสร้างตลาดและการขยายโครงการนมโรงเรียน และแก้ปัญหาการนำเข้านมผง ซึ่งต้องให้ท้องถิ่นสนับสนุนด้วย เพราะรัฐบาลไม่มีกำลังพอในการขยายเพื่อรองรับปริมาณ
 "เรื่องนี้เป็นปัญหาสืบเนื่องมา และรัฐบาลกำลังแก้ไข โครงการนมโรงเรียนต้องมีการปรับปรุง และสิ่งที่เป็นปัญหาในอดีตก็ต้องมีการดำเนินการแก้ไข ส่วนการแก้ปัญหาน้ำนมดิบมีข้อตกลงมาก่อนหน้านี้ และมีปัญหาระหว่างผู้ประกอบการกับเกษตรกร ซึ่งรัฐบาลพยายามเป็นตัวกลางที่จะเจรจาเพื่อให้แก้ปัญหาไปได้ ทั้งนี้ วันที่ 4 มีนาคมนี้ จะมีผู้แทนเกษตรกรมาพบผม" นายอภิสิทธิ์กล่าว
เจออีกนมร.ร.ภูเก็ตต่ำมาตรฐาน
 วันเดียวกัน นพ.พงษ์สวัสดิ์ รัตนแสง สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์สุราษฎร์ธานีแจ้งผลการตรวจสอบคุณภาพนมจากโรงเรียนต่างๆ ใน จ.ภูเก็ต ซึ่งสุ่มตัวอย่างส่งตรวจได้แก่ โรงเรียนแหลมพันวา ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านดอน โรงเรียนวิชิตสงคราม ผลปรากฏว่า เนื้อนมแบบพาสเจอไรซ์มีเนื้อนมไม่รวมไขมัน 8.17 และนมยูเอชทีมีเนื้อนมไม่รวมไขมัน 8.22 ถือว่าทั้งสองชนิดต่ำกว่ามาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขหนดไว้ที่ 8.25 ส่วนการตรวจโปรตีนและไขมันได้ 2.6 ขณะที่มาตรฐานอยู่ที่ 2.8
 นพ.พงษ์สวัสดิ์กล่าวอีกว่า เตรียมแจ้งไปยังสำนักงานสาธารณสุขในพื้นที่ที่เป็นที่ตั้งโรงงานผลิตนมโรงเรียน เข้าดำเนินการตรวจสอบเพื่อให้ทางโรงงานปรับปรุงต่อไป
 ส่วนกรณีนมโรงเรียนแหลมพันวา ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต เน่าและมีหนอน นพ.พงษ์สวัสดิ์กล่าวว่า ผลการตรวจสอบระบุว่า สาเหตุเกิดจากกล่องนมแตก