
"หม่อมอุ๋ย"เปิดตัวกลุ่มรักเมืองไทยระดมขุนพลแนะทางกู้วิกฤติชาติ
นายกฯ เผยไม่เคยได้ยินข่าวอังกฤษคืนวีซ่าให้ "แม้ว" เชื่อจีนปฏิบัติตาม ก.ม.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน ยันรัฐบาลเอาจริงหวังลบค่านิยม มีเงินแล้วไม่ต้องติดคุก ปชป.เย้ย "แม้ว" อกแตก หลัง "อภิสิทธิ์" โดดเด่นในเวทีโลก "หม่อมอุ๋ย" เปิดตัวกลุ่มรักเมืองไทย แนะทางแก้ ศก.ต่อรั
รัฐบาลแสดงท่าทีไม่ให้ความสำคัญกับการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเปลี่ยนแผนมาใช้วิธีโฟนอินผ่านระบบวิดีโอลิงก์เข้ามาในการปาฐกถาของสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ที่เกาะฮ่องกง ขณะเดียวกันกระแสข่าวทางการอังกฤษคืนวีซ่าให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ทำให้รัฐบาลสั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะโฟนอินเข้ามาร่วมรายการ จะทำให้การติดตามตัวยากขึ้นหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ถ้าใช้วิธีนี้ พ.ต.ท.ทักษิณก็ไม่ได้อยู่ที่นั่น การโฟนอินก็คงไปจำกัดอะไรได้ยาก เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณยังโฟนอินเข้ามาในประเทศไทย ส่วนการประสานงานกับทางการจีนนั้น ในชั้นนี้เป็นการทำเรื่องไปเพื่อให้ทางอัยการดำเนินการ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าทุกประเทศที่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนก็ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนอยู่แล้ว แต่ปัญหาตอนนี้คือเรื่องของข้อเท็จจริงว่า พ.ต.ท.ทักษิณอยู่ที่ไหน อย่างไร ทั้งนี้ ไม่รู้สึกวิตกใดๆ ว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะมาแย่งพื้นที่ข่าว และแม้ พ.ต.ท.ทักษิณจะมีพื้นที่ข่าว ก็ไม่ได้แปลว่าจะเป็นพื้นที่ที่เป็นบวก
ส่วนจะเป็นเพราะตำรวจของไทยทำงานไม่มีประสิทธิภาพหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า จากประสบการณ์ที่ผ่านมา การขอให้ส่งตัวนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่แล้ว นอกจากกรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณแล้ว ก็ยังมีอีกหลายกรณี
เมื่อถามต่อว่า ยังมีกรณีที่นายสมชาย คุณปลื้ม หรือ กำนันเป๊าะ และนายวัฒนา อัศวเหม อดีต รมช.มหาดไทย ที่หนีคดีออกนอกประเทศ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ต้องดำเนินการกับทุกกรณีเท่าที่ทำได้ แต่นี่เป็นปัญหาที่กระทรวงยุติธรรมกำลังดูอยู่ว่าจะแก้ไขอย่างไร
"รัฐบาลต้องเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ มิฉะนั้นจะเกิดค่านิยมใหม่ว่า คนมีเงินแล้วหนีคดีไปต่างประเทศไม่ต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย" นายกรัฐมนตรีระบุ
นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่าทางการอังกฤษออกวีซ่าอยู่อาศัยถาวรให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณสามารถพำนักในอังกฤษได้นาน 5 ปีว่า ยังไม่ได้ยินเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามถือเป็นเรื่องของแต่ละประเทศ
ต่อข้อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณมักเคลื่อนไหวทางการเมืองอยู่ในเกาะฮ่องกง หรือเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ส่วนหนึ่งอาจเป็นความเชื่อที่ว่า ประเทศเหล่านั้นมีช่องทางกฎหมายที่ทำให้เขามีความมั่นใจมากว่า ดำเนินการติดตามตัวได้ยาก
"เทพไท"เย้ย"แม้ว"อกแตก-ฝันสลาย
นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงผลการประชุมสุดยอดอาเซียนที่ผ่านมาว่า ถือเป็นการประชุมที่ประสบความสำเร็จ นายอภิสิทธิ์ได้รับความชื่นชมจากมิตรประเทศ รวมไปถึงประชาชนจากทุกภาคส่วนที่แสดงการชื่นชม โดยโทรศัพท์มายังพรรคประชาธิปัตย์ แสดงความภาคภูมิใจนายกรัฐมนตรี ที่แสดงภาวะผู้นำให้ปรากฏต่อสายตาของชาวโลก และหลายคนก็บอกว่าเป็นความรู้สึกที่ดีในรอบหลายปี ที่ประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีเป็นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตนคิดว่าท่ามกลางความสำเร็จของประเทศไทยอาจทำให้คนบางคนรู้สึกไม่สบายใจ เพราะตั้งความหวังไว้ว่า อยากจะเป็นผู้นำอาเซียนตัวจริง และเคยวาดฝันไว้ว่า สักวันหนึ่งอยากจะเป็นผู้นำในภูมิภาคแห่งนี้คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
"พ.ต.ท.ทักษิณไม่สบายใจ เมื่อเห็นบทบาทของนายกฯ อภิสิทธิ์โดดเด่นในเวทีโลก และเชื่อว่า นับจากนี้ไปความรู้สึกนี้ของ พ.ต.ท.ทักษิณคงจะมีแบบนี้ต่อไปอีก เพราะหลังจากนี้จะยังมีเวทีโลกที่จะให้นายอภิสิทธิ์ต้องแสดงบทบาทอีกหลายเวที และเชื่อว่าสุดท้ายคนอย่าง พ.ต.ท.ทักษิณคงจะอกแตกตาย ที่เห็นบทบาทของนายอภิสิทธิ์โดดเด่น" นายเทพไทกล่าว
ปชป.ตรวจสอบข่าวอังกฤษคืนวีซ่าทักษิณ
นายเทพไทกล่าวถึงกระแสข่าวประเทศอังกฤษคืนวีซ่าให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า ได้ตรวจสอบไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว พบว่ายังไม่มีความชัดเจนในเรื่องนี้ คงต้องรอประสานงานไปยังประเทศอังกฤษ คงจะได้ความชัดเจนเร็วๆ นี้ และถ้าเป็นเรื่องจริงตามข่าวที่คนใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ ปล่อยออกมา ก็น่าจะใช้เวลา 2-3 วัน ที่จะสร้างความกระจ่างชัดขึ้นมาได้ ทั้งนี้ ผู้ใหญ่ในพรรคไม่มีใครรับรู้เรื่องนี้ และยังไม่ได้ยินข่าว เพราะยังไม่รู้แหล่งที่มา เป็นเพียงการอ้างแหล่งข่าวที่ใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งอาจเป็นการปล่อยข่าวเหมือนกับหลายๆ ข่าวที่ปล่อยมาแล้วก็ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ข่าวนี้ออกมาในช่วงที่นายกฯ จะเดินทางไปอังกฤษในวันที่ 10 มีนาคมนี้ ถือเป็นการดิสเครดิตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ไม่น่าจะเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือ และไม่เกี่ยวกับการให้หรือคืนวีซ่าให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่ เพราะการจะให้หรือไม่ให้เป็นเอกสิทธิ์ของประเทศเขา และนายอภิสิทธิ์ก็ไปทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย และประธานอาเซียนเท่านั้น จะไม่ไปแทรกแซงกิจการภายในของอังกฤษ ซึ่งมีอิสระในการตัดสินใจที่จะให้ใครเข้าประเทศหรือไม่
อัดลิ่วล้อแม้วขู่บ้านเมืองลุกเป็นไฟ
นายเทพไทกล่าวอีกว่า ความเคลื่อนไหวของ ส.ส.พรรคเพื่อไทยออกมาข่มขู่ว่า หากรัฐบาลจับตัว พ.ต.ท.ทักษิณมาติดคุก บ้านเมืองจะลุกเป็นไฟ คุกจะแตก ตนไม่อยากให้มีทัศนะแบบนี้ออกไปจากปากของคนที่เป็น ส.ส.อยากให้ทุกฝ่ายเคารพกระบวนการยุติธรรม เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้วิเศษกว่าประชาชนคนไทยอื่นๆ เมื่อทำผิดกฎหมายก็ต้องรับโทษ คือ ถูกจำคุกเป็นเวลา 2 ปี ดังนั้น การจะมาใช้มวลชนกดดัน ไม่ให้คุมขัง พ.ต.ท.ทักษิณคงเป็นไปไม่ได้
รัฐเมินแม้วโฟนอิน-ไม่โต้ให้เสียเวลา
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ยกเลิกการปาฐกถาที่ฮ่องกง แต่จะใช้การโฟอินแทนว่า รัฐบาลไม่ให้ความสำคัญกับการเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ และไม่อยากเสียเวลาออกมาตอบโต้ เพราะรัฐบาลมีหน้าที่ในการเดินหน้าแก้ปัญหาให้ประเทศชาติและประชาชนในโครงการที่รัฐบาลได้ประกาศไป ซึ่งหลังจากเสร็จสิ้นการประชุมอาเซียน รัฐบาลจึงมีหน้าที่หลักในการบริหารประเทศ ส่วนการเดินหน้าติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการตามกฎหมายหลังจากศาลพิพากษาจำคุก ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนปกติของกฎหมาย รัฐบาลไม่ได้เร่งรัด ทุกอย่างต้องว่าไปตามกฎหมาย
ส่วนกรณีพรรคเพื่อไทยพยายามใช้ชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ในการปลุกกระแสสังคมนั้น นายสาทิตย์กล่าวว่า อยากถามกลับพรรคเพื่อไทยว่า การปลุกกระแสชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณขึ้นมาแล้วประชาชนได้ประโยชน์อะไร
ผบ.สส.เผยอยากให้แม้วทำในสิ่งที่ดี
พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ พยายามเคลื่อนไหวโจมตีรัฐบาลว่า ทุกคนทราบและมีวิจารณญาณ หากทุกคนทำเพื่อส่วนรวมจะเป็นสิ่งที่ดี ส่วนตนก็ต้องทำเพื่อกองทัพและประชาชน ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีรากฐานมายาวนาน คิดว่าไม่มีปัญหาและจะสามารถเดินต่อไปได้
ต่อข้อถามว่า มองการเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณในฐานะเพื่อนร่วมรุ่น ตท.10 อย่างไร พล.อ.ทรงกิตติกล่าวว่า "อยากให้เพื่อนทุกคน ทำในสิ่งที่ดี"
เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะมีการโฟนอินเข้ามาอีกครั้ง พล.อ.ทรงกิตติกล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะยังเป็นเพียงการพยากรณ์เท่านั้น และยังไม่เห็นมีข่าวสารอะไร
บัวแก้วยังไม่ได้รับประสานอัยการล่าตัว
นายธฤต จรุงวัฒน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีมีรายงานข่าวว่า รัฐบาลอังกฤษให้วีซ่าประเภทอยู่อาศัยนาน 5 ปี แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า ไม่รู้ว่าเรื่องนี้เป็นข้อเท็จจริงหรือไม่อย่างไร
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จนถึงขณะนี้ฝ่ายกระบวนการยุติธรรมได้ติดต่อกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อให้ประสานกับรัฐบาลอังกฤษในการนำตัว พ.ต.ท.ทักษิณกลับมาดำเนินคดีแล้วหรือยัง นายธฤตตอบว่ายังไม่มี อย่างไรก็ตามการที่ทางการอังกฤษจะให้วีซ่าหรือไม่ให้กับใครเขาก็ไม่บอกกัน คราวที่แล้วก็เหมือนกัน ดังนั้น กระทรวงการต่างประเทศคงให้คำตอบเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของทางการอังกฤษ
"แม้ว"รับปากโฟนอินทุกเวทีคนเสื้อแดง
นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า แม้ พ.ต.ท.ทักษิณ จะไม่ได้ปาฐกถาที่ฮ่องกงตามกำหนดในวันนี้ แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ยืนยันจะโฟนอินในการชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดงทุกครั้งที่จัดในต่างจังหวัด โดยวันที่ 8 มีนาคม จัดที่ จ.ขอนแก่น วันที่ 14 มีนาคม ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา วันที่ 15 มีนาคม จ.จันทบุรี และวันที่ 22 มีนาคม ที่ จ.เชียงใหม่
ประชาเมินพบตร.ให้ข้อมูลที่พักนายใหญ่
นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หากถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกไปสอบถึงแหล่งที่อยู่ของ พ.ต.ท.ทักษิณ จะไม่เข้าพบ เพราะดูจากเหตุผลแล้วช่างไร้สาระสิ้นดี ต้องถามตำรวจว่า ขนาดรัฐบาลที่ถือว่ามีความกว้างขวางทางด้านแหล่งข่าว ยังต้องมาสอบถามแค่ ส.ส.ตัวเล็กๆ เจตนาคืออะไร เนื่องจากไม่มีกฎหมายใดบังคับ ประกอบกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง การพบกันทุกครั้งไม่เคยเข้าไปพบในโรงแรม แต่เป็นร้านอาหาร ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้นัดหมาย
21พธม.ขอเลื่อนรับข้อหาไป30มี.ค.นี้
พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า ภายหลังพนักงานสอบสวนส่งหมายเรียกตัว 21 แกนนำมารับทราบข้อกล่าวหาสมคบกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานและหน่วงเหนี่ยวกักขังเจ้าหน้าที่ของรัฐ จากเหตุการณ์ปิดล้อมหน้ารัฐสภาวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ที่ผ่านมา ระหว่างวันที่ 2-5 มีนาคมนี้ เวลา 13.00 น.นั้น
ปรากฏว่า นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความพันธมิตร ได้ติดต่อขอแจ้งเลื่อนการให้ปากคำรับทราบข้อกล่าวหาของแกนนำพันธมิตร ซึ่งนัดหมายให้มาพบวันนี้ 5 คน คือ นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายสาวิทย์ แก้วหวาน นายพิภพ ธงไชย นายสมศักดิ์ โกศัยสุข และนายอมร อมรรัตนานนท์ เป็นวันที่ 30 มีนาคม โดยให้เหตุผลว่า ผู้ต้องหาบางคนติดธุระสำคัญ ต้องเดินทางไปทำภารกิจในต่างประเทศ และบางรายเตรียมตัวไม่ทัน เพราะตำรวจส่งหมายเรียกให้กระชั้นชิดเกินไป
พล.ต.ต.อำนวยกล่าวต่อว่า ทนายความแกนนำพันธมิตรแจ้งว่า ขอเวลาให้ผู้ต้องหารวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อยืนยันทางคดีสักระยะ จากนั้นจะนำแกนนำทั้ง 21 คน มารับทราบข้อกล่าวหาพร้อมกันทั้งหมดในวันที่ 30 มีนาคม ซึ่งพนักงานสอบสวนไม่ขัดข้องแต่อย่างใด และเห็นชอบตามนั้น
ตร.เตรียมขอหมายจับเสื้อแดงรุมยำทหาร
พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 กล่าวถึงความคืบหน้าคดี ส.อ.อำนวย ทองรินทร์ ถูกกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ทำร้ายร่างกายว่า ได้นำภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและวิดีโอขณะเกิดเหตุให้ผู้เสียหายดู ทั้งนี้ มี 1 คนยืนยันได้ว่าเป็นผู้ก่อเหตุ ซึ่งจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายและกักขังหน่วงเหนี่ยว
เพื่อไทยยื่นศาล รธน.ถอดถอน ปธ.สภา
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย เดินทางไปยื่นหนังสือเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการทำหน้าที่ของนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และจะมีโทษอย่างไร กรณีที่นายชัยไม่นำร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมร่วมระหว่างประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานคณะกรรมาธิการคณะต่างๆ ทั้งที่เป็นกฎหมายว่าด้วยการเงิน พร้อมทั้งยืนยันว่าฝ่ายค้านไม่ได้เคลื่อนไหวในลักษณะเกมการเมืองเพื่อจะปลดนายชัยออกจากตำแหน่ง
ด้านนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แสดงความเชื่อมั่นว่านายชัยจะสามารถชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ พร้อมกับเชื่อว่าจะไม่มีผลถึงขั้นจะทำให้นายชัยต้องพ้นจากตำแหน่ง และได้ตั้งข้อสังเกตว่า การที่กฎหมายฉบับนี้ล่าช้าเป็นเพราะการเล่นเกมทางการเมืองของฝ่ายค้าน
"หม่อมอุ๋ย" เปิดตัวกลุ่มรักเมืองไทย
ขณะเดียวกัน มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองในนามของ "กลุ่มรักเมืองไทย" ซึ่งเป็นกลุ่มนักคิด เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาบ้านเมือง ไม่ฝักใฝ่พรรคการเมือง โดยมี ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล เป็นหัวหน้ากลุ่ม อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีต รมว.การคลัง
ส่วนสมาชิกเบื้องต้น ได้แก่ นักวิชาการ นักการเมือง นักเศรษฐศาสตร์ ดร.ตีรณ พงศ์มฆพัฒน์ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ อดีตหัวหน้าพรรคมหาชน และอดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดร.ประวิช รัตนเพียร อดีต รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย อดีตผู้แทนการค้าไทย ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี (อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) อดีตปลัดทบวงมหาวิทยาลัย นายวิจิตร สุพินิจ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย นายสมพงษ์ สระกวี อดีต ส.ว.สงขลา นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติไทย
นายสมพงษ์ สระกวี ยอมรับว่า แนวคิดการตั้งกลุ่มดังกล่าวมีมาในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา โดยเป็นแนวคิดของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เนื่องจากเห็นว่าการหารือกันปากเปล่าในกลุ่มเพื่อนฝูงไม่ได้ประโยชน์อะไร จึงตั้งกลุ่มรักเมืองไทยขึ้นมา และจะสรุปข้อเสนอแนะของกลุ่มไปเสนอต่อรัฐบาล โดยประเด็นส่วนใหญ่จะเน้นเรื่องเศรษฐกิจเป็นหลัก เช่น เรื่องเงินกู้ต่างประเทศ การปรับลดเงินลงทุน การปรับลดงบประจำที่ไม่จำเป็น และเรื่องงบดุล ซึ่ง ม.ร.ว.ปรีดิยาธรจะนำเสนอเอง แต่ยังไม่กำหนดว่าจะเสนอต่อรัฐบาลเมื่อใด อย่างไรก็ตามกลุ่มจะประชุมกันเดือนละครั้ง โดย ม.ร.ว.ปรีดิยาธร จะเป็นคนนัดสถานที่
นายสมพงษ์กล่าวว่า การหารือของกลุ่มจะไม่มีเรื่องการเมืองมาเกี่ยวข้อง เนื่องจากแต่ละคนมาจากหลายพรรค ทั้งจากฝ่ายรัฐและจากฝ่ายค้าน ดังนั้นจะตัดปัญหาด้วยการไม่พูดเรื่องการเมือง
ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร กล่าวว่า เป็นเรื่องของกลุ่มบุคคลที่มีประสบการณ์ด้านเศรษฐกิจ ซึ่งรวมตัวกันเพื่อกำหนดเป็นมาตรการนำเสนอต่อรัฐบาล เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชน แต่ไม่ได้มีเป้าหมายในการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง โดยทางกลุ่มยืนยันว่ามีความเป็นกลางทางการเมือง
สุเมธอำลาเก้าอี้-ชี้ "กกต.ชุดนี้ของปลอม"
นายสุเมธ อุปนิสากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการการมีส่วนร่วม เปิดใจในงาน “กกต.พบสื่อมวลชน 899 วัน บนเส้นทางการขับเคลื่อนภารกิจเพื่อชาติ” ที่สำนักงาน กกต. เมื่อวันที่ 2 มีนาคม เพื่อเป็นการอำลาการพ้นวาระของนายสุเมธ ในวันที่ 8 มีนาคมนี้ เพราะมีอายุครบ 70 ปีบริบูรณ์ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 232 วรรคสาม ว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจะไม่ร่วมเข้าประชุม กกต. เพราะจะได้ไม่ต้องเซ็นคำวินิจฉัยหลังจากสัปดาห์นี้ ทั้งนี้อยากให้ผู้มาดำรงตำแหน่ง กกต.ที่จะเข้ามานั้นมาจากสายรัฐศาสตร์ เพราะจะได้มาช่วยกันพัฒนาและจัดรูปแบบองค์กร เนื่องจากตอนนี้ที่มีอยู่เป็นนักกฎหมาย ผู้พิพากษา อัยการ ซึ่งไม่ถนัดงานบริหารงาน ทำให้การจัดงานฝ่ายบุคคลล่าช้า
นายสุเมธกล่าวว่า ขณะนี้ยังอาจมีปัญหาข้อกฎหมายว่าเมื่อตนพ้นจากตำแหน่งแล้ว ใครจะเป็นผู้ทำหน้าที่สรรหา เพราะตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 231 ระบุถึงการสรรหา กกต.ว่ามี 2 ส่วน คือ มาจากส่วนของคณะกรรมการสรรหา 3 คน และส่วนของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา 2 คน แล้วจึงเสนอให้วุฒิสภารับรอง แต่ทั้งนี้เมื่อครั้งที่มีการแต่งตั้งให้ตนเป็น กกต.ในขณะนั้นเป็นช่วงที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ออกประกาศ คปค.แต่งตั้งเมื่อปี 2549 ให้ กกต.ชุดนี้เข้ามาทำหน้าที่ ทำให้ไม่สามารถระบุได้ว่าตนจะมาจากส่วนใดที่รัฐธรรมนูญกำหนด และใครจะเป็นผู้คัดเลือกหากตนพ้นจากตำแหน่งไป และหากจะใช้มาตรา 7 ที่บอกว่าหากไม่มีบทบัญญัติใดให้ดำเนินการตามประเพณี ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่เคยมีประเพณีมาก่อน เพราะเรามี กกต.ตามรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2540 จะมองเป็นประเพณีได้หรือไม่ แต่เราก็ไม่เคยมีการบัญญัติแยกที่มาอย่างนี้เหมือนกัน ตนมองว่าเรื่องนี้ถึงที่สุดแล้วอาจจะต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาตีความ
“ผมยอมรับว่า กกต.ชุดนี้เป็นของปลอม เพราะถูกตั้งโดย คมช. ไม่ได้ถูกตั้งมาตามรัฐธรรมนูญหรือได้รับการโปรดเกล้าฯ เรื่องนี้ไม่ขอโต้เถียงใครที่กล่าวหา แต่ผมเห็นว่า แม้ไม่ได้มาตามรัฐธรรมนูญแต่กฎหมายก็เปิดโอกาสให้ทำได้” นายสุเมธ กล่าว
"ใจ" ร่อน จ.ม.เชิญทูตไทยโต้วาที ปชต.
นายใจ อึ๊งภากรณ์ ผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ที่หลบหนีออกนอกประเทศ ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอน เพื่อเชิญร่วมโต้วาทีวิชาการแบบตัวต่อต่อในเวทีสาธารณะ เรื่อง "ปัญหาประชาธิปไตยไทย" คาดว่าจะจัดขึ้นที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในเดือนเมษายนนี้
พท.ล็อบบี้เสนาะหนุนเหลิมนั่งนายกฯ
นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า หลังจากประสานไปยังแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน ตามกำหนดการเดิม เช่น นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประราช พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก แกนนำพรรคเพื่อแผ่นดิน เพื่อหารือร่วมกันถึงจุดยืนในการอภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วงเย็นวันที่ 1 มีนาคม ที่ผ่านมา เเต่วันดังกล่าวผู้ใหญ่บางคนไม่สะดวก เช่น พล.ต.อ.ประชา ต้องเดินทางไปต่างจังหวัด จึงต้องเลื่อนเป็นวันที่ 5 มีนาคม แต่ยังไม่ตกลงสถานที่
ส่วนกรณีที่นายเสนาะไม่เห็นด้วยกับการเสนอชื่อ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย เป็นนายกฯ นั้น นายวิทยากล่าวว่า นายเสนาะเป็นผู้ใหญ่มีเหตุผลที่ดี เราก็ต้องฟัง แต่เมื่อพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นพรรคเสียงข้างมากมีมติเช่นนี้ก็ต้องแจ้งให้ทราบเพื่อเป็นมารยาททางการเมือง ส่วนกรณีที่กลุ่ม 12 ส.ส.พรรคเพื่อเเผ่นดิน กลุ่ม พล.ต.อ.ประชา ยืนยันจะไม่เข้าร่วมประชุม และจะไม่ส่งคนมาร่วมอภิปราย เพราะได้ประกาศเป็นกลางทางการเมืองนั้น ก็ไม่เป็นไร พรรคยืนยันในฐานะที่เป็นพรรคเสียงข้างมาก เมื่อมีมติอะไรก็ต้องแจ้งให้พรรคร่วมฝ่ายค้านรับทราบ เพราะถือเป็นมารยาทการเมือง
เชื่อป.ช.ร.-พผ.ไม่ร่วมศึกซักฟอก
รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยกล่าวถึงความคืบหน้าการยื่นอภิปรายว่า แนวโน้มการอภิปรายครั้งนี้ ดูแล้วพรรคเพื่อไทยต้องเป็นตัวหลักในการอภิปราย แม้จะมีแนวร่วมอย่างพรรคประชาราช หรือ 12 ส.ส.พรรคเพื่อแผ่นดินของ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก แต่ท่าทีของพรรคประชาราช และพรรคเพื่อแผ่นดินนั้น ไม่น่าจะร่วมอภิปรายในครั้งนี้ เช่น นายเสนาะไม่พอใจบทบาทของ ร.ต.อ.เฉลิม ที่พรรคเพื่อไทยเสนอชื่อเป็นนายกฯ จึงไม่น่าจะเข้าร่วมอภิปรายหรือสนับสนุนพรรคเพื่อไทย และยังมีแนวโน้มว่า หลังการอภิปรายเสร็จสิ้นแล้ว พรรคประชาธิปัตย์จะใช้จังหวะนี้ปรับ ครม. คาดว่ากลุ่ม 12 ส.ส.พรรคเพื่อแผ่นดินน่าจะไปร่วมงานกับรัฐบาล โดยจะได้โควตารัฐมนตรีด้วยแน่นอน



