ข่าว

"กกต."แบ่งเขตต้องจบ 30 พ.ย.ไม่ขยับแล้ว

"กกต."แบ่งเขตต้องจบ 30 พ.ย.ไม่ขยับแล้ว

19 พ.ย. 2561

"กกต."ตีกรอบแบ่งเขตเลือกตั้งต้องจบ 30 พ.ย. เริ่มเปิดรับฟังความเห็นตั้งแต่วันนี้ถึง 25 พ.ย. ย้ำรับฟังความเห็นเพียงกระบวนการ หลักคือทำให้ถูกกฎหมาย

 

              19 พฤศจิกายน 2561  นายณัฎฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการ กกต. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการกกต. เรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ว่า  กกต.มีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมาย คำสั่งคสช.ที่ 16/61  

 

              หรือมาตรา 44  เป็นกฎหมายฉบับหนึ่งออกมาเพื่อให้ทุกฝ่ายได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับการแบ่งเขตเลือกตั้งอย่างรอบด้าน ที่ผ่านมา กกต.ได้พิจารณาประเด็นคำร้องมาอย่างต่อเนื่องมีประมาณ 26 เรื่อง กรณีคำร้องที่เหลืออยู่ กกต.จะดำเนินการตามคำสั่งที่ 16/61 โดยเปิดให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย พรรคการเมือง หรือประชาชน แสดงความเห็นมายังกกต. คสช. หรือรัฐบาล ได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 25 พ.ย. นี้  ว่าต้องการแบ่งเขตเลือกตั้งรูปแบบใด

 

             โดยผู้ร้องต้องระบุชื่อ นามสกุลและที่อยู่ให้ชัดเจน พร้อมระบุความเห็นว่าต้องการเขตเลือกตั้งรูปแบบใด ซึ่งต้องสอดคล้องกับกับมาตรา 27 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ไม่ใช่การเสนอมาลอย ๆ หลายครั้งเป็นความเห็นลอย ๆ สนับสนุนหรือคัดค้านโดยไม่ระบุเหตุผล จากนั้นกกต.จะพิจารณาคำร้องต่าง ๆ ในวันที่ 26 พ.ย. และพิจารณาให้เสร็จไม่เกินวันที่ 30 พ.ย. จากนั้นจะส่งไปลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งตรงกับคำสั่งที่ 16/61  ขณะนี้จึงยังมีเวลารับฟังเพื่อให้เกิดความครอบคลุม

 

              การรับฟังความเห็นเพิ่มเติมไม่ใช่การรื้อหรือไม่รื้อเขตเลือกตั้ง คำสั่งที่ 16/61 ให้พิจารณาความเห็นเพิ่มเพราะมองว่ายังรับฟังไม่รอบด้านโดยไม่ได้กำหนดห้วงเวลาไว้ แต่เพื่อให้เกิดความชัดเจนและไม่กลายเป็นประเด็นขึ้นมาอีก กกต.จึงกำหนดเวลาไว้ไม่ให้เกินวันที่ 30 พ.ย.  ซึ่งจะไม่กระทบกับการทำไพรมารี่ ที่ใช้เวลาทำเพียงสัปดาห์เดียวก็เสร็จ ระหว่างนี้การหาสมาชิกที่มีภูมิลำเนาในจังหวัดต่างๆ เพื่อเตรียมจัดตั้งสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจำจังหวัดสามารถทำได้             

 

                ปัญหาคือตอนนี้ไม่มีใครรู้ว่า กกต.เลือกรูปแบบใด ยังไม่รู้ว่ากกต.ตัดสินอย่างไร รูปแบบที่เสนอใหม่จะสอดคล้องกับแบบเก่าหรือไม่ก็ยังไม่มีใครทราบ ทั้งนี้เรื่องการแบ่งเขตเป็นอำนาจของกกต. ส่วนการรับฟังความเห็นเป็นกระบวนการที่กฎหมายกำหนดให้ประชาชนมีส่วนร่วม  ยืนยันว่ารูปแบบเขตเลือกตั้งที่ กกต.กำหนดจะยึดโยงกับรูปแบบที่ได้เคยรับฟังความเห็นประชาชนมาแล้ว ซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย

 

               ในช่วงนี้หากใครเห็นว่าเขตเลือกตั้งแบบใดที่ท่านเห็นว่าเหมาะสมให้เสนอมา แต่กรอบเวลาจะไม่ขยับไปเกินกว่านี้ เพราะถ้ารับฟังไม่เสร็จจะกลายเป็นคำถามตามมาว่าแล้วจะเลือกตั้งเมื่อไร เขตเลือกตั้งจะเป็นที่พึงพอใจหรือไม่ หรือจะกระทบใครเป็นเรื่องที่ กกต.ไม่จำเป็นต้องคำนึงถึง ถ้ารอฟังทุกฝ่ายก็ไม่จบ ในเวทีของการแบ่งเขตมีคนได้และมีคนเสีย กกต.ต้องทำตามกฎหมาย คงไม่มีใครยอมเอาตัวไปเสี่ยงเพื่อการเอาใจคนใดคนหนึ่ง หรือเอาตัวไปเสี่ยงกับการทำผิดกฎหมาย สำหรับผู้ร้องนั้นกกต.สามารถเปิดเผยจำนวนได้ แต่ไม่เปิดเผยชื่อเพราะมองว่าบางเรื่องถึงเปิดเผยไปก็ไม่จบสิ้น

 

              พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการกกต. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการกกต.เรื่องการรับสมัครส.ว. ว่า กกต.มีมติกำหนดวันเลือกและวันรับสมัคร ส.ว. ตั้งแต่วันที่ 26-30 พ.ย.61 โดยกำหนดให้วันที่  16 ธ.ค. เป็นวันเลือกระดับอำเภอ วันที่ 22 ธ.ค. เป็นวันเลือกระดับจังหวัด และวันที่ 27 ธ.ค. เป็นวันเลือกระดับประเทศ ขั้นตอนหลังจากนี้จะส่งมติ กกต.ไปลงประกาศราชกิจจานุเบกษา  

 

              สำหรับการเปิดรับสมัครจะใช้สถานที่ของที่ว่าการอำเภอ 928 แห่ง และสำนักงานเขตทุกเขตของกรุงเทพมหานคร  ในส่วนของผู้สมัครทั้งจากกลุ่มองค์กรและผู้สมัครอิสระขอให้เตรียมหลักฐานในการสมัครให้ครบ เช่น การประกอบวิชาชีพไม่น้อยกว่า 10  ปี  ทั้งผู้สมัครจากกลุ่มองค์กรและผู้สมัครอิสระ  แนะนำอย่ามาสมัครวันท้าย ๆ เพราะถ้าหลักฐานไม่ครบจะได้มีเวลาแก้ไข และต้องสมัครให้ถูกกลุ่มอาชีพ โดยเฉพาะองค์กรต้องดำเนินการภายในองค์กรให้ถูกต้องว่าจะส่งชื่อบุคคลใดหรือไม่ส่งบุคคลใด  และอย่าทำผิดกฎหมาย อย่าฮั้วกัน และห้ามหาเสียง เพราะสังคมใหม่ไม่ต้องการคนทำผิดกฎหมายมาเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี