ข่าว

รายการคม ชัด ลึกตอน-"ก้าวต่อไปของชาวอาเซียน"

รายการคม ชัด ลึกตอน-"ก้าวต่อไปของชาวอาเซียน"

03 มี.ค. 2552

ปิดฉากไปแล้วสำหรับการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 14 ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ มีคำถามตามมาว่า การประชุมครั้งนี้ประชาชนในอาเซียนได้อะไร รายการคม ชัด ลึก วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม 2552 เสนอ "ก้าวต่อไปของชาวอาเซียน" เชิญผู้เกี่ยวข

รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
 :การประชุมครั้งนี้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น
 สิ่งที่ดีใจในครั้งนี้คือ คนไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมร่วมกับรัฐบาลได้อย่างดีมาก ต่อไปอาเซียนจะถูกยกระดับขึ้น จากปฏิญญามีทั้งหมด 27 ข้อตกลง แสดงถึงองค์กรกำลังเป็นสากล เพราะองค์กรนี้เป็นองค์กรระหว่างประเทศ ซึ่งกำลังเป็นองค์กรของประชาชน ก็ต้องยอมรับว่า ข้อขัดแย้งมีบ้าง แต่ไม่รุนแรงถึงขั้นทำสงคราม แม้เครดิตไม่ค่อยดี แต่ในแง่ทางวิชาการถือเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งต้องปรับตัวไปเรื่อยๆ และอดีตการประชุมอาเซียนมักจะพูดกันปากเปล่า ไม่เซ็นเอกสาร แต่ปัจจุบันมีการเซ็นเอกสารทำข้อตกลงกันแล้วต้องปฏิบัติตามกฎบัตรที่ได้ลงนามไป
 ส่วนเรื่องสิทธิมนุษยชนมีหลายข้อตกลง ซึ่งยังตกลงกันไม่ได้ แต่ต้องพยายามตกลงกันให้ได้ในการประชุมเดือนตุลาคมนี้ เนื่องจากการประชุมที่ผ่านมาเป็นข้อตกลงกว้างๆ สำหรับเรื่องประชาสังคมรัฐบาลมองว่าเป็นเรื่องของประชาชน แต่ต้องเชื่อมโยงกัน วิธีการปรับเข้าหากันโดยเอาประชาชนมาเป็นฐาน โดยยอมให้ภาคประชาชนมาร่วมวงสนทนา ผู้นำทั้ง 10 ประเทศก็รับฟังไม่มีใครเดินออกจากห้อง ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ แต่อนาคตคงต้องดึงภาคประชาชนมาร่วมมากขึ้นและปรับวิธีเข้าหากัน เช่น ภาษาที่รุนแรงไม่ใช่ภาษาทางการทูตหรือภาษากฎหมาย
ดร.ศรีประภา เพชรมีศรี ประธานคณะทำงานไทยเพื่อการจัดตั้งกลไกสิทธิมนุษยชนอาเซียน
 : ปัญหาสิทธิมนุษยชนยังไม่มีอะไรที่ก้าวหน้า
 ยอมรับว่า 42 ปี ที่ผ่านมา อาเซียนก้าวหน้าไปหลายส่วน มีนิติฐานะเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ภาคประชาชนได้เข้าไปผู้นำอาเซียน แต่ด้านสิทธิมนุษยชนไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร กลไกสิทธิมนุษยชนอาเซียนยังตกลงชื่อกันไม่ได้ แต่ก็ยอมรับว่าอาเซียนไม่มีความขัดแย้งเหมือนภูมิภาคอื่น และมีความสำเร็จด้านเศรษฐกิจ แต่การเคลื่อนย้ายแรงงานมีความเป็นจริงแค่ไหนในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะแรงงานไร้ฝีมือเป็นปัญหาในอาเซียน การประชุมอาเซียนการพูดเรื่องสิทธิมนุษยชนไม่ถือว่าประสบความสำเร็จ
 นายกรัฐมนตรีพูดเปิดการประชุมอาเซียนว่า จำเป็นที่จะต้องทำให้อาเซียนมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งการคุ้มครองส่งเสริมด้านสิทธิมนุษยชนเป็นเรื่องสำคัญของสิทธิประชาชนอาเซียน กลไกด้านสิทธิมนุษยชนเป็นก้าวสำคัญที่จะนำไปสู่ทิศทางนั้นๆ แต่อยากถามกลับว่า เราจำเป็นต้องก้าวกระโดดหรือไม่ เพราะวัตถุประสงค์ของการประชุมอาเซียนครั้งนี้ แทบไม่แตกต่างจากครั้งที่ผ่านมา ไม่ค่อยมีการพูดถึงเรื่องสิทธิมนุษยชนในเชิงสาระ ดังนั้น ปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนจึงไม่ถือว่ามีอะไรก้าวหน้าไปมาก นอกจากนี้ ประเทศในกลุ่มอาเซียนก็ยังขาดเครื่องมือในทางกฎหมายที่จะใช้บังคับ
อรินทร์ จิรา ประธานสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน
 : อาเซียนต้องยอมลดผลประโยชน์ส่วนตัวลง
 การประชุมครั้งนี้มีประโยชน์อะไร เรื่องแรกที่หวังคือ วิกฤติทางเศรษฐกิจ และวิบัติทางการเงิน จริงๆ เอสเอ็มอีมีทางเจริญเติบโต แต่ธนาคารไม่ปล่อยกู้ เราได้เสนอเรื่องการกู้เงินตรงจากอาเซียน เวลานี้จิตสำนึกในอาเซียนยังแข่งขันกันเอง สมาชิกสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียนมีสมาชิกชาติละ 3 คน องค์กรตั้งโดยประธานองค์กรอาเซียน การประชุม 80% จะพร้อมเพรียงกัน โชคดีที่มีสมาชิกเพียง 30 คน มีวัตถุประสงค์ให้คำแนะนำกับผู้นำ เพื่อนำมาประกอบการประชุม ปีนี้ได้ก่อตั้งมาเป็นปีที่ 6 แล้ว
 อยากเสนอเรื่องธุรกิจเอสเอ็มอี โดยให้ชาติอาเซียนร่วมมือกันจัดตั้งบริษัทร่วมทุน โดยมีรัฐบาลของชาติอาเซียนเป็นผู้ถือหุ้นหลัก และมีประชาชนของแต่ละชาติมีส่วนร่วม โดยสามารถเข้าไปถือหุ้นนั้นได้ เช่น ตั้งบริษัทร่วมทุนในส่วนของธุรกิจ ข้าว น้ำตาลทราย น้ำมันปาล์ม กาแฟ ยางพารา สับปะรด เป็นต้น ถ้าเราสามารถร่วมมือกันจริงๆ ก็ทำไม่ยาก แต่ต้องจริงใจและละเว้นเรื่องผลประโยชน์ส่วนตัวเอาไว้บ้าง