
เรื่องของคนเห็นขี้ดีกว่าไส้ (1)
ถ้าหากนักโทษหนีคุกทักษิณ ชินวัตร จะไม่เห็น "ขี้ดีกว่าไส้" ตั้งหน้าตั้งตา "สาวไส้(ไทย)ให้กา(เขมร)กิน" จนอิ่มเอมเปรมปรีดิ์ ก็คงมีเวลาฉุกคิดบ้างว่าขณะนี้มีตัวอย่างให้เห็นเป็นรูปธรรม 3 ตัวอย่างที่เกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกันว่าตัวเองพร้อมจะเลือกเดินทางใด ถ้าเลื
ตัวอย่างแรก ก็คือยอมเข้าคุกตามคำตัดสินของศาลเหมือนอย่างนายรักเกียรติ สุขธนะ อดีตรัฐมนตรีสาธารณสุข ซึ่งต้องโทษจำคุก 17 ปี 6 เดือน ในคดีทุจริตจัดซื้อยาเวชภัณฑ์ และคดีความผิดตาม พ.ร.บ.การใช้เช็ค แต่ติดจริงแค่ 5 ปีเศษเท่านั้น กรมราชทัณฑ์ก็ให้พักการลงโทษแล้ว เนื่องจากประพฤติตัวดี ไม่ก่อปัญหาหรือฝ่าฝืนกฎระเบียบของเรือนจำ
เชื่อว่านักโทษหนีคุกทักษิณคงจะเมินทางเลือกแรกนี้ ไม่เช่นนั้นคงไม่ก้มหน้าก้มตาก่อปัญหาที่มีแต่เข้าเนื้อตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าเช่นนี้
ตัวอย่างที่ 2 ก็เอาอย่างนายราเกซ สักเสนา อดีต "พ่อมดการเงิน" ที่หนีกระบวนการยุติธรรมของไทยหลังถูกฟ้องในข้อหายักยอกทรัพย์ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัด (มหาชน) กว่า 3,000 ล้านบาท ไปพึ่งพากระบวนการยุติธรรมแคนาดาเพื่อไม่ต้องถูกส่งตัวกลับภายใต้ข้ออ้างว่าหากถูกส่งกลับแล้ว อาจถูกสังหารหรือถูกขังในคุกอย่างโหดร้ายทารุณ แต่หนีได้แค่ 13 ปีเท่านั้น ท้ายที่สุดก็ไม่อาจหนีบ่วงกรรมได้พ้น ถูกส่งตัวกลับมาดำเนินคดีในไทยอย่างสิ้นสภาพของพ่อมดการเงิน เนื่องจากมีสารพัดโรคภัยรุมเร้าจนร่างกายทรุดโทรมไม่มีราศีจับเหมือนก่อน
เห็นได้ชัดว่าเป็นทางเลือกที่นักโทษหนีคุกทักษิณเดินตามรอยตั้งแต่ต้น แต่ตอนจบจะเป็นเช่นใด อีกไม่นานก็คงจะเห็นกัน
ตัวอย่างที่ 3 ก็คือเดินหน้าต่อในแผน "โลกล้อมประเทศ" ด้วยการใช้กลวิธี "สาวไส้ให้กากิน" หมายจะ "ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน" อย่างที่ทำอยู่จนกว่าจะประสบความสำเร็จ โดยไม่สนใจว่าประชาชนและประเทศชาติจะได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายยับเยินมากแค่ไหน เพราะหวังฟลุกว่าจะสำเร็จเหมือนนายมานูเอล เซลายา อดีตประธานาธิบดีฮอนดูรัสที่ใช้กลศึก "ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน" ตอบโต้กรณีถูกทหารยึดอำนาจเมื่อ 4 เดือนที่แล้ว จนกระทั่งกำลังจะได้กลับมาครองตำแหน่งดังเดิมอีกครั้ง
ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นเพราะรัฐบาลเฉพาะกาลไม่อยากเห็นประชาชนเดือดร้อนจากการปิดล้อมประเทศและจากฝีมือการก่อกวนของกลุ่มเสื้อแดงฮอนดูรัสที่ใช้วิธีสกปรกหลากรูปแบบจนประเทศชาติแทบจะเกิดมิคสัญญีอยู่รอมร่อ
บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์



