ข่าว

เว็บบอร์ด...ยั่วชู้รัก"เขียนเอามัน"ยุฆ่าคน

เว็บบอร์ด...ยั่วชู้รัก"เขียนเอามัน"ยุฆ่าคน

02 พ.ย. 2552

"ศิริพงษ์ กาญจนนิวิฐ" ฆาตกรคดีสะเทือนขวัญฆ่าหั่นศพเด็กชายวัย 5 ขวบ ที่สื่อมวลชนพร้อมใจกันลงรูปหันตัวยิงปืนด้านข้างด้วยมาดนิ่งๆ นั้น...ก่อนเกิดเหตุเขาพยายามเข้าไประบายทุกข์และหาทางออกจากเว็บไซต์ขาประจำ โดยโพสต์ข้อความในเว็บบอร์ดทำนองว่า "เมียผมมีชู้ทำอย่า

 ถ้าลองเปิดอินเทอร์เน็ตไปที่เว็บไซด์กูเกิลแล้วลองค้นหาคำว่า เมียมีชู้ทำไง, สามีนอกใจ, แฟนมีกิ๊ก ฯลฯ จะพบว่ามีมากกว่า 3-7 หมื่นเว็บบอร์ด อาจจะเป็นข้อความซ้ำๆ กันบ้าง แต่ก็เป็นหัวข้อยอดนิยมที่ถูกตั้งเพื่อระบายอารมณ์ที่อัดอั้นข้างใน ส่วนคำแนะนำที่ผู้คนเข้ามาโพสต์ตอบหรือเขียนคุยด้วย มีทั้งปลอบใจ เห็นอกเห็นใจ หรือบางคนอาจซ้ำเติมและยุยงให้ไปทำร้ายร่างกายอีกฝ่ายหนึ่ง

 จิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า ความหึงหวงคู่รักอย่างรุนแรง อาจเกิดจากอาการผิดปกติทางจิต คือเป็นโรคหวาดระแวงแต่ไม่รู้ตัว คำปรึกษาในเว็บไซต์จึงมีอิทธิพลได้ง่าย เมื่อรู้สึกว่ามีคนเห็นด้วยกับจินตนาการของตัวเองหลายคน จากแค่คิดเล่นๆ ก็นำไปสู่การปฏิบัติการจริงได้ไม่ยาก ความเห็นในเว็บบอร์จึงมีผลยุยงให้เกิดความรุนแรงในชีวิตคู่ โดยที่คนเขียนไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังจะทำลายชีวิตของคนบางคน

 นพ.ธีระ ลีลานันทกิจ จิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากกรมสุขภาพจิต วิเคราะห์ว่า ในสถานการณ์ปัจจุบัน คู่รักทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชายต่างมีปัญหาความหวาดระแวงว่าแฟน คู่รัก หรือคู่สมรสกำลังแอบมีคนอื่น หรือแอบมีชู้ แต่ระดับความหวาดระแวงแตกต่างกันไป บางคนก็มีความรู้สึกนี้รบกวนตลอดเวลา บางคนรู้สึกเป็นพักๆ ซึ่งเกิดจากสาเหตุหลายประการคือ 1.คู่รักของตัวเองไปมีคนอื่นจริงทำให้พฤติกรรมเปลี่ยนไปจนจับได้ 2.ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมีปัญหาเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ หรือความต้องการทางเพศลดน้อยลง ทำให้อีกฝ่ายมีความระแวงสงสัยว่าอาจไปมีคนอื่น 3.สารเคมีในตัวคนไข้ผิดปกติ ทำให้เป็นโรคซึมเศร้า มีอาการจิตระแวง ขี้สงสัย ขี้กังวลใจ โดยเฉพาะเรื่องกลัวแฟนไปมีชู้

 เป็นเรื่องธรรดาของสมาชิกโลกอินเทอร์เน็ตที่คนกลุ่มนี้จะเข้าไปตั้งกระทู้หรือโพสต์ข้อความต่างๆ เพื่อระบายความรู้สึกตัวเอง ซึ่งการเขียนข้อความเหล่านี้ไม่ได้หวังแก้ปัญหาอะไรมากนัก ส่วนผู้ที่มาเขียนตอบก็จะทำตามอารมณ์ หรือความรู้สึกชั่วขณะหนึ่งเท่านั้น เช่น ถ้ากำลังอารมณ์เสียอาจยุยงให้ไปฆ่าสามี หรือภรรยาคนนั้นเสีย หรือถ้าอารมณ์สงบนิ่งก็อาจนำธรรมะมาปลอบใจให้คลายความหึงหวง ดังนั้นคนที่มีสติสัมปชัญญะจะสามารถแยกแยะส่วนถูกและส่วนผิด หรือรู้ว่าคำปรึกษาที่เขียนในเว็บบอร์ดไม่ใช่สาระสำคัญที่ต้องทำตามทุกเรื่อง

 "ส่วนใหญ่คนที่กำลังระแวงหรือหึงหวงว่าคู่รักไปมีคนอื่น จะเชื่อว่าเรื่องที่ตัวเองระแวงสงสัยเป็นเรื่องจริง บางคนเป็นมาก บางคนเป็นน้อย พวกนี้จะไม่ค่อยมาพบจิตแพทย์เอง จะเป็นคู่รักหรือญาติบังคับให้ไปหาหมอ หลายคนทั้งวันไม่ยอมทำอะไร แต่แอบสะกดรอยตามสามีหรือภรรยาของตัวเอง เรื่องนี้ต้องสังเกตพฤติกรรมให้ละเอียด เพราะบางคนแค่อารมณ์หึงหวงชั่วคราว แต่บางคนเป็นเพราะมีความผิดปกติทางจิต ต้องให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์"

 นพ.ธีระ อธิบายต่อว่า หากใครรู้สึกว่าหึงหวงจนกินไม่ได้ นอนไม่หลับ หลับๆ ตื่นๆ ก็ควรมาพบจิตแพทย์ตรวจร่างกายและสภาพจิต เพื่อให้รู้ว่าคนไข้เป็นโรควิตกกังวล โรคซึมเศร้า หรือโรคจิตเภทอื่นๆ หรือไม่ ก่อนจะรักษาตามอาการ บางคนอาจต้องให้ยา บางคนแค่แนะนำให้ปรับพฤติกรรมบางอย่าง หากคู่รักของคนไข้ไปมีคนอื่นจริงแล้วไม่สามารถเลิกได้ ก็ต้องพูดคุยกันให้เกิดความเข้าใจว่า จะหย่า จะแยกกันอยู่ หรือจะเป็นเพื่อนกัน หรือจะปรับตัวอย่างไรเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ

 ย้อนกลับมาที่เรื่องปรึกษาปัญหาในเว็บบอร์ด นพ.ธีระขอร้องไม่ให้คนที่พบข้อความประเภทนี้แล้วไปเขียนตอบยั่วยุให้ฆ่าแฟนมีชู้ หรือไปฆ่าชู้ เพราะเหมือนเติมฟืนเข้ากองไฟ ถ้ามีการฆาตกรรมเกิดขึ้นจริง คนที่ยั่วยุถือว่าทำผิดด้วย เป็นบาปติดตัวตลอดชีวิตเช่นกัน 

 ด้าน ศ.พญ.นงพงา ลิ้มสุวรรณ ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ตั้งข้อสังเกตว่า ปัญหาเรื่องคู่รักมีชู้นั้นผู้ที่มาพบจิตแพทย์เกือบทั้งหมดจะเป็นผู้หญิง ขณะที่ผู้ชายส่วนใหญ่จะมีวิธีของตัวเอง เช่น กินเหล้า ก้าวร้าว ซ้อมแฟน ฯลฯ ส่วนคนที่หึงหวงจนฆ่าภรรยามักจะมีปูมหลังเป็นผู้ที่ชอบความรุนแรง หรือแก้ปัญหาด้วยการใช้กำลังอยู่แล้ว

 หากผู้หญิงเจอสถานการณ์ผู้ชายกลุ่มที่ชอบความรุนแรงกำลังมีอารมณ์หึงหวงต้องระวังตัวเป็นพิเศษ และใช้หลักจิตวิทยาป้องกันตัวเองไม่ให้ถูกทำร้าย เช่น 1.ต้องไม่ยั่วยุโต้ตอบหรือเถียงเพื่อเอาชนะ 2.ให้เงียบและตอบคำถามอย่างใจเย็น 3.ไม่ควรอยู่สองคนตามลำพัง หากกำลังทะเลาะกันในรถ ก็ชวนให้ไปพูดคุยในร้านอาหารแทน 4.แต่ถ้าอีกฝ่ายเมาสุราต้องหาทางเอาตัวรอด ไม่อยู่ใกล้ อย่าดุด่าให้อีกฝ่ายเกิดอารมณ์ฉุนเฉียว

 "เคยมีประสบการณ์ขึ้นรถแท็กซี่แล้วเจอคนขับเมา สิ่งที่ทำคือไม่ดุด่าหรือหาเรื่องต่อว่าคนขับ แต่รีบบอกให้จอดข้างทางเพื่อแวะซื้อไก่ย่างแล้วรีบลงจากรถ เพราะถ้าไม่ลงก็อาจเกิดอุบัติเหตุได้ หากจำเป็นต้องอยู่กันตามลำพังกับคนเมาก็ไม่ควรไปยั่วยุให้โกรธ เพราะคนเมาไม่มีสติ ไม่สามารถฟังเหตุผลอะไรได้ มีทางเดียวคือเอาตัวรอดออกมาจากสถานการณ์นั้นให้เร็วที่สุด" ศ.พญ.นงพงา ยกตัวอย่างจากประสบการณ์จริง