ข่าว

รายงาน-“สุเทพ” งานเข้า !

รายงาน-“สุเทพ” งานเข้า !

02 พ.ย. 2552

เรียกได้ว่าตลอดช่วงสัปดาห์นี้รัฐบาลโดยการนำของพรรคประชาธิปัตย์อยู่ในสภาวะงานเข้าอีกแล้ว เพราะนอกจากจะเจอแรงกดดันจากสงครามประสาทของ “ทักษิณ ชินวัตร” รอบด้าน

 รัฐบาลต้องมาเจอเผือกร้อนคดี ราเกซ สักเสนา ผู้ต้องหาคดียักยอกทรัพย์ ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ หรือบีบีซี ที่ถูกทางการแคนนาดา ส่งตัวกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยเข้าอีก

นั่นเป็นเพราะว่าคดีนี้มีคนดังหลายตระกูลเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผู้อยู่เบื้องหลังระดับ “แกนนำ” พรรคร่วมรัฐบาลหลายคน ต้องโดนร่างแหเข้าไปด้วย

หากยังจำกันได้ สุเทพ เทือกสุบรรณ เมื่อครั้งที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้าน เขาเป็นคนลุกขึ้นอภิปรายถึงความไม่ชอบมาพากลและเปิดเผยกลโกงอันซับซ้อนกลางที่ประชุมสภาในวันที่ 9 พฤษภาคม 2539 หรือเมื่อ 13 ปีที่แล้ว ด้วยตัวเอง
เพื่อดิสเครดิต “เนวิน ชิดชอบ และ กลุ่ม 16” ที่กำลังมาแรงในขณะนั้น

และต้องการแก้แค้น “เนวินกับพวก” ที่ออกมาแฉเรื่องที่ดินส.ป.ก.4-01 โดยมี “สุเทพ” เข้ามาเอี่ยวในฐานะรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯ จนทำให้รัฐบาลประชาธิปัตย์ต้องประกาศยุบสภาในที่สุด

จะว่าไปแล้วคดีนี้ถือเป็นผลงานชิ้นงานโบแดงของ “สุเทพ” ที่กลายเป็นพระเอกในสภา จนส่งผลให้ บรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย และนายกรัฐมนตรีขณะนั้น ต้องสั่งปิดธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ ที่ตกอยู่ในภาวะล้มละลาย

ฉะนั้นจึงน่าจับตาว่า วันนี้พรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำรัฐบาลจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร

โดยเฉพาะผู้จัดการรัฐบาลอย่าง “สุเทพ” ในฐานะหัวหน้าทีมอภิปรายในขณะนั้น

เพราะ 13 ปีต่อมา สถานการณ์ได้กลับตาลปัตร คนเหล่านั้นกลับกลายเป็นกลุ่มคนที่มีบุญคุณทางการเมืองที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์จัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ

โดยเฉพาะอดีตกลุ่ม 16 ที่มี เนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ที่กลายเป็นหัวหอกคนสำคัญในรัฐบาลผสมชุดนี้   

เกมทั้งหมดจึงเข้าทางพรรคเพื่อไทย ที่จ้องจังหวะตอกลิ่มรอยร้าวภายในพรรคร่วมให้แตกหักจนได้

เพราะล่าสุดทั้งพรรคเพื่อไทย และกลุ่มคนเสื้อแดงออกมาถามหาความจริงใจจากรัฐบาล โดยเฉพาะ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กับ “สุเทพ” ว่าจะดำเนินการคดีนี้อย่างไรแบบไม่ลูบหน้าปะจมูก

ขณะที่ จตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ออกมายุให้ “ราเกซ” เปิดเผยรายชื่อผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมแนะเจ้าพนักงานเปิดบันทึกการอภิปรายในสภาของ “สุเทพ” เพื่อหาความเชื่อมโยงและเกี่ยวข้องกับกลุ่ม 16

ว่าไปแล้วก็เหมือนโชคเข้าข้างพรรคเพื่อไทยที่กำลังจะ “หมดมุก” ในการโค่นรัฐบาล เมื่อมีความคืบหน้าคดีนี้ จึงเข้ากระโดดงับทันที

ด้วยการเร่งรวบรวมข้อมูลและแฉเบื้องหน้าเบื้องหลังของกลุ่มการเมือง และเตรียมส่งข้อมูลให้ผู้ใหญ่ในพรรคพิจารณาในสัปดาห์นี้

งานนี้ศึกหนักจึงตกเป็นของ “สุเทพ” เพราะต้องให้ความกระจ่างกับสังคมว่าจะดำเนินการหาผู้ที่เกี่ยวข้องและได้รับผลประโยชน์มาลงโทษได้อย่างไร

นั่นเพราะคดีนี้จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของพรรคประชาธิปัตย์ในอนาคตว่าจะมีจุดยืนอย่างไร ต่อการทำหน้าที่ตรวจสอบที่เข้มแข็งเหมือนกับช่วงที่เป็นฝ่ายค้าน  

เพราะคดี “ราเกซ” จะเป็นกุญแจดอกสำคัญที่จะไขปริศนาที่เกี่ยวพันกับนักการเมืองหลายคน และหลายตระกูลใหญ่ จนเกิดความเสียหายแก่ระบบเศรษฐกิจครั้งรุนแรงของประเทศไทย

ไม่ว่าจะเป็น ตระกูลศิลปอาชา, ตระกูลคุณปลื้ม, ตระกูลตันเจริญ และ ตระกูลชิดชอบ

และที่สำคัญกลุ่ม 16 ขณะนี้ได้กระจายเป็น ส.ส.หลายพรรคการเมือง ทั้ง เพื่อไทย เพื่อแผ่นดิน แต่แกนนำล้วนเป็นบุคคลสำคัญที่อยู่เบื้องหลังรัฐบาลชุดนี้

จะว่าไปแล้ว ในอีกด้านหนึ่งประชาธิปัตย์อาจจะหยิบยกคดีนี้มาต่อรองทางการเมืองก็ได้

เพื่อรักษาเสถียรภาพและต่ออายุออกไปให้นานที่สุด ในยามที่รัฐบาลเจอสารพัดปัญหารุมเร้ารอบด้าน และตกอยู่ในสภาวะพรรคร่วมรุมทิ้งกระดูก

เพราะที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าประชาธิปัตย์ไร้อำนาจการต่อรอง จนทำให้กระแสภายในพรรคไม่พอใจ “สุเทพ” ที่ยอมพรรคร่วมมากเกินไป จนทำให้พรรคเสียจุดยืนไปหลายเรื่อง

แต่อีกนัยหนึ่งปมปัญหาที่เกิดขึ้นก็สุ่มเสี่ยงอย่างยิ่งต่อการแตกหักภายในพรรคร่วมรัฐบาล หากต่อรองและเคลียร์กันไม่ลงตัว
ดังนั้นจึงต้องจับตาว่าค่ายพระแม่ธรณีบีบมวยผมจะบริหารเกมนี้อย่างไร เพราะในวันที่ 2 พฤศจิกายนนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมสรุปสำนวนทั้งหมดส่งฟ้องต่ออัยการสูงสุดแล้ว

ยิ่งในยามที่กลุ่มคนเสื้อแดงประกาศชุมนุมยืดเยื้อตลอดเดือนพฤศจิกายน เพื่อขับไล่รัฐบาล ยิ่งมีผลทำให้รัฐนาวาสั่นคลอนได้  
ในรอบสัปดาห์นี้ “สุเทพ” ต้องตกอยู่ในภาวะงานเข้าจริงๆ เพราะต้องสะสางผลงานชิ้นโบแดงเมื่อ 13 ปีก่อนแล้ว

ยังต้องเจอศึกหนักในการประชุม ก.ตร.เพื่อพิจารณาโผโยกย้ายนายตำรวจระดับรองผบ.ตร.และ ผบช.ทั่วประเทศ ที่วงแตกมาแล้วหลายครั้ง

หลังจากเกิดเสียงคัดค้าน พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการ ผบ.ตร. ที่เกิดกระแสคัดค้านเพราะเห็นว่าไม่มีอำนาจในการแต่งตั้ง และเป็นเกมบีบให้ “อภิสิทธิ์” แต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่โดยเร็ว

ล่าสุด “สุเทพ” นัดถกปมปัญหาการแต่งตั้งอีกครั้ง ในวันที่ 2 พฤศจิกายนนี้ ซึ่ง “หนุ่มมาร์ค” ออกมายืนยันการประชุมนัดนี้คงราบรื่นดี ไม่น่าจะมีปัญหา

ส่วนผลสรุปจะเป็นอย่างไร คอการเมืองต้องติดตาม !

 บัญชา แข็งขัน