ข่าว

มัวแต่ซื้อเวลาไม่ซื้อศรัทธาประชาชน

มัวแต่ซื้อเวลาไม่ซื้อศรัทธาประชาชน

02 พ.ย. 2552

ปัญหาที่รุมล้อมประเทศชาติเวลานี้ ส่วนหนึ่งที่ดูเหมือนว่าแก้ไขไม่ได้ เนื่องจากรัฐบาลเลือกที่จะใช้วิธีชะลอการแก้ไข

หมายใจจะให้ปัญหาคลี่คลายไปเอง หรือเป็นไปในทางที่เป็นคุณต่อผลประโยชน์ทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ แนวทางเช่นนี้อาจเหมาะสมต่อสถานการณ์หนึ่ง แต่เท่าที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์แทบทุกมิติที่ไทยกำลังประสบอยู่นี้ มิได้เป็นผลดีเลย ทั้งยังส่งผลกระทบต่อศรัทธาของมหาชนที่มีต่อรัฐบาลอย่างรุนแรงด้วย

 จีน เป็นประเทศที่เลือกใช้วิธีแก้ปัญหาแบบชะลอไว้ก่อนในบางเรื่องได้อย่างเชี่ยวชาญ โดยเฉพาะปัญหาที่ละเอียดอ่อน ถ้าใช้กำลังเข้าหักอาจวุ่นวายหนักขึ้น เช่น การยอมให้ไต้หวันและฮ่องกงดำรงสถานะพิเศษไว้ก่อน หรือไม่ดึงดันครอบครองทะเลจีนใต้ด้วยกำลัง ทั้งนี้เพราะจีนเห็นว่าปัญหาแบบนี้คนรุ่นต่อไปอาจคลี่คลายได้ โดยคนรุ่นนี้เป็นผู้ปูทางอนาคตให้คนรุ่นต่อไปแก้ปัญหา ซึ่งก็คงแก้ปัญหาไปในทางที่เป็นคุณแก่จีน เพราะคนรุ่นนี้ของจีนไม่ได้นิ่งเฉย กำลังใช้พลังอำนาจเชิงซอฟต์เพาเวอร์เท่าที่มี กลืนฝ่ายตรงข้ามเงียบๆ แบบได้ทั้งของ ได้ทั้งบุญคุณ เพียงแต่ต้องใจเย็นหน่อย

 แต่การที่รัฐบาลปล่อยปัญหาหลายอย่างให้ค้างคาเรื่อยไป กลับไม่เป็นคุณต่อประชาธิปัตย์ เพราะการซื้อเวลาแบบไร้ชั้นเชิง ทำให้เรื่องที่ควรจะเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดี ไม่มีอะไรแตกต่างจากเมื่อ 10 เดือนก่อนหรืออาจแย่ลง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความไร้สมานฉันท์ที่แตกแยกจนมองไม่เห็นฝั่ง เศรษฐกิจที่ยังอ่อนไหวไม่เห็นสัญญาณฟื้นอย่างเป็นรูปธรรม หรือการทุจริตคอรัปชั่นที่กระจายเป็นวงกว้างและหน้าด้านอย่างเหลือเชื่อ แล้วรัฐบาลยังเลือกที่จะไม่ตัดสินใจในเรื่องวิกฤติอยู่อีก เอาแค่ปล่อยให้ปัญหารถไฟยืดเยื้อก็ทำให้ประเทศชาติสูญเสียรายได้และความน่าเชื่อถือไปอย่างประเมินค่ามิได้ ส่วนการไม่แต่งตั้งหัวหน้าส่วนราชการสำคัญให้เสร็จสิ้น ก็นำไปสู่การช่วงชิงขัดแย้งระหว่างขุมกำลังต่างๆ

 ปัญหาที่คนที่เกี่ยวข้องรู้เรื่องดีและเซ็งต่อความไม่คืบหน้าในการดำเนินการ เช่น ปัญหาเขื่อนน้ำโจนหรือการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ไม่จำเป็นต้องมานั่งศึกษาหรือลงประชามติอะไรให้มากความอย่างที่รัฐบาลกำลังทำ สิ่งที่สังคมต้องการจริงๆ คือ ให้รัฐบาลตัดสินใจเลือกว่าจะเอาอย่างไร เลือกแล้วไม่เปลี่ยนใจ หรือเป็นแค่วาจาเศษกระดาษ เมื่อเลือกแล้ว รัฐบาลก็ต้องรับผิดชอบเผชิญหน้ากับฝ่ายที่เสียประโยชน์ อาจจะเป็นการบรรเทาทุกข์ชาวบ้านหรืออื่นใดก็ว่ากันไป ยึดถือประโยชน์ส่วนรวมประเทศชาติเป็นสำคัญ แล้วศรัทธาก็จะตามมา

 มัวแต่ปล่อยเวลาไปเรื่อยๆ คนเดือดร้อนก็จะกระจายตัวไปโดยรอบ การสร้างภาพด้วยงบโฆษณามหาศาลนั้นจะไม่ช่วยอะไรเลย