
แรงงาน
เห็นว่าช่วงสัปดาห์ก่อนมีเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับปัญหาแรงงานและการบริการชาวบ้านเป็นข่าวโด่งดังโดยเฉพาะเรื่องของรถไฟที่โยงหลายเรื่องเข้าด้วยกันจนได้ วิถียุติธรรมจึงต้องหยิบยกประเด็นนี้มาคุยกับท่านผู้อ่าน ผู้คนที่เกี่ยวข้องในแวดวงคงสนทนาถึงความเป็นธรรมของเ
ลองแยกแยะดูพบว่ามีคนรากหญ้าเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยนับแต่ชาวบ้านที่ต้องพึ่งบริการรถไฟเป็นวิถีชีวิต และคนรถไฟทั้งที่ใช้แรงงานเพื่องานบริการและกินเงินเดือนเลี้ยงชีวิตอย่างเดียวและที่เป็นตัวแทนในฐานะสหภาพแรงงานควบคู่ไปด้วย รวมไปถึงคนที่ไม่ถือว่าเป็นรากหญ้าแต่เป็นผู้บริหารทั้งในรถไฟเองและที่เกี่ยวข้องในระดับดูแลบ้านเมือง นอกจากนั้นยังมีนักการเมืองอาชีพที่อยู่ทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลังอีกมากมาย เป็นคนทั้งหมดเท่าที่ผมนึกได้ขณะนี้ที่อยากพูดถึงในวันนี้
ผมเริ่มต้นไปที่ตัวคนเพราะจะไม่เข้าไปให้ความคิดเห็นที่เกี่ยวกับปัญหาที่ก่อตัวขึ้นมาด้วยเหตุที่ตื้นลึกหนาบางผมไม่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้นบ้าง เดี๋ยวจะไปป่วนให้เกิดความวุ่นวายมากขึ้น แต่จะพูดถึงมุมมองเรื่องวิถียุติธรรมเท่านั้น
อย่างแรกคงต้องมองที่ชาวบ้านรากหญ้าเสียก่อน คงต้องร้องว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการใช้บริการรถไฟแน่นอน แต่จะบ่นมากก็ไม่ได้เต็มปากเพราะรัฐบาลให้บริการฟรีบางส่วนแล้ว ผลงานเป็นอย่างไรคงต้องกลับไปดูกฎข้อที่หนึ่งอีกครั้งว่าฟรีนะ แต่บางครั้งคงต้องมองให้รอบด้านว่าการปรับปรุงคุณภาพการให้บริการก็มองข้ามไปไม่ได้เพราะการบริการจะเชื่อมโยงไปถึงเรื่องอื่นด้วย ไม่ว่าจะเป็นด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้บริการ ซึ่งผูกพันไปถึงการดำรงชีพทางด้านการศึกษา รายได้หาเลี้ยงชีพ และอื่นๆ อีกมากมายที่มองไม่เห็นขณะใช้บริการอยู่ในขบวนรถไฟซึ่งเหล่านี้คือเรื่องความเป็นธรรมที่อาจมองไม่เห็น เช่นมีข่าวว่ารถไฟไม่วิ่งไม่ได้ไปโรงเรียน หรือไปขายของไม่ได้หรือขายได้ก็ไม่มีคนซื้อมากนัก
ต่อมาผู้ใช้แรงงานในการรถไฟฯ เองนั่นแหละ เริ่มจากพนักงานทั่วไปที่ไม่ได้ทำหน้าที่สหภาพแรงงาน เขาเหล่านี้คงอึดอัดใจกับสถานการณ์ไม่น้อยว่าจะให้ความร่วมมือกับสหภาพแรงงานหรือจะเห็นใจผู้โดยสารรวมทั้งผู้บริหารอย่างไรและมากน้อยแค่ไหน คงร้องหาความเป็นธรรมอยู่ในใจมากมายเพราะอย่างไรเสียรถไฟก็เป็นแหล่งรายได้ในการทำมาหากินและส่วนลึกก็อยากมีสหภาพแรงงานคอยปกป้องดูแลคุ้มครองและทวงสิทธิในเรื่องสวัสดิการแรงงานและการทำงานด้วย
สำหรับคนรถไฟที่ทำหน้าที่สหภาพแรงงาน คงต้องร้องหาความเป็นธรรมในการทำหน้าที่ปกป้องคนทำงานและอยู่ในกระบวนการมีส่วนร่วมในการบริหารองค์กรอย่างไรเพื่อความเป็นธรรมและความโปร่งใสในการบริหาร สำหรับผู้บริหารอื่นๆ ทุกระดับที่เกี่ยวข้องก็ต้องร้องหาความเป็นธรรมในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นให้ผ่านพ้นไปด้วยดีเพื่อให้ระบบแรงงานสัมพันธ์ยังคงสภาพที่ดีและชาวบ้านยังคงได้รับการบริการที่ดีภายใต้ข้อจำกัดที่มีอยู่อย่างมากมาย
เมื่อทุกคนต่างร้องหาความเป็นธรรม ปัญหาจึงอยู่ที่ว่าจะมีวิธีหรือกระบวนการใดในการรักษาผลประโยชน์ของแต่ละฝ่ายให้ได้อย่างเท่าเทียมกัน และต้องมองชาวบ้านผู้ใช้บริการเป็นหลัก แม้ว่าในเรื่องของการใช้แรงงานจะมีหลักไตรภาคีเป็นหลักสากลอยู่ก็ตามที การที่จะให้ฝ่ายนายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐร่วมกันแก้ปัญหาตามหลักการและกฎหมายเห็นว่าไม่เพียงพอในยุคปัจจุบัน ผมเห็นว่าชาวบ้านหรือผู้ใช้บริการทั่วไปได้เข้ามามีส่วนร่วมด้วยในระดับหนึ่งน่าจะเหมาะสมกับกาลเทศะในเรื่องนี้ได้ เช่น การสำรวจความพึงพอใจการใช้บริการ ซึ่งผมเชื่อว่าคงทำกันอยู่แล้วแต่การใส่ใจในการนำไปบริหารจัดการในส่วนที่ไม่ต้องใช้งบประมาณมากนัก หรือการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการเพื่อป้องกันการรั่วไหลด้วยวิธีการหลากหลายมากกว่าการเป็นตัวแทนภาคประชาชนแต่เพียงในนามในบอร์ดบริหารเท่านั้น หรือเป็นเรื่องใหญ่กว่านั้นเช่นการเปิดโอกาสให้เอกชนและธุรกิจเข้าร่วมดำเนินการในส่วนที่ควรจะทำได้ซึ่งเคยดำเนินการและกำลังดำเนินการอยู่บ้าง แต่หากนำบทเรียนมาปรับปรุงวิธีการและการประเมินผลก็น่าจะเป็นอีกวิธีหนึ่งได้
ให้ผู้ใช้บริการเข้ามามีเสียงมากขึ้น เผื่อจะทะเลาะกันน้อยลงเพราะอายชาวบ้านบ้าง



