
โฆษกสตช.บุกจับร้านพลุชุมชนป้อมมหากาฬ
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 1 พฤศจิกายน พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ทำหน้าที่โฆษก สตช.พร้อมด้วย พล.ต.ต.สัณชัย สุนทรปุระ ผบก.สท. พล.ต.ต.วรัญวัส การุณยธัช ผบก.บช.น.รรท.ผบก.น.6 และ พ.ต.อ.ฤชากร จรเจวุฒิ รอง ผบก.น.6 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สำราญราษ
เข้าตรวจสอบร้านจำหน่ายพลุ และดอกไม้ไฟ ภายในชุมชนหลังป้อมมหากาฬ ถนนมหาไชย แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กทม. เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาอัคคีภัยตลอดจนอันตรายจากการเล่นดอกไม้ไฟ เนื่องในเทศกาลลอยกระทง ประจำปี 2552 ซึ่งจะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้
จากผลการปฏิบัติเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกันตรวจสอบร้านค้าพลุ ขนาดใหญ่ และแผงลอย ซึ่งตั้งอยู่รอบๆ ชุมชนหลังป้อมมหากาฬ จำนวน 4 ร้าน แต่เมื่อขอดูใบอนุญาตการค้าปรากฏว่า ไม่มีเจ้าของร้านรายใดได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ โดยอ้างว่า ทำเรื่องขอกรมการปกครองไปหลายรอบแล้ว แต่ไม่เคยได้รับการอนุญาต ประกอบกับต้องค้าขายเลี้ยงครอบครัวจึงยอมชำระค่าปรับให้ตำรวจท้องที่เรื่อยมา ครั้งละประมาณ 500 บาท ทางโฆษก สตช.จึงสั่งการให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับผู้ค้าทั้ง 4 ร้าน จำนวนผู้ต้องหาทั้งสิ้น 5 ราย และยึดของกลางทั้งหมดไปไว้ที่ สน.สำราญราษฎร์ เพื่อรอการทำลายต่อไป
พล.ต.ท.พงศพัศ เปิดเผยว่า การตรวจสอบร้านค้าพลุในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความห่วงใยเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ในช่วงเทศกาลวันลอยกระทงที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้มุ่งเน้นเรื่องการระวังป้องกันปัญหาหลายๆโดยเฉพาะการละเล่นพลุและดอกไม้ไฟ รวมถึงการจำหน่ายที่ผู้ค้าทุกรายจะต้องมีใบอนุญาต แต่จากการตรวจสอบร้านค้าในย่านนี้ปรากฏว่า ไม่มีเจ้าของร้านรายใด ที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องเลย ซึ่งถือเป็นความผิดซึ่งหน้าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมาย
พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าวอีกว่า จากการที่ผู้ค้าอ้างว่าต้องขายพลุเพื่อเลี้ยงครอบครัว บางรายก็อ้างว่า เป็นเพียงดอกไม้ไฟเล็กๆ น้อยๆ แต่การขายสินค้าเหล่านี้ออกไป อาจทำให้สร้างความเดือดร้อนต่อผู้อื่นได้ เช่น เด็กๆ อาจนำไปจุดใส่เรือ ตกใส่หลังคาบ้าน จนทำให้เกิดเพลิงไหม้หรือทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน มีโทษทั้งจำทั้งปรับ พ่อแม่ผู้ปกครองก็เดือดร้อน ส่วนที่ผู้ค้าบอกว่าขออนุญาตนายทะเบียนท้องที่ไปหลายรอบแล้วแต่ไม่สามารถออกใบอนุญาตได้ ตนก็จะนำความไปปรึกษาอธิบดีกรมการปกครองให้ เพื่อสอบถามว่าติดขัดในเรื่องใดทำไมจึงขอไม่ได้ เพื่อความเป็นธรรมของทุกฝ่ายต่อไป
พล.ต.ท.พงศพัศ ยังกล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตามในกฎหมายระบุไว้ชัดเจนว่า ห้ามมิให้ผู้ใดทำ สั่ง นำเข้า หรือค้า ซึ่งดอกไม้เพลิง รวมตลอดถึงพลุ และดอกไม้ไฟ เว้นเสียแต่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 1 เดือน ปรับไม่เกิน 1,000 บาท วันนี้จึงต้องดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ค้าทั้งหมดเสียก่อน
“ส่วนปัญหาด้านอื่นๆ อาทิ เรื่องอาชญากรรมโดยเฉพาะการ ฉก ชิง วิ่งราว ซึ่งขณะนี้ทองคำมีราคาสูงมาก หากต้องเดินทางไปลอยกระทงที่ไหนจึงอยากฝากเตือนให้ประชาชนถอดเก็บไว้ที่บ้านจะดีกว่า สำหรับน้องๆ วัยรุ่นโดยเฉพาะพวกสาวๆ ก็ให้แต่งกายให้รัดกุมเพื่อป้องกันปัญหาการถูกล่วงละเมิดทางเพศ ตลอดจนพวกที่ชอบดื่มสุราในช่วงเทศกาลให้ระวังไว้เพราะตำรวจมีการตั้งด่านกวดขันวินัยการจราจรซึ่งหากท่านถูกจับขณะเมาแล้วขับก็จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างแน่นอน”พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าว



