
ตั้งรองผบ.ตร.-ผบช.พรุ่งนี้คาดโผไม่เปลี่ยน
"สุเทพ"นั่งหัวโต๊ะ พิจารณาแต่งตั้งนายพลพรุ่งนี้ โผยังไม่เปลี่ยน "สัณฐาน" นั่งแม่ทัพเมืองหลวง ส่ง"วิบูลย์"นั่งผบช.ภ.1 ช่วยดูม๊อบ นพดล ระบุบอร์ดกลั่นกรองจะพิจารณาตามอาวุโสและความสามารถ
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันจันทร์ที่ 2 พ.ย. เวลา 13.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. นัดประชุม คณะกรรมการก.ตร. ครั้งที่ 14 / 2552 ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 อาคาร 1 ซึ่งประกอบด้วย รรท. ผบ.ตร. รองผบ.ตร. ทุกท่านซึ่งเป็นก.ตร.โดยตำแหน่ง และก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งมีวาระที่สำคัญคือ การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับรองผบ.ตร. – ผบช .
ทั้งนี้ในเวลา 09.00 น. จะมีการประชุมคณะกรรมการคัดเลือกข้าราชการตำรวจ หรือ บอร์ดกลั่นกรองชุดใหม่ ที่มี นายสมศักดิ์ บุญทอง ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นประธาน พร้อมด้วย ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิอีก 5 ท่านเป็นคณะกรรมการร่วมกับ รรท.ผบ.ตร.และรองผบ.ตร. ในช่วงเช้าเพื่อพิจารณารายชื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจที่คาดว่าจะได้รับการแต่งตั้งในตำแหน่งที่ว่าง
พล.ต.อ.นพดล สมบูรณ์ทรัพย์ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ และหนึ่งในคณะกรรมการบอร์ดกลั่นกรองชุดใหม่ กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้จะมีการประชุมบอร์ดกลั่นกรองในเวลา 09.00 น. จากนั้นจะนำรายชื่อผู้ผ่านบอร์ดกลั่นกรองเข้าที่ประชุมที่มีนายสุเทพ เป็นประธาน เพื่อพิจารณาอีกครั้ง ในเวลา 13.00 น. ซึ่งการคัดเลือกนายตำรวจให้ได้รับตำแหน่งนั้นที่ผ่านมาจะยึดหลัก อาวุโสพร้อมกับความรู้ ความสามารถและประวัติการทำงานของตำรวจนายนั้น ๆ ซึ่งบอร์ดกลั่นกรองชุดใหม่ก็ยังยึดหลักเกณฑ์เดิม หากนายตำรวจรายใดที่อาวุโสแล้ว แต่การเลื่อนขึ้นตำแหน่ง ซึ่งบางตำแหน่งต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถเฉพาะตัว
นอกจากจะเป็นนายตำรวจที่มีอาวุโสแล้วก็ต้องพิจารณาร่วมกับความรู้ ความสามารถประวัติการทำงานของเขา จริง ๆ ไม่ใช่มีผลงานทางโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์อย่างเดียว ตรงนั้นจะเป็นความรู้ความสามารถแบบผักชีโรยหน้า นอกจากนี้ ตำรวจระดับนายพลรายใดที่ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนอยู่เราก็ต้องนำมาพิจารณาด้วยว่าเหมาะสมที่จะได้รับตำแหน่งหรือไม่ หากเสียงไม่เป็นเอกฉันท์ก็ต้องโหวตกันในที่ประชุม
“ผมมองว่าการนำก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมเป็นบอร์ดกลั่นกรองระดับนายพลครั้งนี้ จะเป็นบรรทัดฐานให้กับการแต่งตั้งตำรวจระดับ ผบก.ลงไป ให้ยึดหลักอาวุโสและความรู้ความสามารถ เพื่อให้ตำรวจที่ตั้งใจทำงานมีขวัญกำลังใจในการทำงาน แม้ตอนนี้จะวิ่งเต้นอยู่ แต่อย่างน้อยเราก็ได้เริ่มนับ 1 แล้ว” พล.ต.อ.นพดล กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อข้าราชการตำรวจที่คาดว่าจะได้รับการแต่งตั้ง ในระดับรองผบ.ตร.ที่ว่างลง 2 ตำแหน่ง จะมีการโยก พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี และพล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต ที่ปรึกษา(สบ 10) เข้าดำรงตำแหน่ง รองผบ.ตร.ตำแหน่งหลัก และจะมีการเลื่อน พล.ต.ท.วุฒิ พัวเวส (นรต.27) ผู้ช่วยผบ.ตร.อาวุโสอันดับ 1 พล.ต.ท.อดุลย์ แสงสิงแก้ว (นรต.29) และพล.ต.ท.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา (นรต.28)ผู้ช่วยผบ.ตร. ขึ้นเป็นที่ปรึกษา(สบ 10) เทียบเท่ารองผบ.ตร.
ระดับผู้ช่วยผบ.ตร.จะมีการเลื่อน พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น.(นรต.30) พล.ต.ท.ธีระเดช รอดโพธิ์ทอง ผบช.ส.(นรต.25) พล.ต.ท.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ผบช.สตม.(นรต.30) พล.ต.ท.จิโรจน์ ไชยชิต ผบช.ศ.(นรต.28) ขึ้นเป็นผู้ช่วยผบ.ตร.
ในส่วนของตำแหน่งระดับผบช. คาดว่าจะมีการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.ภ.8(นรต.28) เป็นผบช.น. ซึ่งมีบุคลิกที่เด็ดขาดในการสั่งการ และมีผลงานการดูแลม็อบสวนปาล์มได้เป็นอย่างดี จนนายสุเทพพอใจในผลงาน ส่วนตำแหน่ง ผบช.ภ. 1 ที่ประชุมน่าจะพิจารณา พล.ต.ต.วิบูลย์ บางท่าไม้ (นรต.28 ) รองผบช.น. เป็นผบช.ภ. 1 เพื่อทำงานร่วมกับพล.ต.ท.สัณฐาน ในฐานะ นรต.รุ่นเดียวกัน นอกจากนี้ พล.ต.ต.วิบูลย์ และพล.ต.ท.สัณฐาน ยังเป็นเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหารรุ่น 12 รุ่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 1 อีกด้วย ซึ่งจะสามารถประสานการทำงานในเรื่องต่าง ๆ ได้ด้วยดี โดยเฉพาะการควบคุมดูแลม็อบ
สำหรับ ผบช.ภ. 8 ที่ว่างลง เลื่อนให้ พล.ต.ต.อุดม ชัยมงคลรัตน์ รองผบช.ภ.8 อาวุโสอันดับ 1 เป็นผบช.ภ.8 พล.ต.ต.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล รองผบช.ส. (นรต.34) อาวุโสอันดับ 102 และคนสนิทนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นเป็นผบช.ส. พล.ต.ท.วุฒิ ลิปตพัลลภ ผบช.ปส.ย้ายมาเป็น ผบช.สตม.โดยมีพล.ต.ต.อติเทพ ปัญจมานนท์ รองผบช.ปส. ซึ่งมีผลงานการปราบปรามยาเสพติดที่โดดเด่น ขยับขึ้นเป็นผบช.ปส.
พล.ต.ท.วีรยุทธ สิทธิมาลิก ผบช.ประจำสง.ผบ.ตร. คนสนิท พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. เป็นผบช.ภ.9 พล.ต.ต.เดชาวัต รามสมภพ รองผบช.ภ.3 เป็นผบช.ภ.4 แทนพล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว จำเลยในคดี 7 ตุลา ที่ถูกคณะกรรมการพิจารณาทัณฑ์ทางวินัยให้ปลดออก พล.ต.ต.จงเจตน์ อาวน์เจนพงศ์ รองนายแพทย์ใหญ่(สบ 7) เป็นนายแพทย์ใหญ่(สบ 8)
พล.ต.ต.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผบช.น.(นรต.36) เด็กในคาถาของนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ขยับขึ้นเป็นผบช.ประจำสง.ผบ.ตร. พล.ต.ต.ไตรรัตน์ อมาตยกุล นรป.(สบ7) ขึ้นเป็น ผบช.นรป.(สบ8) พล.ต.ต.ภัทรชัย หิรัญเวช รองผบช.กมส. เป็นจเรตำรวจ(สบ 8) พล.ต.ต.สันติ เพ็ญสูตร รองผบช.ภ.9 เป็นผบช.สกบ. พล.ต.ต.พิทักษ์ จารุสมบัติ รองผบช.สตม. เป็นผบช.ประจำสง.ผบ.ตร.ทำหน้าที่ประสานสำนักนายรัฐมนตรี
พล.ต.ต.ธนากร ศิริอัฐ รองผบช.สตม. เป็นผบช.งป. พล.ต.ท.ชลธาร จิราณรงค์ ผบช.นรป.(สบ 8) เป็นรองหน.รป.(สบ 9) พล.ต.ท.ถวิล สุรเชษฐพงษ์ ผบช.ภ.7 (นรต.25) เพื่อนร่วมรุ่นพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผบ.ตร. ย้ายมาเป็นจเรตำรวจ(สบ 8) โดยเลื่อน พล.ต.ต.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน รองผบช.น. คนสนิท นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นผบช.ภ.7 พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก จเรตำรวจ(สบ 8) เป็นผบช.กพ.
สำหรับตำแหน่งที่มีการจับตามองเป็นพิเศษ คือ พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภ.5 ซึ่งถูก กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ กล่าวหาว่าพัวพันคดีอุ้มนักธุรกิจซาอุฯ ว่าจะมีการโยกย้ายในครั้งนี้หรือไม่ เนื่องจาก พล.ต.ท.สมคิด เป็นน้องชายของ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม แกนนำคมช.คนสำคัญ นอกจากนี้มีผลงานสำคัญในการทำคดีซื้อเสียงของนายยงยุทธ ติยะไพรัช หรือยุทธ ตู้เย็น รวมถึงดูแลพื้นที่ภาคเหนือซึ่งเป็นฐานสำคัญของกลุ่มคนเสื้อแดง
นอกจากนี้ยังต้องจับตาว่า บอร์ดกลั่นกรองจะพิจารณาความเหมาะสมอย่างไร กรณี พล.ต.ท.สัณฐาน ยังถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณี ใช้อำนาจหน้าที่บริหารงานโดยไม่ยึดถือและปฏิบัติตาม พ.ร.บ.งบประมาณปี 2552 และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ กรณียกเลิกประกวดราคาจัดหาครุภัณฑ์วิทยุแบบมือถือ และจัดหาอุปกรณ์ควบคุม ฝูงชนเข้ามาทดแทน และบริหารงานโดยใช้ตำแหน่งหน้าที่ ดำเนินการจัดจ้างซ่อมแซมบ้านพักของตนเองในลักษณะที่ไม่ถูกต้อง ในระหว่างรับราชการเป็น ผบช. ซึ่งขัดต่อระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยการพัสดุฯ ใช้อำนาจในตำแหน่ง ผบช. สั่งการให้ดำเนินการจัดจ้างซ่อมแซมที่ทำการ สำนักงานของตนเอง ในระหว่างเป็น ผบช. โดยขัดต่อระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยการพัสดุฯ



