
อภิสิทธิ์รับขยายผลหาผู้กระทำผิดร่วมราเกซยาก
ดีเอสไอจับตาคดียักยอกทรัพย์บีบีซี หากพบข้อเท็จจริงใหม่นอกเหนือจากคดีเก่าอาจรับเป็นคดีพิเศษ พท.จี้อภิสิทธิ์รักษาคำพูดจัดการนักการเมืองพันราเกซ
(1พ.ย.) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีนายราเกซ สักเสนา ผู้ต้องหาคดียักยอกทรัพย์ธนาคารกรุงเทพพาณิชยการ จำกัด (มหาชน) อาจให้การถึงนักการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการยักยอกทรัพย์จนธนาคารถูกปิดกิจการ ว่า ในทางกฎหมายคำให้การซัดทอดของจำเลยในชั้นศาล ถือว่ามีน้ำหนักน้อย เว้นแต่มีพยานแวดล้อมอื่นมาสนับสนุนจนมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีใครรู้ว่านายราเกซจะให้การอย่างไร สำหรับคดียักยอกทรัพย์บีบีซีนั้น แม้เป็นคดีความผิดตามพ.ร.บ.แนบท้ายการสอบสวนคดีพิเศษ แต่เป็นคดีที่เกิดขึ้นก่อนดีเอสไอจะก่อตั้งขึ้น คดีที่สอบสวนไว้ทั้งหมดแล้วกว่า 20 สำนวน จึงเป็นอำนาจสอบสวนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เว้นแต่คดีมีข้อเท็จจริงใหม่ปรากฏขึ้นดีเอสไอก็จะนำมาพิจารณาว่าจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่
อภิสิทธิ์รับขยายผลหาผู้กระทำผิดร่วมราเกซยาก
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวยอมรับว่า การขยายผลที่จะหาผู้ร่วมกระทำผิดในคดีนายราเกซ เป็นเรื่องยาก เพราะคดีที่เกิดขึ้นได้ผ่านพ้นมานานแล้ว อย่างไรก็ตามได้กำชับเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปดูแลเรื่องความปลอดภัยของนายราเกซ สักเสนา
พท.จี้อภิสิทธิ์รักษาคำพูดจัดการนักการเมืองพัน“ราเกซ”
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงเรียกร้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ดำเนินการกลุ่มนักการเมืองที่เกี่ยวพันคดียักยอกทรัพย์บีบีซี ว่า ตามที่นายอภิสิทธิ์ ได้แถลงต่อสื่อมวลชนว่า คดีของนายราเกซ หากเกี่ยวโยงกับบุคคลใดไม่ว่าจะอยู่ในพรรคการเมืองร่วมรัฐบาล หรือไม่ก็จะดำเนินคดีโดยไม่มีการละเว้นแล้ว ขอให้นายอภิสิทธิ์ ในฐานะนายก ฯ ต้องรักษาคำพูด เพราะคนเป็นผู้นำ เมื่อพูดอะไรออกมาแล้ว คำพูดนั้นจะเป็นนายเรา ซึ่งหากกฎเหล็ก 9 ข้อยังไม่ขึ้นสนิมนายอภิสิทธิ์ต้องดำเนินการอย่างจริงจังตามที่พูดไว้ เพราะข้อเท็จจริงที่ปรากฏเป็นข่าวได้ระบุว่า น่าจะมีบุคคลที่เป็นนักการเมืองในอดีตสังกัดกลุ่ม 16 บางคนซึ่งดำรงตำแหน่งในรัฐบาลขณะนั้น ได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดด้วย โดยหลักฐานต่างๆ เป็นเรื่องที่พิสูจน์ไม่ยาก
“ นายอภิสิทธิ์ ในฐานะผู้บริหารสูงสุด ของฝ่ายบริหาร สามารใช้อำนาจตามกฎหมายสั่งให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเรื่องดังกล่าวได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องออกมาพูดในลักษณะของการสร้างภาพ ซึ่งจะเป็นข้อพิสูจน์ภาวะความเป็นผู้นำของนายอภิสิทธิ์ว่าจะเอาผลประโยชน์ประเทศชาติ หรือผลประโยชน์ระหว่างพรรคร่วมเป็นที่ตั้ง หากนายอภิสิทธิ์ทำไม่ได้ตามคำพูด ก็จะหมดความน่าเชื่อถือทันที ” โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวและว่า
นายราเกซถือเป็นกุญแจดอกสำคัญที่จะเปิดเผยข้อมูลของผู้ร่วมขบวนการ จึงฝากให้นายอภิสิทธิ์ให้ความคุ้มครองนายราเกซให้ดีด้วย เพราะหากเกิดอะไรขึ้นกับนายราเกซระหว่างนี้ก็จะทำให้นานาชาติขาดวามเชื่อมั่นต่อรัฐบาลและกระบวนการยุติธรรมของประเทศ ซึ่งจะส่งผลให้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์อยู่ต่อไปไม่ได้



