ข่าว

ถังแก๊สระเบิดตาย1เจ็บ16ลอยกระทงตาก

ถังแก๊สระเบิดตาย1เจ็บ16ลอยกระทงตาก

01 พ.ย. 2552

ถังแก๊สระเบิดในงานลอยกระทง อ.แม่ระมาด จ.ตาก ตาย 1 เจ็บ 16 เผยชาวพม่า เจ้าของร้านขายลูกโป่งสวรรค์ ทำประมาทระเบิดดังสนั่นอภิสิทธิ์เตือนปชช.ระวังความปลอดภัย

 เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 1 พ.ย. พ.ต.ท.สุชาติ คงศรี พนักงานสอบสวน สภ.แม่ระมาด จ.ตาก ได้รับรายงานว่ามีถังแก๊สระเบิดกลางงานลอยกระทง บริเวณลานสนามหญ้า เทศบาลตำบลแม่ระมาด อ.แม่ระมาด จ.ตาก  จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบมีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งสาหัสและเล็กน้อย ชายและหญิง ทั้งหมด 16 ราย และมีเสียชีวิต 1 ราย จึงนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลแม่ระมาด

 จากการสอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ เป็นช่วงเวลางานลอยกระทงกำลังเลิก นายอะทวย ชาวพม่า เจ้าของร้านขายลูกโป่งสวรรค์ในงาน ได้นำรถเข็นเพื่อบรรทุกของกลับบ้าน รวมทั้งถังแก๊ส แต่ถังแก๊สได้เกิดระเบิดขึ้นทันที ทำให้ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว ส่วนนายอะทวยนั้น เสียชีวิตคาที่

 ส่วนสาเหตุของการระเบิดในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตั้งประเด็นไว้ 3 สาเหตุคือ ถังแก๊สชำรุดและแก๊สเกิดการรั่วไหล และถูกประกายไฟซึ่งมีหลายสาเหตุเช่นระหว่างการเคลื่อนย้าย ดอกไม้ไฟหรือไฟพะเนียงที่จุดในงาน ซึ่งต้องรอผลการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานแจ้งยืนยันอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม งานเทศกาลลอยกระทงครั้งนี้จัดโดยเทศบาลตำบลแม่ระมาด

อภิสิทธิ์เตือนปชช.ระวังความปลอดภัย

 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ“เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” ถึงกรณีเทศกาลลอยกระทง ในวันที่ 2 พฤศจิกายนนี้ ว่า ตนอยากจะขอย้ำกับประชาชนให้ดูแลเรื่องของความปลอดภัย เนื่องจากทุกครั้งที่มีเทศกาล หรือมีกิจกรรมที่ประชาชนจำนวนมากไปเข้าร่วม หากไม่ระมัดระวังมักจะเกิดอุบัติเหตุ และมีความสูญเสียที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น นอกจากนี้ตนอยากเชิญชวนให้ประชาชนทุกคนช่วยกันดูแลสิ่งแวดล้อม โดยใช้กระทงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ และมีการรณรงค์ในเรื่อง 1 ครอบครัว 1 กระทง

พิจิตรจัดลอยกระทงในพระอุโบสถคืนพรุ่งนี้

 พระเณรและชาวบ้านที่วัดไทรย้อย เขตเทศบาลตำบลสากเหล็ก อำเภอสากเหล็กจังหวัดพิจิตร ต่างช่วยกันประดับไฟแสงสีบริเวณรอบพระอุโบสถเพื่อเตรียมจัดงานลอยกระทงในคืนพรุ่งนี้ โดยที่วัดแห่งนี้ มีการลอยกระทงที่ไม่เหมือนกับแห่งอื่นๆ เนื่องจากที่นี่ใช้วิธีลอยกระทงรอบพระอุโบสถ ซึ่งมีการสืบสานประเพณีนี้มานานกว่า 10 ปี

 เนื่องจากที่อำเภอแห่งนี้มีสภาพแห้งแล้ง ไม่มีแม่น้ำลำคลองไหลผ่าน ทำให้ต้องมีการสูบน้ำไว้ในรอบพระอุโบสถ แล้วใช้เครื่องสูบน้ำให้หมุนเวียนรอบพระอุโบสถ ซึ่งผลดีที่ได้จากจะได้สืบสานงานประเพณีแล้วยัง ไม่เกิดอันตรายเนื่องจากน้ำสูงเพียง 30 เซนติเมตร และยังสามารถควบคุมผลเสียที่เกิดการใช้กระทงลอยไม่ทำให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

 โดยเฉพาะการรักษาความสะอาด ที่หากประชาชนนำกระทงที่ผลิตจากโฟมมาใช้ก็จะสามารถเก็บขึ้นมาเพื่อใช้ประโยชน์ต่อไปได้อีก ขณะเดียวกันชาวบ้านก็ยังเชื่อว่าการลอยกระทง รอบพระอุโบสถซึ่งภายในบรรจุพระพุทธรูป ประธาน ตัวแทนสมเด็จพระพุทธเจ้าไว้ด้านในจะได้ผลบุญกุศลอีกด้วย