
อภิสิทธิ์โชว์ผลงานแก้ปัญหาภาคใต้
"อภิสิทธิ์" ยืนยันอีกครั้งในรายการ เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ ต่างชาติเห็นบทบาทของไทยในฐานะประธานอาเซียน รัฐบาลเดินหน้าโครงการประกันรายได้เกษตรกรแล้ว พร้อมโชว์ผลงานแก้ปัญหาภาคใต้
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที 1 พ.ย. ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวกับพี่น้องประชาชนในรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” เป็นครั้งที่ 42 ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ดังนี้
ช่วงที่ 1
สวัสดีครับพี่น้องประชาชนที่เคารพรักทุกท่านครับ สัปดาห์นี้กลับมาพบกันเช่นเคยนะครับ วันนี้เป็นการจัดรายการสดครับ แต่ว่าในช่วงที่ 2 ของรายการนั้นจะเป็นการเก็บบรรยากาศการไปพบปะกับตัวแทนของภาคเอกชนใน 3 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งเมื่อวานนี้ผมได้เดินทางลงไปพบปะกับกลุ่มผู้แทนของภาคเอกชนที่หาดใหญ่นะครับ
ต่างชาติเห็นบทบาทของไทยในฐานะประธานอาเซียน
สำหรับในช่วงแรกนี้อยากจะเริ่มต้นด้วยการขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกท่านอีกครั้งหนึ่งนะครับที่ได้ร่วมกันเป็นเจ้าภาพที่ดีและสร้างความประทับใจให้บรรดาผู้นำที่ได้มาร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน และการประชุมที่เกี่ยวข้องที่ชะอำ-หัวหิน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว การประชุมก็ได้ผ่านพ้นไปด้วยความเรียบร้อยได้ครบถ้วนทั้งเนื้อหาสาระและในเรื่องของการที่ทำให้ผู้นำและประชาชนในต่างประเทศนั้นได้เห็นบทบาทของประเทศไทย ในการเป็นประธานของอาเซียน และในการที่สามารถผลักดันให้ความร่วมมือในภูมิภาคนี้เดินต่อไปได้ด้วยดี
เชิญชวนใช้วัสดุธรรมชาติลอยกระทง
สำหรับในสัปดาห์ที่จะถึงนี้พี่น้องประชาชนจำนวนมาก คงจะร่วมกันลอยกระทง เมื่อวานนี้ผมได้ไปเปิดงานซึ่งได้เริ่มต้นแล้วเป็นมหกรรมลอยกระทง เป็นงานสีสันแห่งสายน้ำ ซึ่งทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬากับกรุงเทพมหานคร ได้จัดขึ้น และผมก็ทราบครับว่ากิจกรรมของการลอยกระทงนั้นก็มีหลายต่อหลายจังหวัดมาก ไม่ว่าจะเป็นทางเหนือ เชียงใหม่ ตาก สุโขทัย อยุธยา สมุทรสงคราม ในภาคกลาง ก็มีการรื้อฟื้นประเพณีขึ้นมา ซึ่งเป็นประเพณีที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์เฉพาะของท้องถิ่นของตัวเอง หรือทางใต้ที่สงขลาก็จะมีงานต่าง ๆ สิ่งที่อยากจะย้ำกับพี่น้องประชาชนครับประการแรกคือว่าขอให้ดูแลในเรื่องของความปลอดภัย เพราะทุกครั้งที่มีเทศกาล มีกิจกรรมที่พี่น้องประชาชนจำนวนมากไปเข้าร่วมนั้น ถ้าหากว่าไม่ระมัดระวังแล้วจะมีเรื่องของอุบัติเหตุ เรื่องของความสูญเสียที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น ประการที่ 2 ก็อยากจะเชิญชวนครับในเรื่องของการช่วยกันดูแลสิ่งแวดล้อม โดยการใช้วัสดุธรรมชาติ และมีการรณรงค์ในเรื่องของ 1 ครอบครัว 1 กระทงด้วย อันนี้ก็หวังเป็นอย่างยิ่งครับว่าจะได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทุกคน
รัฐบาลเดินหน้าโครงการประกันรายได้เกษตรกรแล้ว
สัปดาห์นี้ในช่วงแรก ผมมีเรื่องที่อยากจะพูดคุยเป็นพิเศษอยู่ 3 เรื่องครับ เรื่องแรกคงจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชนจำนวนมากที่สุด คือพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือในขณะนี้โครงการประกันรายได้เกษตรกรก็เริ่มเดินหน้าอย่างชัดเจน แล้วก็ผลิตผลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของข้าวโพด มันสำปะหลัง และข้าว ก็จะเริ่มออกมาในปริมาณที่ค่อนข้างมาก เมื่อต้นสัปดาห์ผมได้ไปทำพิธีในการโอนเงินในส่วนของการชดเชยในโครงการประกันรายได้เกษตรกรในส่วนของข้าวโพด มีการโอนเงินไปที่เกษตรกร ทั้งที่จังหวัดลพบุรี ทั้งที่จังหวัดเพชรบูรณ์ เกษตรกรที่ผมได้พบปะที่เดินทางมาที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) ในกรุงเทพมหานคร ก็มีการพูดคุยกัน หลายคนก็ทำอยู่ อาจจะ 16-17 ตันและได้ชดเชยกันไปกิโลกรัมละประมาณ 1.50 บาท เพราะฉะนั้น บางท่านก็ได้รับเงินกลับไป 20,000 บาท 30,000 บาท นะครับ ก็เป็นการยืนยันนะครับว่าโครงการนี้ที่หลายฝ่ายมีความวิตกกังวลว่านโยบายชัดเจนหรือไม่ เงินจะสามารถดำเนินการโอนไปได้เมื่อไหร่ ขั้นตอนอย่างในส่วนของข้าวโพดขึ้นทะเบียน ทำประชาคม ทำสัญญา ผลผลิตออกมา มาใช้สิทธิ์ตามสัญญา ขณะนี้ก็ถือว่าครบถ้วนทุกขั้นตอนนะครับ ได้เริ่มต้นแล้วในส่วนของข้าวโพด และในส่วนของมันสำปะหลังก็จะตามมา
สำหรับในส่วนของข้าวเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชนที่เป็นเกษตรกรจำนวนมากที่สุด ตอนนี้ก็ยังต้องเร่งทำงาน เพราะจะเป็นงานที่ยากที่สุดในบรรดาพืชผลทั้งหลาย เพราะว่าข้าวจะมีปริมาณมากที่สุด ทั้งในแง่ของตัวผลิตผลเอง ทั้งในแง่ของจำนวนครัวเรือนด้วย อยากจะเรียนอย่างนี้ครับว่าการติดตามเรื่องนี้ทั้งในส่วนของราชการเอง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง โดย ธ.ก.ส. ตัวท่านรองนายกรัฐมนตรี และตัวผมเอง ติดตามอย่างใกล้ชิดอยู่ตลอดเวลา และผมทราบครับว่า พี่น้องประชาชนมีความห่วงใยหลายแง่หลายมุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในจังหวัดที่มีการปลูกข้าวกันมาก โดยเฉพาะในจังหวัดที่ข้าวเริ่มออก จะเป็น ส.ส.ในจังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก อ่างทอง ลพบุรี หรือแม้กระทั่งในอีสานอย่างจังหวัดสุรินทร์ ก็ได้มีการมาให้ข้อมูลผม เพื่อที่จะดูแลแก้ไขปัญหาที่ยังเป็นข้อขัดข้อง หรืออุปสรรคอยู่
ยกตัวอย่างเช่น มีการร้องเรียนมาในเรื่องของปริมาณผลผลิตต่อไร่ ซึ่งเราได้ใช้ในการคำนวณในการชดเชย ก็มักจะมีการร้องเรียนมาว่าตัวเลขที่กระทรวงเกษตรฯ ใช้ซึ่งส่วนใหญ่เป็นตัวเลขค่าเฉลี่ย หรือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในอดีต หลายพื้นที่บอกว่าปัจจุบันทำได้มากกว่านั้น เพราะฉะนั้น เมื่อวันอังคาร (27 ต.ค.) ทางคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีการพิจารณในเรื่องนี้ได้มีอนุกรรมการและคณะทำงานที่ไปทบทวนเรื่องนี้มา ก็ได้มีการปรับในเรื่องของผลผลิตต่อไร่ที่ใช้ในการคำนวณเพื่อชดเชยเกษตรกรปรับเพิ่มขึ้นไปแล้ว 19 จังหวัด อย่างไรก็ตามสำหรับจังหวัดอื่น ๆ ที่ได้มีการร้องเรียนมาก็จะส่งให้คณะทำงานได้ช่วยไปทบทวนดูอีกครั้งหนึ่ง
ประเด็นที่ 2 คือว่าในหลายจังหวัดนั้นยังมีเสียงบ่นว่าราคาอ้างอิง ซึ่งรัฐบาลใช้คำนวณเพื่อชดเชยพี่น้องเกษตรกร ยังไม่เป็นราคาที่เกษตรกรสามารถขายผลิตผลของตัวเองได้จริง ส่วนยังเป็นปัญหาเรื่องความชื้น ซึ่งขณะนี้ประกาศที่รัฐบาลได้ประกาศออกไป จะมีการทอนราคาให้เห็นชัดเจนว่า ข้าวความชื้นเท่าไหร่จะต้องขายได้ในราคาเท่าไหร่ เมื่อราคาอ้างอิงที่ประกาศไปเป็นเช่นนี้ ซึ่งเป็นราคาที่เราทอนมาจากราคาในตลาดโลก และหักในกระบวนการต่าง ๆ ตั้งแต่การแปรสภาพไปสู่การส่งออก ตรงนี้เป็นสิ่งที่ผมอยากจะให้ความมั่นใจอย่างนี้ครับว่า ราคาอ้างอิงที่รัฐบาลประกาศนั้น รัฐบาลมั่นใจว่าเป็นราคาที่สามารถซื้อขายได้จริง และถ้าหากว่าขณะนี้ราคาที่ขายได้ต่ำกว่านั้น ก็แปลว่ามีกระบวนการซึ่งมีส่วนเข้าไปกดราคาข้าว เพราะฉะนั้น มาตรการที่เข้าไปเสริมเพื่อรักษาเสถียรภาพ
เริ่มโครงการรักษาเสถียรภาพราคาข้าว
ขณะนี้รัฐบาลได้เดินหน้าทำโครงการที่เราเรียกว่ารักษาเสถียรภาพราคาข้าว ทั้งในส่วนของการให้สินเชื่อแก่โรงสีที่มีปัญหาขาดสภาพคล่องเข้าไปซื้อข้าว และมาตรการสำคัญที่สุดคือว่า ในบางช่วงบางจังหวะบางพื้นที่รัฐบาลจะเข้าไปรับซื้อข้าวเองในราคาอ้างอิง เพราะมั่นใจว่าซื้อมาแล้วสามารถที่จะระบายหรือขายออกไปได้ในราคาที่ไม่ขาดทุน โครงการนี้จะเริ่มต้นวันพรุ่งนี้จะไปเริ่มต้นกันที่กำแพงเพชร ที่พิษณุโลก และที่นนทบุรี ซึ่งตั้งแต่มีการประกาศในการดำเนินโครงการนี้ไปราคาข้าวเริ่มขยับขึ้นมาน่าจะเป็นสัญญาณที่ดี และสำหรับในวันพรุ่งนี้จะต้องมีการประกาศราคาอ้างอิงใหม่ด้วย ซึ่งจะสะท้อนภาพของราคาตลาดที่แท้จริง ขอให้เกษตรกรมั่นใจว่าเราเดินหน้าทำในเรื่องเหล่านี้ และในส่วนของเกษตรกรที่ยังมีความห่วงใยอยู่ว่ายังไม่ได้ทำสัญญา ขณะนี้ได้มีการเร่งรัดกระบวนการในเรื่องของการทำประชาคม รับรองทะเบียนและทำสัญญา โดยจะมุ่งเข้าไปทำในพื้นที่ซึ่งจะมีการเก็บเกี่ยวก่อน ผมได้มีการไล่ตัวเลขอยู่ทุกสัปดาห์ บางสัปดาห์ก็มากกว่า 1 ครั้งนะครับว่ามีการทำงานคืบหน้าไปแค่ไหนเพียงไร เพราะฉะนั้น ยืนยันว่าโครงการนี้จะสามารถดำเนินการไปได้
สำหรับภาพรวมของตลาดข้าวก็อยากจะเรียนครับว่า มีแนวโน้มที่ค่อนข้างดีในเรื่องของราคา เพราะฉะนั้น อยากจะเรียนว่ารัฐบาลนั้นไม่มีปัญหาเลยนะครับในขณะที่ทำโครงการนี้ รวมทั้งที่จะเข้าไปแทรกแซงในการรับซื้อ มั่นใจครับว่าตลาดในอนาคตจะเป็นตลาดที่ค่อนข้างดี และรัฐบาลก็จะไม่รีบร้อนในเรื่องของระบายข้าว ยกเว้นในกรณีของการขายรัฐต่อรัฐ เพราะฉะนั้น มั่นใจว่าจะสามารถดึงราคาและดำเนินโครงการประกันรายได้ โดยไม่เป็นภาระมากจนเกินไปสำหรับรัฐบาลเอง และที่สำคัญที่สุดครับ ไม่ว่าจะเป็นข้าวโพด มันสำปะหลัง หรือข้าว โครงการนี้จะช่วยพี่น้องเกษตรกรได้ทุกครัวเรือน ส่วนเกษตรกรที่ปลูกข้าวอายุน้อยกว่า 90 วัน ซึ่งเราไม่ได้ส่งเสริมและไม่ได้เข้าโครงการนี้ ผมได้ขอให้ทางคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติได้รีบไปดูว่าจะมีมาตรการที่รองรับช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรเหล่านี้บ้างได้อย่างไร แต่ก็จะจูงใจว่าให้เลิกปลูกข้าวซึ่งมีอายุน้อยกว่า 90 วันซึ่งเราถือว่าเป็นข้าวคุณภาพต่ำ และไม่อยากที่จะส่งเสริมให้มีการเพาะปลูกต่อไป ไม่อย่างนั้นก็จะเป็นการทำลายศักยภาพขีดความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยเอง
รัฐบาลยึดถือแนวทางการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ
เรื่องที่ 2 ที่คงจะต้องพูดคุยในวันนี้ครับคือปัญหาที่เกิดขึ้นจากเรื่องของสิ่งแวดล้อมกับการพัฒนาอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือกรณีของมาบตาพุด อยากจะเรียนอย่างนี้ครับว่าจริง ๆ ผมย้ำไปหลายครั้งแล้วว่า รัฐบาลได้ยึดถือแนวทางการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ เพียงแต่ว่าโครงการที่รัฐบาลได้เดินหน้าอนุมัติไปก่อนหน้านี้นั้น เป็นโครงการซึ่งเมื่อตรวจวิเคราะห์จากรายงานการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมแล้วเห็นว่าไม่ได้มีผลกระทบรุนแรงต่อชุมชน แต่อย่างไรก็ตามครับในขณะนี้ด้วยความเห็นใจ และด้วยความเข้าใจความเดือดร้อนของพี่น้องที่อยู่ที่มาบตาพุด ซึ่งเดือดร้อนจากปัญหามลพิษมาเป็นเวลาพอสมควร เราก็ได้มีแนวทางในการทำงานอย่างนี้ ประการแรกได้มีการให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ได้เข้าไปพบกับพี่น้องประชาชนที่มาชุมนุม มาเคลื่อนไหว หรือแม้กระทั่งให้ลงไปในพื้นที่ และจะลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อเร่งรัดมาตรการในเรื่องของการเยียวยาต่าง ๆ จะดูแลเรื่องของหลักประกันในด้านการดูแลสุขภาพ พัฒนาปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โรงพยาบาลและอื่น ๆ เพื่อเป็นการเยียวยาปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีต ประการที่ 2 ครับขณะนี้กติกาที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 67 วรรคสอง รัฐบาลได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้วนะครับ คือคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมได้กำหนดแนวทางที่ชัดเจนขณะนี้ ประการแรกคือว่าโครงการใดจะเข้ามาตรา 67 วรรคสองนั้น ก็มีตั้งแต่โครงการที่อยู่ในประกาศของกระทรวงอื่น ๆ ประการที่ 2 เป็นโครงการที่มีเรื่องร้องเรียนเข้ามา และคณะอนุกรรมการจะมีการดำเนินการให้เข้าสู่กระบวนการของมาตรา 67 วรรคสอง ประการที่ 3 อาจจะเป็นโครงการซึ่งมีการดำเนินการไปแล้ว แต่ว่ามีปัญหามลพิษขึ้นมาก็จะย้อนกลับเข้ามาสู่กระบวนการนี้ และช่องทางที่ 4 คือว่าในพื้นที่ที่มีความอ่อนไหว โครงการใดซึ่งมีผลกระทบต่อความอ่อนไหวในพื้นที่นั้นก็จะต้องเข้าสู่กระบวนการของมาตรา 67 วรรคสอง
ถามว่าเมื่อเข้าแล้วจะทำอะไรนะครับ ข้อแรกก็คือทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งก็ทำกันอยู่แล้ว ข้อที่ 2 คือทำรายงานผลกระทบทางด้านสุขภาพ ซึ่งเราได้ใช้กระบวนการที่ทางคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติได้กำหนดเอาไว้ แล้วเอาเข้ามาผนวกกับรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งใน 2 กระบวนการนี้ก็จะมีการรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนเป็นกระบวนการภายในตรงนี้อยู่แล้ว ข้อที่ 3 หน่วยงานที่จะต้องทำหน้าที่ในการอนุมัติ อนุญาต โครงการ จะต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นเป็นการเฉพาะ ซึ่งจะอิงกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีที่มีอยู่ในเรื่องนี้ แต่จะมีข้อกำหนดเพิ่มเติมให้การรับฟังความคิดเห็นนั้นสามารถที่จะครอบคลุมประเด็นในเรื่องของผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสุขภาพได้อย่างเหมาะสม และข้อสุดท้ายครับจะเปิดโอกาสให้ทางผู้แทนขององค์กรที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อมกับผู้แทนจากภาควิชาการ รวมตัวกันในการที่จะเป็นองค์การอิสระ สามารถมาจดแจ้งและก็สนใจที่จะให้ความเห็นในโครงการใด รับรายงานของผู้ชำนาญการไปดู และให้ความเห็นกลับมายังหน่วยงานอนุญาต
เพราะฉะนั้น ระหว่างที่ยังไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายก็จะใช้กระบวนการนี้ ขณะนี้ผมกำลังจะเดินหน้าในการที่จะให้หลายโครงการ ซึ่งแม้ว่ารัฐบาลได้เห็นว่าไม่ได้เข้าข่ายของมาตรา 67 วรรคสอง เชิญชวนให้เข้ามาสู่กระบวนการนี้เพื่อความมั่นใจและความสบายใจของพี่น้องประชาชนในมาบตาพุด และที่จังหวัดระยอง โดยโครงการเหล่านี้อยากจะเรียนว่าจริง ๆ แล้วก็อยู่ในช่วงของการก่อสร้าง ยังไม่ได้เริ่มต้นการประกอบการ และจะเดินหน้าได้มากน้อยแค่ไหน ก็จะขึ้นอยู่กับคำวินิจฉัยของศาล ซึ่งทางรัฐบาลได้อุทธรณ์ไปในกรณีที่มีคำสั่งชั่วคราวระงับการดำเนินการอยู่ พร้อม ๆ กันนั้นครับผมได้หารือกับทางภาคประชาชนครับ และทาง ส.ว. และ ส.ส.ที่สนใจในเรื่องนี้ก็ตั้งใจที่จะตั้งคณะกรรมการที่ประกอบไปด้วย 4 ฝ่ายขึ้นมา เพื่อมาไล่ดู 76 โครงการให้เห็นว่าแต่ละโครงการมีโครงการไหนมีปัญหาอย่างไร จะต้องกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมและแก้ไขอะไรอย่างไร ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าก็จะได้ความสมดุลระหว่างการพัฒนากับเรื่องของการดูแลคุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อมของพี่น้องประชาชน
เชิญสหภาพฯ ผู้บริหารมาพูดคุยเพื่อคลี่คลายปัญหา รฟท.
สุดท้ายครับเรื่องที่จะต้องคุยเล็กน้อยคือว่า ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับรถไฟ ขณะนี้รัฐบาลได้แก้ไขปัญหาจนรถไฟนั้นสามารถกลับมาให้บริการพี่น้องประชาชนได้ตามปกติแล้ว แต่ว่ายังมีปมเงื่อนไขความขัดแย้งอยู่ในกรณีที่มีการลงโทษพนักงาน ในกรณีที่มีการร้องเรียนผู้บริหาร ในกรณีที่บอกว่าอาจจะมีความไม่เป็นธรรมเกิดขึ้น และข้อห่วงใยที่เกี่ยวข้องกับตัวปัญหาความปลอดภัยก็ดี หรือแนวทางการปฏิรูปรถไฟต่อไปในอนาคตก็ดี สัปดาห์ที่จะถึงนี้ผมจะได้เชิญทางตัวแทนของทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นสหภาพฯ ผู้บริหาร มาพูดคุยกัน เพื่อคลายปัญหา แต่ว่าอยู่บนพื้นฐานที่ขณะนี้ทุกฝ่ายตกลงตรงกันว่าจะต้องเดินหน้าให้บริการแก่ประชาชนตามปกติ สัปดาห์นี้คงจะมีเวลาเพียงเท่านี้ครับ เดี๋ยวพักกันสักครู่แล้วไปดูการลงพื้นที่ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อวานนี้พบปะกับผู้ประกอบการใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ครับ
ช่วงที่ 2
ผู้ดำเนินรายการ (นายอภิรักษ์ หาญพิชิตวณิชย์) สวัสดีครับนี่คือรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ ผมมีโอกาสได้เดินทางมาที่สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ แน่นอนนะครับบริเวณนี้เป็นหัวใจหลักในการเชื่อมต่อคมนาคมไปยังภาคใต้ รวมไปถึง 3 - 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เดี๋ยวจะไปดูบรรยากาศและไปพูดคุยกับผู้คนแถวนี้กันนะครับว่า รถไฟที่ฟรี รถไฟที่มีการใช้บริการในแบบที่ต่อเนื่อง แต่ว่าตอนนี้เริ่มที่จะมาเปิดให้บริการกันอย่างต่อเนื่องอีกครั้งนั้น ความรู้สึกของเขาเป็นอย่างไร แล้วความคิดความเห็นต่อรัฐบาลชุดนี้มีอะไรจะฝากกันบ้าง เดี๋ยวเราไปดูกันครับ
และแน่นอนนะครับ ความปลอดภัย ความสะดวก ความสบายของประชาชนในบริเวณนี้เป็นสิ่งที่เขาถามหา เดี๋ยวเราจะไปดูนะครับว่าบรรยากาศของผู้คนที่อยู่ในบริเวณนี้ จากการใช้บริการรถไฟเส้นหาดใหญ่ไปยังสุไหงโก-ลก เขารู้สึกอย่างไร แต่ว่าช่วงนี้ให้คุณผู้ชมได้เห็นบรรยากาศจริง ๆ พร้อม ๆ กันเลยครับ
ผู้ดำเนินรายการ ไปไหนจ๊ะ
ผู้โดยสารรถไฟ ไปปัตตานีค่ะ
ผู้ดำเนินรายการ มากับคุณย่าเหรอ
ผู้โดยสารรถไฟ ค่ะ
ผู้ดำเนินรายการ รถไฟปิดมาหลายวัน พอมาเปิดแล้วดีขึ้นไหม
ผู้โดยสารรถไฟ ดีขึ้นครับ
ผู้ดำเนินรายการ นี่กลับบ้านหรือไปไหนกันครับ
ผู้โดยสารรถไฟ ไปทำงาน
ผู้ดำเนินรายการ ไปทำงานก็ไปกันทั้งบ้านเลย
ผู้โดยสารรถไฟ ครับผม เดินทางลำบากครับ เพราะว่าเดินทางรถไฟตลอด
ผู้ดำเนินรายการ พอรถสายใต้วิ่งแล้ว ขายดีไหม
แม่ค้าที่สถานีรถไฟ ดีค่ะ
ผู้ดำเนินรายการ แล้วขายของอะไรต่อมิอะไรดีขึ้นไหม
แม่ค้าที่สถานีรถไฟ ก็ได้ค่ะพี่ ก็ดีกว่ารถไฟหยุดค่ะพี่
ผู้ดำเนินรายการ นี่เอามาขายจากที่ไหน
แม่ค้าที่สถานีรถไฟ มาจากพัทลุง
ผู้ดำเนินรายการ มาจากที่พัทลุงเลยเหรอ ฝากอะไรถึงนายกฯ ไหม
แม่ค้าที่สถานีรถไฟ นายกฯ ขอบคุณมาก ที่ให้รถไฟวิ่ง
ผู้ดำเนินรายการ ได้เห็นความรู้สึกของชาวใหญ่ จังหวัดสงขลาแล้วนะครับว่าพวกเขารู้สึกกันอย่างไรกับบรรยากาศและเรื่องราวของเศรษฐกิจในช่วงนี้ ถึงช่วงเวลาที่เราจะไปฟังความเห็นของภาคเอกชน รวมไปถึงความเห็นของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการจะสื่อสารให้กับประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ครับ
ภาคเอกชน เรียนท่านนายกรัฐมนตรีและคณะ และผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านครับ ผมในฐานะรองประธานสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา และนายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่ สงขลา นะครับ วันนี้มีความยินดีอย่างมากที่ท่านนายกฯ ได้มาพบกับภาคเอกชน ที่ได้รับฟังปัญหาว่ามีอะไรบ้าง ก็ต้องกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีว่า ตอนนี้สงขลาตั้งแต่เดือนพฤษภาคมมานี้ ภาคเอกชนก็ขาดทุนนะครับ เพราะว่าหลายปัญหาที่เข้ามาจากปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ฝ่ายความมั่นคง สองก็คือ การกระตุ้นการท่องเที่ยว ก็ฝากเรียนท่านช่วยให้กรม กอง ต่าง ๆ มาประชุมกระตุ้นการท่องเที่ยว เพื่อให้คนหาดใหญ่มีรายได้ขึ้นมานะครับ สามก็คือ เวลามาเลเซียเขาเข้ามานี้เขาก็ติดที่ด่าน ด่านก็มีปัญหา ส่วนอีกเรื่องหนึ่งนะครับ ก็หาดใหญ่ตอนนี้คือหน้าฝน อยากจะให้ทางรัฐบาลช่วยเพิ่มงบประมาณให้เทศบาลนครหาดใหญ่ เพราะจะได้ไปแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วม อีกเรื่องหนึ่งที่ผมในนามนายกสมาคมโรงแรมฯ ก็มีปัญหากับทางเทศบาลเรื่องบำบัดน้ำเสียนะครับ ตอนนี้โรงแรมเป็นหนี้เทศบาลอยู่ประมาณทั้งดอกเบี้ยด้วยเกือบ 500 ล้าน ก็ฝากท่านว่าช่วยแก้ปัญหา จะเป็นวิถีทางใดก็แล้วแต่ หนี้ของภาคเอกชนที่ค้างอยู่นี้ ให้สามารถจบไปก่อน แล้วก็ทำของใหม่อีก เราก็มาคุยกัน และอีกเรื่องหนึ่งนี้คือปัญหาเรื่องเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ soft loan นะครับ ก็ต้องฝากท่านนายกรัฐมนตรีว่า จะหาวิธีทำอย่างไรให้หาเงินมาช่วยภาคเอกชนได้กู้ต่อไป MLR -2.75 เราก็จะได้อยู่กันต่อไปนะครับ ถ้าไม่นั้นเราก็อยู่ไม่ได้ ขอบคุณมากครับ
ผู้ดำเนินรายการ ครับมีอยู่ 3 เรื่องนะครับ วงจรปิด เรื่องความปลอดภัย เรื่องที่ 2 เรื่องของน้ำท่วมน้ำเสีย เรื่องที่ 3 เรื่องกระตุ้นการท่องเที่ยว อำนวยความสะดวกและเรื่องดอกเบี้ย 3 เรื่องใหญ่ ๆ ฝากท่านนายกฯ
ภาคเอกชน ก่อนที่จะมาที่นี่ ทางหอการค้าและสภาอุตสาหกรรมทั้ง 3 จังหวัด 6 องค์กรก็มีการประชุมหารือกันนะครับ และก็ได้ข้อสรุปที่จะเสนอเรื่องการพัฒนาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งหมด 6 ข้อนะครับ เริ่มจากข้อที่ 1 ก็คือเรื่องมาตรการสินเชื่อผ่อนปรนหรือ soft loan นะครับ ผมอยากให้ทางรัฐบาลเร่งรัดการออกระเบียบปฏิบัติให้กับธนาคารออมสินในพื้นที่นะครับ รวมทั้งเพิ่มวงเงินอีก 3,000 ล้านบาท เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์เปิดการขอสินเชื่อผ่อนปรนขึ้นทันที ทั้งผู้ประกอบการรายเดิม และผู้ประกอบการรายใหม่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ข้อนี้อยากจะให้ทางรัฐบาลช่วยเร่งรัดด้วยครับ เรื่องที่ 2 ก็คือเรื่องสิทธิประโยชน์ และงบประมาณในแผนพัฒนาพื้นที่พิเศษ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีวงเงินทั้งหมด 63,000 กว่าล้าน ทีนี้สิ่งที่ภาคเอกชนกลัวก็คือว่า ปัจจุบันนี้แผนนี้มันครอบคลุมทั้ง 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่คนที่เดือดร้อนก็คือคนที่อยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราก็อยากจะให้ท่านทางท่านช่วยปรับปรุงแผน โดยแยกออกเป็น 2 ประเด็นใหญ่ ๆ นะครับ ก็คือเรื่องการปรับปรุงเรื่องกฎ ระเบียบ สิทธิประโยชน์ เพื่อในการจูงใจให้คนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้อยู่ในพื้นที่ ไม่อพยพโยกย้ายหนีออกมา สิ่งที่เรากลัวคือว่าโครงสร้างประชาชนนี้จะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนะครับ และภายใน 5 หรือ 10 ปีนี้เราอาจจะไม่มีใครอยากจะอยู่ไปรักษาที่ดินตรงนั้นไว้ ส่วนเรื่องย่อยอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องงบประมาณในแผนพัฒนาพื้นที่พิเศษ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้นี้ ก็ควรจะมุ่งเน้นในการแก้ไขปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเรื่องเร่งด่วนก่อน ขอบพระคุณมากครับ
ผู้ดำเนินรายการ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานหอการค้าจังหวัดยะลานะครับ 2 เรื่อง เรื่องของเงินกู้นะครับและเรื่องของ 3 จังหวัดที่อาจจะต้องแยกความเร่งด่วนแตกต่างจาก 5 จังหวัดบ้างนะครับในหลากหลายประเด็น
ภาคเอกชน ในส่วนของข้อ 3 นะครับ เป็นการพัฒนาการขนส่งระบบราง ทางภาคใต้นี้เป็นเส้นทางรถไฟที่ยาวที่สุดนะครับ ถ้ามีการพัฒนาการขนส่งระบบรางได้ก็จะสามารถลดต้นทุนในการขนส่งสินค้าให้กับทางภาคเอกชนนะครับ ข้อ 4 นะครับ ขอให้ปรับปรุงแก้ไขร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้นะครับ ในส่วนของจังหวัดเรื่องการค้าชายแดนนะครับ เรื่องเร่งด่วนเรื่องแรกก็คือ ตอนนี้เราไม่มีสะพานที่อำเภอตากใบนะครับ ตอนนี้เรามีแต่แพขนานยนต์ เสียบ่อยมากและทำให้การค้าชายแดนตรงนั้นสะดุดนะครับ เนื่องจากเราเองเราก็ไม่มีสะพาน แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งครับการพัฒนาสร้างศูนย์รวมสินค้าชายแดนไทย - มาเลเซียที่อำเภอตากใบ อีกเรื่องหนึ่งครับ การป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมบริเวณลุ่มน้ำโก-ลก ก็อยู่ในแผนนี้นะครับ ด้านการกีฬาของจังหวัด ในมิติของความมั่นคง กระแสตอนนี้เรื่องฟุตบอลที่จังหวัดนราธิวาสนะครับ ฟุตบอลเราได้เหรียญทองกีฬาแห่งชาติ ได้แชมป์กีฬาลีกภูมิภาคดิวิชั่น 2 ได้แชมป์ภาคใต้ ก็อยากจะของบประมาณสนับสนุนในเรื่องของการสร้างศูนย์กีฬา อีกเรื่องหนึ่งนะครับ เรื่องขอทุนสำหรับการพัฒนาเยาวชนและนักศึกษาเพื่อการกีฬา เพื่อดึงเยาวชนเหล่านี้ออกมาให้ห่างไกลยาเสพติด เป็นอีก 1 ปัญหาของสถานการณ์ ขอบพระคุณครับ
ผู้ดำเนินรายการ ขอบคุณครับ ขอเสียงปรบมือให้กับท่านประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนราธิวาสครับ
ภาคเอกชน ผมได้รับมอบหมายในส่วนของสภาอุตสาหกรรมปัตตานีนะครับ มีอยู่ 2 เรื่องด้วยกันนะครับที่จะเรียนให้ท่านครับ เรื่องแรกเกี่ยวกับเรื่องการยกระดับลุ่มน้ำของปัตตานีให้เป็นลุ่มน้ำสากลนะครับ เพื่อให้บรรทุกวัตถุดิบหรือสินค้าที่จะเข้ามาได้สะดวก เพราะลุ่มน้ำมันตื้นเขิน ทีนี้แนวทางแก้ไขที่จะนำเสนอ คือเสนอให้ทางราชการจัดสรรเพื่อดำเนินการขุดลอกทุกปีนะครับท่านครับ ย้ำว่าทุกปี จึงเสนอว่าควรจะให้มีการปรับปรุงแผนในการขุดลอกให้เป็นไปตามที่ทางจังหวัดและผู้ประกอบการสมาคมประมง และประชาชนนะครับ เพราะว่าอยากจะให้มันจะได้เกิดประโยชน์ที่แท้จริงครับ ในส่วนเรื่องที่ 2 ต้องการให้เร่งรัดการทำ MOU ระหว่างไทย - อินโดนีเซียด้านการประมง ในส่วนข้อ 2 การเข้าไปทำประมงในน่านน้ำอินโดภายใต้กฎหมายใหม่ จะต้องดำเนินการพัฒนาอุตสาหกรรมต่อเนื่องควบคู่ไปด้วย ขอบพระคุณครับ
ผู้ดำเนินรายการ ขอบคุณท่านรองประธานสภาอุตสาหกรรมนะครับ
ภาคเอกชน ในนามองค์กรสมาคมภาคเอกชนในจังหวัดสงขลา ขอขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่ได้กรุณาสละเวลาพบปะภาคเอกชนในครั้งนี้ ซึ่งผมกับองค์กรอีก 5 - 6 องค์กรได้รวบรวมเป็นเอกสาร ซึ่งมีความยินดีนะครับถ้าท่านนายกฯ หรือท่านรัฐมนตรีจะให้ไปพบในกรุงเทพมหานคร เพื่อชี้แจงประเด็นต่าง ๆ อีกครั้งหนึ่งนะครับ เอกสารที่ผมมอบให้อาจจะหนาสักหน่อยนะครับท่านครับ นี่มาจาก 5 องค์กรขอมอบให้ท่านนายกฯ หลังการประชุมครั้งนี้ ขอบพระคุณครับ
ภาคเอกชน ท่านนายกรัฐมนตรีครับ วันนี้นอกจากเรามี 5 จังหวัดนะครับ เรายังมีเพื่อนสมาชิกของหอการค้าอีก 9 จังหวัด รวมเป็น 14 จังหวัดนะครับอยู่ที่นี่ ก่อนที่ผมจะนำเสนอปัญหาของจังหวัดสตูลนะครับ จังหวัดสตูลเองก็อยากจะย้ำกับท่านว่า ชาวจังหวัดสตูลเรายืนอยู่เคียงท่านตลอดเวลานะครับและก็สม่ำเสมอนะครับ ซึ่งสตูลเป็นจังหวัดเล็กครับท่าน ภูมิศาสตร์เราติดป่าชายเลน ป่าสงวน เขตอุทยาน ทำอะไรก็ลำบากครับท่าน ปัญหาเหล่านี้ก็อยากจะนำเสนอท่านด้วยใจจริง ๆ นะครับ ท่านครับ ประเด็นเหล่านี้เราติดปัญหาหมดเลยครับ กับสิ่งแวดล้อม เป็นสิ่งจำเป็นครับท่าน วันนี้มันไม่ใช่เรื่องของสตูลหรือสงขลา แต่มันเป็นเรื่องของประเทศไทย ก็อยากจะหวังพึ่งว่าท่านได้ช่วยเมตตาตรงนี้ ด้วยผลงานต่าง ๆ ทั้งวิจัยและโครงการต่าง ๆ ผมได้ทำเป็นรูปเล่ม เพื่อจะนำเสนอท่าน ขอบคุณมากครับ
ผู้ดำเนินรายการ ขอบพระคุณนะครับท่านผู้แทนจากทั้งหมด 6 ท่าน สงขลา ยะลา นราธิวาส ปัตตานี และสตูลนะครับ ผมขออนุญาตที่จะสรุปบางประเด็นก่อนให้ท่านนายกฯ นะครับ ในวันนี้เชื่อว่ามีประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ของคำถามเป็นเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องของความมั่นคงมีอยู่สักประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ น่าจะเป็นบรรยากาศที่ดีขึ้นแล้วนะครับ เพราะว่าไม่ได้เป็นประเด็นที่พวกเราถามกันมากนัก ประเด็นเศรษฐกิจมีการพูดถึงศูนย์กลางท่องเที่ยว และก็หาดใหญ่เจาะไปถึง Entertainment Complex ซึ่งอาจจะมีเรื่องของคาสิโนเข้าไปด้วย 3 จังหวัดก็บอกว่า 3 จังหวัดเร่งกว่า พอมองกว้าง 5 จังหวัดบอก 5 จังหวัดก็ขอด้วยนะครับ อันนี้มี soft loan 3,000 ล้านนะครับ แล้วก็กระตุ้นผ่านทางเมกกะโปรเจกต์ โลจิสติกส์รถไฟรางคู่ ทวงสัญญาว่ามา นานแล้วเมื่อไรจะมาถึงเสียทีหนึ่งครับ และนอกจากนั้นในประเด็นเศรษฐกิจก็จะมีเรื่องของ MOU ด้านประมงกับอินโดนีเซีย แล้วก็มี......สงขลา สตูล อันนี้หลัก ๆ ในประเด็นเศรษฐกิจกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีครับ
นายกรัฐมนตรี ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณ ทีนี้จะขอไล่ตามคำถามที่ผมพอรวบรวมได้นะครับ ประเด็นแรกก่อนนะครับในเรื่องการท่องเที่ยว เมื่อกี้ตอบเรื่องด่านไปแล้ว ตอบเรื่องสินเชื่อผ่อนปรนไปแล้ว เรื่องวงจรปิดครับ วงจรปิดเกิดปัญหาจากการที่โครงการติดตั้งวงจรปิดของกระทรวงมหาดไทยเกิดการยกเลิกสัญญาบอกเลิกสัญญา ผมได้ให้นโยบายและขณะนี้ก็กำลังการแล้วนะครับว่า ระหว่างที่ยกเลิกสัญญาหรืออาจจะมีการฟ้องร้องบวกกับคงจะต้องมีการสอบว่า มีการทุจริตในโครงการนี้ขอให้ทำโครงการต่อหรือเพิ่มโครงการใหม่ คืออย่าไปให้ปัญหาการฟ้องร้องกัน หรือการสอบทุจริตมาชะลอการติดตั้งวงจรปิด เพราะฉะนั้น ขณะนี้กระทรวงมหาดไทยก็เดินหน้าในการที่จะทำการจัดซื้อจัดจ้างใหม่ทันที แต่ว่ากระบวนการนี้ต้องใช้เวลาอยู่บ้าง ผมเองก็เป็นทุกข์เรื่องนี้ก็ต้องการที่จะให้เรื่องของการติดตั้งวงจรปิดเป็นไปอย่างรวดเร็ว และอาจจะมีการปรับปรุงโครงการให้มีความเป็นไปได้มากขึ้น เช่น ในเชิงของระบบที่จะติดเป็น Wireless และถ้าหากว่าในระยะเฉพาะหน้าอาจจะไม่จำเป็นต้องเชื่อมโยงกันทั้งหมดก็ได้ อย่างนี้เป็นต้น ก็จะได้ให้นโยบายไปเพื่อทำให้ได้รวดเร็วมากขึ้น
ส่วนเรื่องของการประชุมนั้นก็รับไปนะครับ ผมก็ไม่ทราบข้อเท็จจริงว่ามีการหนีที่จะไม่มาประชุมที่นี่ แต่ว่าปลายเดือนนี้ผมก็จะมา มีงานของ มอ.ที่จัด ปลายเดือนพฤศจิกายน ก็จะมาเพื่อที่จะมาประชุมที่นี่ แต่ก็รับข้อสังเกตตรงนี้ไป ประเด็นถัดมาครับคือประเด็นเรื่องของการส่งเสริมการลงทุน ผมเป็นคนที่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับข้อเสนอของท่านประธานหอฯ ยะลา คือขณะนี้เรามีมาตรการผ่อนปรนในเรื่องของภาษี และเราก็มีมาตรการของบีโอไอ แต่ว่าสิ่งที่เราจะต้องเติมเข้าไปเพื่อจะให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษก็คือสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม ผมได้ให้นโยบายตรงกับที่ท่านเสนอว่า สิทธิประโยชน์ที่จะให้เพิ่มเติมต้องไม่เหมือนกันในพื้นที่ 5 จังหวัด คือต้องให้ 3 จังหวัดก่อน หมายความว่าสิทธิประโยชน์ที่จะให้ต้องสูงสุดที่ 3 จังหวัด และถัดลงมาอาจจะเป็น 4 อำเภอ แล้วถึงจะเป็นพื้นที่ที่เหลือของจังหวัดสงขลากับจังหวัดสตูล อันนี้ผมเป็นคนให้ข้อสังเกตกับผู้ที่กำลังไปศึกษาเรื่องนี้ คือสภาพัฒน์ฯเอง มิฉะนั้นแล้วก็ไปไม่ถึง 3 จังหวัดพูดง่าย ๆ แต่ว่าถ้า



