
อภิสิทธิ์เปิดมหกรรมลอยกระทงพระราม8
นายกรัฐมนตรีเปิดงานเทศกาล "สีสันแห่งสายน้ำ มหกรรมลอยกระทง" ประจำปี 2552 เพื่อร่วมอนุรักษ์และส่งเสริมประเพณีอันดีงามของไทย โดยเฉพาะประเพณีลอยกระทงของแต่ละท้องถิ่น และกระตุ้นการท่องเที่ยวในยามค่ำคืน
เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 31 ต.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานเทศกาล " สีสันแห่งสายน้ำ มหกรรมลอยกระทง" ประจำปี 2552 ณ บริเวณใต้สะพานพระราม 8 กรุงเทพฯ จัดโดย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเทียวแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร ร่วมกับองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน โดยมีนายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รักษาการ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย คณะทูตานุทูต สื่อมวลชน และประชาชนที่สนใจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก
นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์การจัดงานเทศกาล " สีสันแห่งสายน้ำ มหกรรมลอยกระทง" ประจำปี 2552 ว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยซึ่งมีภารกิจหลักในการส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศ ได้กำหนดกลยุทธ์การตลาดปี 2552 ตามนโยบายของรัฐบาล โดยการสร้างกระแสการท่องเที่ยวให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค งานเทศกาล " สีสันแห่งสายน้ำ มหกรรมลอยกระทง" เป็นกิจกรรมหนึ่งที่ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยกำหนดจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์และอนุรักษ์ประเพณีอันดีงามของไทยให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ตลอดจนส่งเสริมงานประเพณีลอยกระทงให้เป็นสินค้าทางการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้สร้างสรรค์งานเทศกาลโดยผสมผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการจัดแสดงขบวนเรือประดับไฟฟ้าเพื่ออนุรักษ์ประเพณีของไทย ซึ่งมีความผูกพันอยู่กับสายน้ำ เป็นการกระตุ้นให้ประชาชนชาวไทยร่วมแรงร่วมใจกันเฝ้าระวังคุณภาพของแม่น้ำเจ้าพระยาอันเป็นแม่น้ำสายหลักของไทย
ในปีนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้สนับสนุนการจัดงานมหกรรมลอยกระทง ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นอีก 6 พื้นที่ ประกอบด้วย ประเพณีลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประเพณียี่เป็ง จังหวัดเชียงใหม่ ประเพณีลอยกระทงสาย จังหวัดตาก ประเพณีลอยกระทงตามประทีป จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประเพณีลอยกระทงกาบกล้วย จังหวัดสมุทรสงคราม เทศกาลโคมไฟสีสันเมืองใต้ และงานลอยกระทงอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดงานเทศกาล " สีสันแห่งสายน้ำ มหกรรมลอยกระทง" ประจำปี 2552 ว่า ประเพณีลอยกระทงตรงกับวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 เป็นวัฒนธรรมประเพณีที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่โบราณ โดยมีคติความเชื่อว่าเป็นการบูชาและขอขมาแม่พระคงคา โดยกำหนดจัดกันในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่ติดกับแม่น้ำลำคลอง และแหล่งน้ำต่าง ๆ ที่มีเอกลักษณ์และความน่าสนใจแตกต่างกัน ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้จัดโครงการ “สีสันแห่งสายน้ำ มหกรรมลอยกระทง” เพื่อร่วมอนุรักษ์และส่งเสริมประเพณีอันดีงามของไทย โดยเฉพาะประเพณีลอยกระทงของแต่ละท้องถิ่น ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เหมาะสมกับช่วงเวลาเริ่มต้นฤดูกาลท่องเที่ยวของประเทศไทย และเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวในยามค่ำคืน ทั้งในกรุงเทพมหานครและพื้นที่จัดงานหลักต่าง ๆ ทั้งนี้
ในกรุงเทพมหานครในบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา จะมีการชมขบวนเรือประดับไฟฟ้า ประเพณีลอยกระทง ตลอดบริเวณริมสองฝั่ง เริ่มตั้งแต่สะพานกรุงเทพ จนถึงสะพานกรุงธน และบริเวณพื้นที่โดยรอบเกาะกรุงรัตนโกสินทร์ ประเพณียี่เป็งที่จังหวัดเชียงใหม่ หรือวันเพ็ญเดือนยี่ของชาวล้านนา นอกเหนือจากการลอยกระทงในแม่น้ำ มีการจุดประทีปโคมลอยขึ้นไปสว่างไสวบนท้องฟ้า เพื่อบูชาพระเกตุแก้วศิลามณีบนสรวงสวรรค์ให้เกิดความเป็นมงคลแห่งชีวิต ประเพณีลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย มีการจัดแสดงแสง เสียง จำลองบรรยากาศงานเผาเทียนเล่นไฟสมัยสุโขทัย
ประเพณีลอยกระทงตามประทีป จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นการจำลองพระราชพิธีชักโคม ลอยพระประทีป ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้สัมผัสบรรยากาศของราชสำนักกรุงเก่า ประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีปพันดวง จังหวัดตาก เป็นประเพณีบูชาสายน้ำของชุมชนลุ่มน้ำปิง วัง แห่งเมืองตาก โดยใช้กระลามะพร้าวเป็นกระทง และจุดไฟปล่อยลงแม่น้ำปิงไหลเป็นสายกลายเป็นสายประทีปนับพันดวง ทอดยาวในลำน้ำ ประเพณีลอยกระทงกาบกล้วย ปล่อยลงแม่น้ำแม่กลอง ไหลเป็นสายสวยงาม โดยจังหวัดสมุทรสงครามได้ฟื้นฟูประเพณีนี้ขึ้นมาใหม่ เพื่อสืบสานวัฒนธรรมและวิถีชีวิตอันสวยงามของชาวแม่กลอง เทศกาลโคมไฟสีสันเมืองใต้ จังหวัดสงขลา ตระการตากับประเพณีงานลอยกระทงร่วมสมัย การแสดงโคมไฟนานาชาติหลากรูปแบบ หลายวัฒนธรรม เป็นต้น
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การมาร่วมงานลอยกระทงเปรียบเสมือนกับเป็นการเดินทางกลับสู่ธรรมชาติ กลับสู่วิถีชีวิตดั้งเดิมที่อยู่กับแม่น้ำลำคลองของชาวไทย เป็นการแสดงความบริสุทธิ์ของจิตใจและความผูกพันระหว่างคนกับธรรมชาติ และผู้ร่วมงานจะมองเห็นความสำคัญของธรรมชาติและความงดงามของวัฒนธรรมประเพณี ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะต้องช่วยกันรักษาและสืบสานให้ยั่งยืนตลอดไปนอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสที่นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตและความงดงามของวัฒนธรรมไทย ที่มีความหลากหลาย มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของแต่ละท้องถิ่น ซึ่งจะเป็นแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวในระดับนานาชาติกล่าวขวัญถึงด้วยความชื่นชม และประทับใจไม่รู้ลืม
จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้ทำพิธีเปิดงาน โดยเชิญธงไทยขึ้นสู่ยอดเสา พร้อมร่วมลอยกระทงกับประชาชนลงในแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย



