ข่าว

รายงาน-แค่เกมขู่ !

รายงาน-แค่เกมขู่ !

03 มี.ค. 2552

ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับรัฐบาลประชาธิปัตย์ในการตามล่าตัว ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หนีคุก 2 ปี กลับมาดำเนินคดีตามคำวินิจฉัยของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีทุจริตจัดซื้อที่ดินรัชดา

 เพราะคนอย่าง "ทักษิณ" คงไม่ยอมให้จับได้อย่างง่ายดาย นอกจากจะเล่นเกมตามหลอกหลอนรัฐบาลภายใต้การนำของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้หวาดผวาไปเรื่อยๆ
 แม้ว่าในช่วงการประชุมอาเซียนที่ รัฐบาลโชว์ศักยภาพด้วยการประกาศขึงขังตามล่า "ทักษิณ" ต่อสายตาผู้นำอาเซียน นัยเพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่มิตรประเทศ
 แต่เอาจริงเรื่องนี้ต้องผ่านหลายขั้นตอน โดยเฉพาะการร้องให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดน ตาม พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ. 2551
 แม้จะรับรู้กันดีว่าแหล่งกบดานของ "ทักษิณ" อยู่ที่เกาะฮ่องกง เพราะเห็นจากไฟลท์บินของ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่ต่างตบเท้าไปพบนายใหญ่เพื่อรายงานสถานการณ์ความเคลื่อนไหวต่างๆ ภายในประเทศ พร้อมทั้งรับคำสั่งโดยตรง
 แต่การจะบุกรวบตัวไม่ใช่ง่าย !!!
 แม้แต่ "อภิสิทธิ์" ยังออกปากว่า... “การตามล่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่แล้ว”
 แม้ว่ารัฐบาลจะให้ความร่วมมือระหว่างรัฐต่อรัฐ ด้วยการส่งตัวแทนอัยการสูงสูด และเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศเดินทางไปยังเกาะฮ่องกง เรียบร้อยแล้ว
 แต่นั่นก็เป็นการเพียงการประสานข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่านับแต่ "ทักษิณ" หลบหนีออกนอกประเทศ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นตำรวจหรืออัยการ ก็ยังไม่สามารถตรวจสอบแหล่งกบดานที่แน่ชัดได้
 ตามขั้นตอนของกฎหมายหากตรวจสอบที่อยู่ได้ชัดเจน กองการต่างประเทศและเครือข่ายตำรวจสากล จะประสานข้อมูลกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่งเอกสารที่อยู่แน่ชัดในต่างประเทศ พร้อมหนังสือชี้แจงขั้นตอนการติดตามตัว สำเนาหมายศาลให้สำนักงานอัยการสูงสุด
 จากนั้นให้สำนักงานอัยการสูงสุด พนักงานอัยการฝ่ายต่างประเทศ ในฐานะผู้ประสานงานกลางพิจารณา จัดทำคำร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนและเอกสารประกอบ
 แต่ขั้นตอนทั้งหมดนี้ไม่สามารถที่จะใช้ได้กับเขตปกครองพิเศษอย่างเกาะฮ่องกง เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายขามแดนกับประเทศไทย
 ดังนั้นการร้องขอให้ส่งผู้ร้ายขามแดนจากประเทศผู้รับคำร้องที่ไม่ได้มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายขามแดนกับประเทศไทย สามารถทำได้โดยให้ผู้ประสานงานกลางดำเนินการโดยผ่านวิถีทางการทูต มาตรา 30
 หลักการปฏิบัติตามมาตรา 30 กำหนดให้พนักงานอัยการมีอำนาจในการแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐาน สอบปากคำพยานบุคคล ออกคำสั่งเรียกบุคคลมาให้การต่อพนักงานอัยการ และดำเนินการอื่นๆ ตามสมควร
 แม้ว่าความหวังของรัฐบาลเตรียมที่จะรวบตัว "ทักษิณ" ในฐานะองค์ปาฐก ของสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศฮ่องกง ที่มีกำหนดจะไปบรรยายในหัวข้อ “วิกฤติเศรษฐกิจการเงิน ความไม่แน่นอนทางการเมือง : บทเรียนจากประเทศไทย" ในฐานะประธานก่อตั้งมูลนิธิการสร้างอนาคตที่ดี
 แต่ "ทักษิณ" ก็ไหวตัวทันเมื่อทราบว่าทางการไทยเตรียมรวบตัวบนเวที จึงเปลี่ยนรูปแบบใช้วิธีถนัดด้วยการโฟนอินข้ามประเทศแทน เพราะไม่ต้องการให้ทราบแหล่งที่อยู่ชัดเจน
 นาทีนี้ "ทักษิณ" จึงทำตัวเหมือนนินจา ล่องหนไปมาคอยกวนใจรัฐบาลประชาธิปัตย์
 และนี่จึงเป็น "เหตุผลทางการเมือง" ที่รัฐบาลเร่งเดินหน้าในการตามล่าครั้งนี้
 เพราะแม้แต่ สาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง และกรรมการบริหารพรรค เตรียมแผนเหินฟ้าล่า "ทักษิณ" ถึงฮ่องกง
 รวมถึงเข้าพบ "ผบ.ตร." เพื่อให้เรียกเหล่าบรรดา ส.ส.สมุนแม้ว พรรคเพื่อไทย เข้าให้ข้อมูล และแหล่งที่อยู่ของ "นายใหญ่" โดยขู่ใช้กฎหมายอาญามาตรา 188, 189 เล่นงาน ฐานปกปิดข้อมูลและแหล่งที่อยู่ของนักโทษหนีคุก
 แต่ก็ทำได้เพียงแค่นั้น !!!
 จะว่าไปแล้วงานนี้รัฐบาลประชาธิปัตย์เหมือนต้องการเล่น "เกมขู่ทักษิณ" เท่านั้น ปรากฏตัวที่ไหน พร้อมรวบตัวทันที
 นั่นก็เพื่อต้องการตัดกำลังของ "ทักษิณ" ที่ใช้เวทีในต่างประเทศ ทำลายล้างทางการเมือง และลดความเชื่อมั่นของรัฐบาลต่อสายตาต่างประเทศ
 เพราะอย่าลืมว่ารัฐบาลฮ่องกง คงไม่ยอมให้รัฐบาลไทยเข้าดำเนินการกับ "ทักษิณ" ได้อย่างง่ายดาย แม้จะอยู่ภายใต้การปกครองของจีนแผ่นดินใหญ่ก็ตาม เพราะที่นี่ถือเป็นแหล่งสวรรค์ของอบายมุขทั้งหลายแหล่งฟอกเงิน 
 หากย้อนดูประวัติศาสตร์ในอดีต ไทยไม่เคยประสบความสำเร็จในการส่งผู้ร้ายข้ามแดนในคดีสำคัญๆ
 ไม่ว่าจะเป็น ปิ่น จักกะพาก อดีตพ่อมดทางการเงินของไทย ผู้ต้องหาคดีความผิดฐานร่วมกับพวกยักยอกทรัพย์และความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. 2522 วงเงินค่าเสียหาย 2,127 ล้านบาท ที่หลบหนีออกจากประเทศไทยตั้งแต่ปลายปี 2541
 ราเกซ สักเสนา ผู้ต้องหาคดียักยอกทรัพย์ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ
 รวมไปถึงอดีตนักการเมืองคนสำคัญ อย่าง สมชาย คุณปลื้ม หรือกำนันเป๊าะ ที่หนีคดีทุจริตซื้อที่ดินเขาไม้แก้ว ที่ศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 5 ปี 4 เดือน
 และ วัฒนา อัศวเหม ที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาจำคุกคดีทุจริตคลองด่านเป็นเวลา 10 ปี
 แม้จะมีแหล่งกบดานตามตะเข็บชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ก็ไม่สามารถที่จะจับตัวมาดำเนินคดีได้
 งานนี้ก็เช่นกัน เชื่อว่าคนชื่อ "ทักษิณ" คงไม่ยอมให้ถูกจับเป็นแน่ๆ !! 


 บัญชา แข็งขัน